วันอังคาร, กรกฎาคม 21, 2026
หน้าแรกสืบจากข่าวสืบวิเคราะห์ข่าว"พี่ศรีฯ" ร้อง ป.ป.ช.สอบไชยชนกล็อคสเปกเอื้อประโยชน์โครงการ...

“พี่ศรีฯ” ร้อง ป.ป.ช.สอบไชยชนกล็อคสเปกเอื้อประโยชน์โครงการ TH-AI Passport หรือไม่?!!

วันที่ 5 มิ.ย.69 ที่สำนักงาน ป.ป.ช. จังหวัดนนทบุรี นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช.เพื่อขอให้ไต่สวนและวินิจฉัยเอาผิดนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กรณีผลักดันโครงการยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อคนไทย (TH-AI Passport) อันมีข้อพิรุธ อาจฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ ประกอบพรบ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ 2560 และพรบ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ 2542 หรือ พ.ร.บ.ฮั้ว หรือไม่

ทั้งนี้สืบเนื่องจากนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ ได้ผลักดันนโยบายเพื่อขับเคลื่อนระบบ AI ของประเทศ โดยให้คณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) เห็นชอบดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างโครงการ TH-AI Passport วงเงิน 1,650 ล้านบาท มาตั้งแต่ 12 พ.ย.68 แล้วเปิดประชาพิจารณ์ในเดือนธันวาคม 68 และเร่งรีบในการประกาศเชิญชวนประกวดราคาตั้งแต่ 24 ธ.ค.68-26 ม.ค.68 ซึ่งระยะเวลาการเปิดรับซองประมูลที่โครงการนี้เปิดรับซองประมูลเพียง 34 วัน ซึ่งเป็นช่วงคาบเกี่ยววันหยุดยาวสิ้นปี และรัฐบาลอยู่ในช่วงรักษาการ ซึ่งโดยทั่วไปเขาไม่ทำกัน

ซึ่งในที่สุดได้ผู้ชนะการประมูล คือ “กิจการร่วมค้าทีเอช” ซึ่งเป็นการจับมือกันระหว่าง บริษัท ฮิวแมน อินเทลลิเจนท์ จำกัด และ บริษัท เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) โดยเสนอราคาที่ 1,621 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลาง 29 ล้านบาท และได้ประกาศรายชื่อผู้ชนะอย่างเป็นทางการหลังผ่านพ้นช่วงเวลาอุทธรณ์เมื่อวันที่ 11 มี.ค.69 ที่ผ่านมา ท่ามกลางกระแสข่าวที่ว่าบริษัทผู้ชนะมีความสนิทชิดเชื้อและเกี่ยวพันกับพรรคการเมืองสีน้ำเงินมาอย่างยาวนาน

โครงการดังกล่าวมีข้อพิรุธหลายประการ อาทิ การใช้งบประมาณกว่า 1.6 พันล้านแลกกับการเช่าบริการซอฟต์แวร์ต่างชาติชั่วคราวระยะเวลา 1 ปี ถูกท้วงติงอย่างหนักจากทุก ๆวงการ การเขียน TOR ในลักษณะล็อคสเปก กำหนดบังคับ “พิกัดสื่อโฆษณานอกบ้าน” ในร้านสะดวกซื้ออย่างเฉพาะเจาะจง จำนวน 1,500 สาขา 6,000 จอ นั้น มีความเชื่อมโยงเชิงสัญญาระหว่างผู้บริหารและผู้ถือหุ้นของบริษัทชนะการประมูล กับบริษัทที่ผูกขาดสื่อโฆษณาในร้านสะดวกซื้อ อีกทั้งกระบวนการกำหนดราคากลาง และความเชื่อมโยงระหว่างกลุ่มผู้จัดทำราคากลางกับกลุ่มผู้ยื่นข้อเสนอในโครงการ ซึ่งอาจก่อให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ก่อให้เกิดข้อกังขาว่าเป็นการกระทำผิดต่อกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐและพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ หรือ พ.ร.บ.ฮั้ว หรือไม่

ด้วยเหตุดังกล่าว องค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน จึงนำความพร้อมหลักฐานมายื่นร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ไต่สวนและวินิจฉัยเอาผิด รมว.ดีอีว่าการผลักดันโครงการดังกล่าวจนมีข้อพิรุธมากมายนั้น เช้าข่ายเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่

Get notified whenever we post something new!

spot_img

Create a website from scratch

Just drag and drop elements in a page to get started with Newspaper Theme.

Continue reading

ทหารพรานที่ 2107 ตรวจยึดรถกระบะติดโครงหลังคาเหล็ก 2 คันขณะเตรียมส่งข้ามโขงไปฝั่งสปป.ลาว

https://www.youtube.com/watch?v=hQVagv4rACg เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 มีรายงานจากจังหวัดมุกดาหารว่า เจ้าหน้าที่กองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2107 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 (ร้อย.ฉก.ทพ.2107 ฉก.ทพ.21) จัดกำลังออกลาดตระเวนเฝ้าตรวจในพื้นที่รับผิดชอบ บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง บ้านโคก หมู่ 4 ตำบลโพธิ์ไทร อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร ภายหลังได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบนำรถยนต์ข้ามไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่ตรวจพบแสงไฟจากรถยนต์จำนวน 2 คัน พร้อมได้ยินเสียงเรือติดเครื่องยนต์แล่นมาจากฝั่ง สปป.ลาว มุ่งหน้าเข้ามายังบริเวณบันไดคอนกรีตริมแม่น้ำโขง ก่อนที่คนบนเรือจะใช้ไฟฉายส่องมายังจุดซุ่มของเจ้าหน้าที่ กระทั่งพบการซุ่มเฝ้าตรวจ จึงรีบหันหัวเรือกลับและเร่งเครื่องยนต์หลบหนีออกจากฝั่งไทยไปอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวเข้าตรวจสอบรถยนต์กระบะทั้ง 2 คันที่จอดอยู่ริมตลิ่ง ทำให้ผู้ขับขี่รถทั้งสองคันเกิดอาการตกใจ ทิ้งรถและอาศัยความมืดรวมถึงความชำนาญในพื้นที่วิ่งหลบหนีไปได้ จากการตรวจสอบพื้นที่โดยรอบและตรวจค้นรถยนต์ทั้งสองคัน ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายหรือสิ่งของต้องสงสัยภายในรถ เจ้าหน้าที่จึงประสานหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่เข้าร่วมตรวจสอบ บันทึกภาพการตรวจยึด และจัดทำบันทึกการตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน ก่อนนำรถของกลางไปเก็บรักษาและตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมที่ฐานปฏิบัติการ...

“บัญชา กุลละวณิชย์” พลิกบทบาทเลขานุการนายกเมืองพัทยายุคใหม่ เน้นลงพื้นที่ รับฟังปัญหาก่อนเกิดวิกฤต ลั่น ‘ทำมากกว่าพูด’ หนุนการทำงานนายก

(20 ก.ค.69) ภายหลังเข้ารับตำแหน่งเลขานุการนายกเมืองพัทยาป้ายแดง นายบัญชา กุลละวณิชย์ เปิดเผยว่า รู้สึกเป็นเกียรติและขอขอบคุณนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ที่ให้ความไว้วางใจมอบหมายหน้าที่สำคัญ พร้อมยืนยันว่าจะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง เพื่อร่วมผลักดันการพัฒนาเมืองพัทยาให้ก้าวหน้าและตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนมากยิ่งขึ้น นายบัญชา กล่าวว่า บทบาทสำคัญของเลขานุการนายกเมืองพัทยา คือการสนับสนุนการทำงานของนายกเมืองพัทยาในทุกมิติ ทั้งการจัดเตรียมข้อมูล การประสานงานระหว่างฝ่ายบริหาร ข้าราชการ และภาคประชาชน เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะข้อมูลที่จะนำเสนอต่อนายกเมืองพัทยาจะต้องมีความถูกต้อง แม่นยำ และสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง เนื่องจากนายกเมืองพัทยาให้ความสำคัญกับข้อเท็จจริงเป็นอย่างมาก หากข้อมูลไม่ชัดเจนหรือไม่สามารถดำเนินการได้จริง จะไม่นำไปสื่อสารกับประชาชนอย่างเด็ดขาด พร้อมกันนี้ จะปรับรูปแบบการทำงานของเลขานุการ จากเดิมที่เน้นงานด้านเอกสารและการประสานงาน มาเป็นการทำงานเชิงรุก ลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นของประชาชน ตรวจสอบข้อเท็จจริง และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อนำข้อมูลเสนอฝ่ายบริหารในการกำหนดแนวทางแก้ไขตั้งแต่ก่อนปัญหาจะลุกลาม แทนการรอให้เกิดปัญหาแล้วจึงเข้าไปแก้ไข นายบัญชา กล่าวเพิ่มเติมว่า จากประสบการณ์การทำธุรกิจมากกว่า 10 ปี รวมถึงการเคยดำรงตำแหน่งเลขานุการประธานสภาเมืองพัทยา...

เปิดยุทธการ “ขุดรื้อสาย ตัดท่อน้ำเลี้ยงแก๊งคอลเซ็นเตอร์” สกัดโครงข่ายสื่อสารผิดกฎหมายตามแนวชายแดน

https://www.youtube.com/watch?v=GiqcNSz-PfQ สำนักงานตำรวจแห่งชาติเดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. ที่กำหนดให้การสกัดกั้นการใช้สัญญาณโทรคมนาคมผิดกฎหมายตามแนวชายแดนเป็นภารกิจสำคัญ เพื่อปิดช่องทางการสื่อสารที่ถูกนำไปใช้สนับสนุนขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์และอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งถือเป็นวาระแห่งชาติที่ต้องเร่งดำเนินการ เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 พล.ต.ท.ฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ ผบช.ภ.2 พร้อมด้วย นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รท.เลขาธิการ กสทช., พล.ต.ต.ถาวร ดุลยวิทย์ ผบก.ภ.จว.สระแก้ว และหน่วยงานด้านความมั่นคง ลงพื้นที่จังหวัดสระแก้ว เพื่อติดตามและอำนวยการปฏิบัติการตรวจค้นโครงข่ายสื่อสารผิดกฎหมายตามแนวชายแดน หลังการขยายผลจากการตรวจพบการลักลอบส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตข้ามแดนเชื่อมโยงไปยังเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการบูรณาการกำลังร่วมระหว่างตำรวจ ทหาร และสำนักงาน...

Enjoy exclusive access to all of our content

Get an online subscription and you can unlock any article you come across.