วันอังคาร, กรกฎาคม 21, 2026
หน้าแรกสืบจากข่าวสืบวิเคราะห์ข่าวตาสว่างเหลือเชื่อเข้าไปอีก! ทำไม 30...

ตาสว่างเหลือเชื่อเข้าไปอีก! ทำไม 30 มหาเศรษฐีไทย “รวยกว่า” 30 มหาเศรษฐีของฝรั่งเศสได้ ที้งที่ฝรั่งเศสมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่กว่าไทยถึง 8 เท่า

หลังจากที่ “สืบจากข่าว”ได้ออกมาสะท้อน “ความมั่งคั่ง”ของ 3 อภิมหาเศรษฐี Billionaire ของไทย ที่มีความมั่งคั่งสูงกว่า 3 อภิมหาเศรษฐีของ “เกาหลีใต้” ที่ทำธุรกิจผลิตชิพ เทคโนโลยี-นวัตกรรม ส่งออกขายไปทั่วโลก

อันเป็นเครื่องสะท้อนให้เห็นถึงความผิดปกติของการดำเนินธุรกิจของไทยที่อาศัยการผูกขาด และระบบสัมปทานกับรัฐ แต่กลับสามารถสร้างความมั่งคั่งได้เหนือกว่ากลุ่มธุรกิจที่ต้องอาศัยเทคโนโลยี-นวัตกรรมออกไปแข่งขันทั่วโลกเสียอีก

ล่าสุด “นายบรรยง พงษ์พานิช”ประธานกรรมการบริหารธนาคารเกียรตินาคินภัทร ได้กล่าวในรายการ”สมมุติว่า” ที่ดำเนินรายการโดยสุทธิชัย หยุ่น และวิสุทธ์ คมวัชรพงษ์ เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ถึงทำเนียบ 30 มหาเศรษฐีไทย Billionaire เมื่อเทียบกับ 30 มหาเศรษฐีของฝรั่งเศส ที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่กว่าประเทศไทยถึง 8 เท่าตัว

แต่กลับพบว่า หากตัดมหาเศรษฐีอันดับ 1 ของโลกชาวฝรั่งเศสคือ แบร์นาร์ อาร์โนลต์ (Bernard Arnault) ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CEO ของกลุ่ม LVMH อาณาจักรธุรกิจสินค้าหรูหรา (Luxury Goods) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่มูลค่าทรัพย์สินสูงกว่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐออกไปแล้ว

จะพบว่า มหาเศรษฐี 30 อันดับแรกของไทยกลับมีความมั่งคั่งหรือ “รวยกว่า” 30 อภิมหาเศรษฐี Bilionair ของฝรั่งเศสมากกว่า 20% ทั้งๆ ที่เศรษฐกิจของฝรั่งเศสนั้นมีขนาดใหญ่กว่าไทยถึง 8เท่า

เมื่อสแกนลงไปดูธุรกิจของ Billionaire ในไทยจะพบว่ามีอยู่ 3 กลุ่มหลักๆ ด้วยกันคือกลุ่มที่ 1.ธุรกิจที่ทำการค้ากับโลกจะผลิตสินค้าส่งออก หรือทดแทนการนำเข้าก็ตาม กลุ่มที่ 2 ทำการค้าในประเทศกับคนไทยเราเองเป็นหลักทั้งธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ห้างสรรพสินค้าปลีก ค้าส่ง รีเทล และกลุ่มที่ 3 ทำการค้ากับรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ

“แล้วรู้หรือไม่ว่า กลุ่มธุรกิจที่”รวยที่สุด”ของไทยคือ กลุ่มที่ทำธุรกิจหรือทำการค้ากับรัฐ มีสัญญากับรัฐหรือรัฐวิสาหกิจนั่นเอง รองลงมาคือกลุ่มที่ทำการค้าขายกับคนไทยด้วยกันเองในประเทศ และกลุ่มสุดท้ายก็คือ กลุ่มที่ต้องออกไปค้าขายกับต่างประเทศ ส่งออกหรือผลิตสินค้าทดแทนการนำเข้านั่นเอง

“นี่คือสาเหตุที่ทำให้ประเทศเราไม่ต้องแข่งกับโลก”

“สืบจากข่าว” ไม่แปลกใจเลยว่า กลุ่มทุนการเมืองที่ร่ำรวยที่สุดในเมืองไทยล้วนอยู่ในมือหรือเครือข่ายนักการเมืองทั้งหลาย อย่างล่าสุดที่มีการเปิดเผยข้อมูลของบริษัท ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างยักษ์ พ่อตาของผู้มากบารมีแห่งจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งพบว่า มีสัญญารับเหมาอยู่ในมือนับตั้งแต่ปี 2558-2569 มากกว่า 40 สัญญามูลค่ากว่า14,550 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นงานรับเหมาก่อสร้างของกรมทางหลวง และกรมท่าอากาศยาน

เฉพาะปี 2568 มีงานรับเหมาในมือมากกว่า 2,760 ล้านบาท ซึ่งก็รวมถึงงานก่แสร้างและขยายสนาาบินบุรีรัมย์ด้วย3สัญญามูลค่า 100 ล้านบาท

เช่นเดียวกับ กลุ่มธุรกิจที่เข้าไปรับสัมปทานทำสัญญาโครงการ TH-AI Passport มูลค่า 1,600 ล้านบาทกับกระทรวงดีอีที่กำลังเป็นข่าวครึกโครม มีเป้าหมายที่จะแจก AI Pro หรือ AI พรีเมียมฟรี 1 ปีให้กับคนไทย 5 ล้านคนเพื่อให้เข้าถึงเคโลโลยีAI ระดับโลก

ซึ่งก็พบว่าบริษัทที่ได้รับงานโครงการนี้ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่ป็น 1 ใน3 ของบริษัทที่ร่วมสืบและร่วมประเมินมูลค่าโครงการ และยังเป็นกลุ่มธุรกิจเดียวกับที่ได้งานโครงการ MotoGP ที่สนามบุรีรัมย์เซอร์กิตนั่นเอง

เครดิตภาพ Nextnews

Get notified whenever we post something new!

spot_img

Create a website from scratch

Just drag and drop elements in a page to get started with Newspaper Theme.

Continue reading

ทหารพรานที่ 2107 ตรวจยึดรถกระบะติดโครงหลังคาเหล็ก 2 คันขณะเตรียมส่งข้ามโขงไปฝั่งสปป.ลาว

https://www.youtube.com/watch?v=hQVagv4rACg เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 มีรายงานจากจังหวัดมุกดาหารว่า เจ้าหน้าที่กองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2107 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 (ร้อย.ฉก.ทพ.2107 ฉก.ทพ.21) จัดกำลังออกลาดตระเวนเฝ้าตรวจในพื้นที่รับผิดชอบ บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง บ้านโคก หมู่ 4 ตำบลโพธิ์ไทร อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร ภายหลังได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบนำรถยนต์ข้ามไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่ตรวจพบแสงไฟจากรถยนต์จำนวน 2 คัน พร้อมได้ยินเสียงเรือติดเครื่องยนต์แล่นมาจากฝั่ง สปป.ลาว มุ่งหน้าเข้ามายังบริเวณบันไดคอนกรีตริมแม่น้ำโขง ก่อนที่คนบนเรือจะใช้ไฟฉายส่องมายังจุดซุ่มของเจ้าหน้าที่ กระทั่งพบการซุ่มเฝ้าตรวจ จึงรีบหันหัวเรือกลับและเร่งเครื่องยนต์หลบหนีออกจากฝั่งไทยไปอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวเข้าตรวจสอบรถยนต์กระบะทั้ง 2 คันที่จอดอยู่ริมตลิ่ง ทำให้ผู้ขับขี่รถทั้งสองคันเกิดอาการตกใจ ทิ้งรถและอาศัยความมืดรวมถึงความชำนาญในพื้นที่วิ่งหลบหนีไปได้ จากการตรวจสอบพื้นที่โดยรอบและตรวจค้นรถยนต์ทั้งสองคัน ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายหรือสิ่งของต้องสงสัยภายในรถ เจ้าหน้าที่จึงประสานหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่เข้าร่วมตรวจสอบ บันทึกภาพการตรวจยึด และจัดทำบันทึกการตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน ก่อนนำรถของกลางไปเก็บรักษาและตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมที่ฐานปฏิบัติการ...

“บัญชา กุลละวณิชย์” พลิกบทบาทเลขานุการนายกเมืองพัทยายุคใหม่ เน้นลงพื้นที่ รับฟังปัญหาก่อนเกิดวิกฤต ลั่น ‘ทำมากกว่าพูด’ หนุนการทำงานนายก

(20 ก.ค.69) ภายหลังเข้ารับตำแหน่งเลขานุการนายกเมืองพัทยาป้ายแดง นายบัญชา กุลละวณิชย์ เปิดเผยว่า รู้สึกเป็นเกียรติและขอขอบคุณนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ที่ให้ความไว้วางใจมอบหมายหน้าที่สำคัญ พร้อมยืนยันว่าจะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง เพื่อร่วมผลักดันการพัฒนาเมืองพัทยาให้ก้าวหน้าและตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนมากยิ่งขึ้น นายบัญชา กล่าวว่า บทบาทสำคัญของเลขานุการนายกเมืองพัทยา คือการสนับสนุนการทำงานของนายกเมืองพัทยาในทุกมิติ ทั้งการจัดเตรียมข้อมูล การประสานงานระหว่างฝ่ายบริหาร ข้าราชการ และภาคประชาชน เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะข้อมูลที่จะนำเสนอต่อนายกเมืองพัทยาจะต้องมีความถูกต้อง แม่นยำ และสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง เนื่องจากนายกเมืองพัทยาให้ความสำคัญกับข้อเท็จจริงเป็นอย่างมาก หากข้อมูลไม่ชัดเจนหรือไม่สามารถดำเนินการได้จริง จะไม่นำไปสื่อสารกับประชาชนอย่างเด็ดขาด พร้อมกันนี้ จะปรับรูปแบบการทำงานของเลขานุการ จากเดิมที่เน้นงานด้านเอกสารและการประสานงาน มาเป็นการทำงานเชิงรุก ลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นของประชาชน ตรวจสอบข้อเท็จจริง และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อนำข้อมูลเสนอฝ่ายบริหารในการกำหนดแนวทางแก้ไขตั้งแต่ก่อนปัญหาจะลุกลาม แทนการรอให้เกิดปัญหาแล้วจึงเข้าไปแก้ไข นายบัญชา กล่าวเพิ่มเติมว่า จากประสบการณ์การทำธุรกิจมากกว่า 10 ปี รวมถึงการเคยดำรงตำแหน่งเลขานุการประธานสภาเมืองพัทยา...

เปิดยุทธการ “ขุดรื้อสาย ตัดท่อน้ำเลี้ยงแก๊งคอลเซ็นเตอร์” สกัดโครงข่ายสื่อสารผิดกฎหมายตามแนวชายแดน

https://www.youtube.com/watch?v=GiqcNSz-PfQ สำนักงานตำรวจแห่งชาติเดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. ที่กำหนดให้การสกัดกั้นการใช้สัญญาณโทรคมนาคมผิดกฎหมายตามแนวชายแดนเป็นภารกิจสำคัญ เพื่อปิดช่องทางการสื่อสารที่ถูกนำไปใช้สนับสนุนขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์และอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งถือเป็นวาระแห่งชาติที่ต้องเร่งดำเนินการ เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 พล.ต.ท.ฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ ผบช.ภ.2 พร้อมด้วย นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รท.เลขาธิการ กสทช., พล.ต.ต.ถาวร ดุลยวิทย์ ผบก.ภ.จว.สระแก้ว และหน่วยงานด้านความมั่นคง ลงพื้นที่จังหวัดสระแก้ว เพื่อติดตามและอำนวยการปฏิบัติการตรวจค้นโครงข่ายสื่อสารผิดกฎหมายตามแนวชายแดน หลังการขยายผลจากการตรวจพบการลักลอบส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตข้ามแดนเชื่อมโยงไปยังเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการบูรณาการกำลังร่วมระหว่างตำรวจ ทหาร และสำนักงาน...

Enjoy exclusive access to all of our content

Get an online subscription and you can unlock any article you come across.