เวลา 10.00 น. วันที่ 30 มิ.ย.69 ที่ บริเวณริมฟุตบาท หน้าแดนเนรมิตเก่า จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่ พา นายเหม่งจ๋าย (ผู้เสียหาย) เข้าพบสื่อมวลชนก่อนร้องเรียนความเป็นธรรม ตำรวจกองปราบฯ
นายเหม่งจ๋าย (นามสมมุติ) เข้าร้องเรียนขอความช่วยเหลือหลังถูกกลุ่มอิทธิพลในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นถึงญาตินักการเมืองท้องถิ่น และอีกสองคนเป็นพี่น้องขาใหญ่เครือข่ายยาเสพติดที่เพิ่งพ้นคุก ร่วมกันรุมทำร้ายร่างกายอย่างทารุณ แถมขู่ฆ่าล้างซอยห้ามกลับเข้าบ้าน จนปัจจุบันผู้เสียหายต้องอยู่อย่างหวาดระแวง ไม่กล้าแม้แต่จะกลับไปเอารถจักรยานยนต์ของตัวเอง จนต้องตัดใจโทรสั่งร้านซ่อมให้ช่วยขายทิ้งเพราะกลัวถูกดักฆ่าติตามตัว คดีไม่คืบหน้าหวังให้จ่าคิงส์พาเข้าพึ่งบารมีตำรวจกองปราบปราม
นายเหม่งจ๋าย เล่าเหตุการณ์ระทึกขวัญระบุว่า เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน 2569 เวลาประมาณ 20.00 น. ตนได้นำรถจักรยานยนต์ไปซ่อมที่ร้านในซอยวัดเจษ 8 และได้ยืมรถมอเตอร์ไซค์ของทางร้านขี่ออกไปทำธุระประมาณ 10 นาที ขากลับเข้าซอยมีสายโทรศัพท์เรียกเข้า ตนจึงรีบเร่งเครื่องบิดรถกลับมาที่ร้านซ่อมระยะทางประมาณ 300 เมตรเพื่อจะรับสาย
หลังจากนั้นไม่เกิน 5 นาที ได้มี “นายมอส” และ “นายก้อง” ขี่มอเตอร์ไซค์ตามมาเบิ้ลเครื่องใส่ที่หน้าร้านซ่อมและถามหาคนขับรถตะกี้ เมื่อตนแสดงตัวและกล่าวขอโทษเพราะคิดว่าเสียงรถอาจจะไปรบกวน แต่อีก 5 นาทีต่อมา นายมอสขี่รถกลับมาอีกรอบ อ้างว่า “นายกิ๊ก” (พี่ชายนายก้อง) ยังติดใจ ให้ตนขี่รถกลับไปเคลียร์ที่หน้าบ้านวงเหล้า ตนเห็นว่าเป็นคนในพื้นที่จึงยอมนั่งซ้อนท้ายนายมอสไปหวังจะไปกราบขอโทษให้จบเรื่อง โดยมี “นายจิมมี่” เพื่อนที่ร้านซ่อมขี่รถตามไปช่วยเจรจา
เมื่อไปถึงหน้าบ้าน นายจิมมี่เพื่อนตนพยายามช่วยพูดขอโทษ แต่กลับถูก “นายกิ๊ก” ด่าทออย่างรุนแรง พร้อมประกาศขู่ฆ่าว่าจะเอากำลังและปืนมายิงปิดซอยไม่ให้ตนข้ามเข้า-ออก ก่อนที่นายกิ๊กจะลงมือตบหน้าเจมมี่เปิดฉาก จากนั้นทั้ง นายกิ๊ก นายก้อง และนายมอส ได้กรูเข้ามาลุมตบ ต่อย และสับศอกใส่ใบหน้าตน ระหว่างชุลมุน นายก้อง ได้คว้าขวดเบียร์ข้างบ้านพยายามจะฟาดหัวตน ตนยกแขนกันไว้ได้ นายก้องจึงทุบขวดลงพื้นจนแตกเป็น “ปากฉลาม” หมายจะเอามาแทงซ้ำ ตนเห็นท่าไม่ดีกลัวจะเสียชีวิตคาที่ จึงฝืนแรงขัดขืนและวิ่งหนีตายกลับมาตั้งหลักที่ร้านซ่อมรถ ก่อนโทรแจ้ง 191
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจมาช่วยควบคุมสถานการณ์และพาส่ง สภ.เมืองสมุทรสาคร เพื่อลงบันทึกประจำวันและส่งตัวไปตรวจร่างกายที่ รพ.สมุทรสาคร
ต่อมาประมาณ 01.00 น. ของคืนเดียวกัน นายมอส (หนึ่งในกลุ่มผู้ก่อเหตุ) ได้โทรศัพท์มาหาตน โดยมีตำรวจสายตรวจยืนอยู่ด้วย บังคับให้ตนออกไปพบเป็นการส่วนตัวที่หมู่บ้านเมืองทองย่านมหาชัย ตนเห็นว่าดึกมากและพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงจึงปฏิเสธและขอนัดเจอที่โรงพักในวันรุ่งขึ้น (22 มิ.ย. 69) เวลาบ่ายโมงตรง แต่เมื่อถึงเวลานัดหมาย คู่กรณีทั้ง 3 คนกลับเบี้ยวนัด
นายเหม่งจ๋าย เปิดเผย เหตุที่ต้องมาร้องจ่าคิงส์เพราะตอนนี้คดียังไม่มีความคืบหน้า เนื่องจากตนไม่ทราบชื่อ-นามสกุลจริงของคนร้าย ทราบเพียงว่า 1 ใน 3 คนร้าย เป็นญาตินักการเมืองท้องถิ่นชื่อดัง ส่วนอีกสองพี่น้องคือ นายกิ๊ก และนายก้อง เป็นขาใหญ่นักเลงโตที่มีประวัติพัวพันเครือข่ายยาเสพติดและเพิ่งพ้นคุกมาไม่นาน คนในซอยต่างหวาดกลัว ไม่มีใครกล้ายุ่ง ส่วนนายมอสเป็นเพียงคนเคยเรียนที่เดียวกันมาเมื่อ 10 กว่าปี ก่อนจะมาร่วมแก๊งอันธพาลนี้
“ตอนนี้ผมใช้ชีวิตอยู่ด้วยความกลัว 100% บ้านก็กลับไม่ได้ รถจักรยานยนต์ของผมที่จอดทิ้งไว้ในซอย ผมยังไม่กล้าเดินเข้าไปเอาเลยครับ สุดท้ายต้องโทรบอกพี่ที่ร้านซ่อมให้ช่วยประกาศขายต่อทิ้งไปเลย เงินทองช่างมัน เอาชีวิตรอดไว้ก่อน กลัวพรรคพวกมันจะมาดักอุ้มดักฆ่าตอนไหนก็ไม่รู้” ผู้เสียหายกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
ทั้งนี้ “จ่าคิงส์ แตงทิม“พา ผสห.พร้อมนำหลักฐาน เอกสารใบรับรองแพทย์ และบันทึกประจำวัน เข้ายื่นเรื่องต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เพื่อให้ช่วยลงพื้นที่กวาดล้างกลุ่มอิทธิพลเถื่อน และทวงคืนความยุติธรรมและความปลอดภัยให้แก่ประชาชนต่อไป






















