วันศุกร์, มิถุนายน 5, 2026
หน้าแรกอาชญากรรม“จ่าคิงส์-ทนายเจส” นำเหยื่อร้องกองปราบ! ล่า “โจรไอ้โม่งชุดดำ” ย่องเบาพูลวิลล่าหรูพัทยา กวาดทรัพย์นับล้าน-เย้ยกฎหมายดื่มน้ำส้มโชว์กล้อง

Related Posts

“จ่าคิงส์-ทนายเจส” นำเหยื่อร้องกองปราบ! ล่า “โจรไอ้โม่งชุดดำ” ย่องเบาพูลวิลล่าหรูพัทยา กวาดทรัพย์นับล้าน-เย้ยกฎหมายดื่มน้ำส้มโชว์กล้อง

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 5 มิ.ย. 2569 ที่บริเวณด้านหน้าอดีตแดนเนรมิตเก่า ถนนพหลโยธิน กรุงเทพฯ “จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่” พร้อมด้วย นายณัฐปกรณ์ สุดชา หรือ “ทนายเจส” ได้นำกลุ่มผู้เสียหายเดินทางเข้าร้องเรียนต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เพื่อให้ช่วยเร่งรัดติดตามจับกุมตัวคนร้ายฉายา “โจรไอ้โม่งชุดดำ” ที่ตระเวนก่อเหตุย่องเบาลักทรัพย์ตามบ้านพักพูลวิลล่าหรูในพื้นที่ พัทยา-ห้วยใหญ่ จ.ชลบุรี สร้างความเสียหายรวมแล้วนับล้านบาท

*พฤติกรรมสุดเยือกเย็น นั่งรอจนหลับก่อนกวาดเรียบ

นายภูริณัฐ บุญอยู่ อายุ 31 ปี หนึ่งในผู้เสียหายเล่าว่า ระหว่างวันที่ 30 พ.ค. ถึงเช้ามืดวันที่ 1 มิ.ย. 2569 ตนและกลุ่มเพื่อนรวม 14 คน เดินทางจาก จ.สกลนคร มาพักผ่อนที่พูลวิลล่าหรูแห่งหนึ่งใน ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่า เมื่อเวลาประมาณ 04.50 น. ของวันที่ 1 มิ.ย. คนร้ายเป็นชาย รูปร่างผอม สวมชุดสีดำมิดชิด ใส่หมวกไอ้โม่งและถุงมือ ได้แอบย่องเข้ามาทางหลังบ้านพัก คนร้ายแสดงความเหนือชั้นด้วยการนั่งรออย่างใจเย็นเนื่องจากยังมีเพื่อนในกลุ่มคนหนึ่งนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ จนกระทั่งทุกคนหลับสนิทเพราะความเพลียจากงานปาร์ตี้ คนร้ายจึงเดินไล่เปิดห้องพักทีละห้องอย่างย่ามใจ แม้กระทั่งห้องใหญ่ที่มีผู้ชายนอนรวมกันอยู่ถึง 4 คน คนร้ายก็ย่องเข้าไปรื้อค้นทรัพย์สินข้างเตียงอย่างเงียบเชียบ แถมยังรู้มุมกล้องวงจรปิดเป็นอย่างดี โดยเลือกเดินเหยียบขอบสระน้ำและคลานเข่าเพื่อเลี่ยงแสงไฟสะท้อน นอกจากนี้คนร้ายยังจงใจไม่หยิบสมาร์ทโฟนหรือสมาร์ทวอทช์ไป เพราะเกรงว่าจะถูกแกะรอยตามตำแหน่ง

“คนร้ายใจเย็นมาก ถึงขนาดหยิบน้ำส้มที่ผู้เสียหายกินเหลือไว้ในบ้านเปิดดื่มกินอย่างสบายใจโชว์กล้อง ก่อนจะหลบหนีไป” ทนายเจส กล่าว

สำหรับทรัพย์สินที่สูญหายในเคสนี้ ประกอบด้วย สร้อยคอและสร้อยข้อมือทองคำ นาฬิกาแบรนด์เนม และเงินสด มูลค่าความเสียหายกว่า 300,000 บาท

*อาละวาดหนักคืนเดียวโดน 3 หลัง พบประวัติก่อเหตุโชกโชน

จากการตรวจสอบพบว่าในคืนเดียวกัน (1 มิ.ย. 2569) มีบ้านพักพูลวิลล่าในโครงการและเครือเดียวกันถูกก่อเหตุลักษณะเดียวกันอีกอย่างน้อย 2 หลัง คาดว่าเป็นฝีมือของคนร้ายรายเดียวกัน ได้แก่
– วิลล่าหลังที่สอง ถูกขโมยสร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท พร้อมพระเลี่ยมทอง 3 องค์ มูลค่าสูงถึง 500,000 บาท (แจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองพัทยา)
– วิลล่าหลังที่สาม ผู้ใช้บัญชี TikTok “Mangmakoto” โพสต์ระบุว่าถูกบุกขโมยกล้อง GoPro และเงินสดในคืนเดียวกัน

เมื่อตรวจสอบย้อนกลับไปพบว่า คนร้ายรายนี้ก่อเหตุมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ โดยมีเอกสารรับแจ้งความจาก สภ.ห้วยใหญ่ เมื่อวันที่ 26 เมษายน และกลางดึกวันที่ 16 พฤษภาคม ซึ่งมีภาพวงจรปิดยืนยันว่าคนร้ายแต่งกายชุดดำสวมไอ้โม่งและมีพฤติกรรมคล้ายคลึงกัน จนพนักงานสอบสวนในท้องที่ถึงกับออกปากอุทานว่า “โจรคนนี้อีกแล้วหรือ” ซึ่งปัจจุบันมีผู้เสียหายติดต่อเข้ามาแล้วมากกว่า 5 ราย

*เย้ยกฎหมาย ล่าสุดโผล่ก่อเหตุซ้ำ หวั่นกระทบภาพลักษณ์ท่องเที่ยว

กลุ่มผู้เสียหายระบุว่า แม้สื่อมวลชนจะนำเสนอข่าวนี้ไปแล้ว 1-2 วัน แต่โจรรายนี้ยังคงไม่เกรงกลัวกฎหมาย ล่าสุดเมื่อคืนที่ผ่านมา (4 มิ.ย. 2569) ยังมีผู้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์ภาพวงจรปิดจับภาพคนร้ายรูปร่างและพฤติกรรมเดียวกัน ย่องเข้าไปลักทรัพย์ในที่พักของเหยื่ออีกรายในเวลากลางคืน

นอกจากนี้ ทางกลุ่มผู้เสียหายยังแสดงความกังวลต่อการทำงานของตำรวจท้องที่ รวมถึงมาตรการความปลอดภัยของพูลวิลล่าที่กำแพงค่อนข้างเตี้ย และทางเจ้าของเสนอเงินเยียวยาเบื้องต้นเพียง 40,000 บาท ซึ่งไม่คุ้มค่าความเสียหาย จึงตัดสินใจเข้าร้องเรียนต่อกองบังคับการปราบปรามในวันนี้ เพื่อให้ช่วยเร่งรัดคดีและลากตัวโจรมืออาชีพรายนี้มาลงโทษโดยเร็วที่สุด

เพราะหากปล่อยไว้ คนร้ายอาจย่ามใจกลับมาก่อเหตุซ้ำอีกในช่วงวันหยุดยาวถัดไป ซึ่งหากวันใดวันหนึ่งผู้เข้าพักตื่นมาเผชิญหน้ากลางดึก อาจนำไปสู่เหตุความรุนแรงจนถึงขั้นทำร้ายร่างกายหรือสูญเสียชีวิต ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของเมืองท่องเที่ยวระดับโลกอย่างพัทยา

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

spot_img

Latest Posts