วันที่ 6 มิ.ย.69 นายแทนคุณ จิตต์อิสระ (อี้ แทนคุณ) ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีของ นายวรวัฒน์ นาคแนวดี หรือ “แอ็คมี่” หลังเข้าร่วมประชุมหารือกับ พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและสารสนเทศ (ผบก.ปอศ.) พร้อมคณะพนักงานสอบสวน
•ออกหมายจับแล้ว 7 ราย — ตัวการใหญ่หนีกบดานดูไบ
จากการที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ บก.ปอศ. ล่าสุดพนักงานสอบสวนได้ออกหมายจับแล้วทั้งหมด 2 หมายจับ ครอบคลุมตัวนายแอ็คมี่และเครือข่ายพรรคพวกรวม 7 คน
อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า นายแอ็คมี่ พร้อมด้วยพี่ชาย ได้เดินทางหลบหนีออกนอกประเทศไปยังเมืองดูไบ ตั้งแต่วันที่ 27 มิถุนายน ที่ผ่านมา นอกจากนี้ ทาง บก.ปอศ. ยังได้รับข้อมูลระบุว่า กำลังจะมีผู้เสียหายกลุ่มใหม่เตรียมเข้าแจ้งความเพิ่มเติม หลังพบพฤติการณ์ชักชวนให้ร่วมลงทุนในการพนันออนไลน์อีกด้วย
•เปิดพฤติการณ์ล่อเหยื่อ “ปั่นตัวเลข-ล็อกระบบ”
สำหรับกลุ่มผู้เสียหายเดิมนั้น ได้รับความเสียหายจากการลงทุนในกลุ่มเว็บไซด์ “1,000x.live” และ “Wowbit” และเหรียญ “ACT” ซึ่งเป็นเหรียญที่นายแอ็คมี่สร้างขึ้นมาเอง โดยนายแทนคุณระบุว่า พฤติการณ์ของขบวนการนี้คือ
“เป็นการตั้งใจสร้างเว็บไซต์ขึ้นมาเพื่อหลอกลวงโดยเฉพาะ ระบบสามารถปั่นตัวเลขอย่างไรก็ได้เพื่อสร้างความตายใจล่อให้เหยื่อหลงกล เมื่อเหยื่อถลำตัวลงทุนเพิ่มก็จะทำการล็อกระบบไม่ให้ถอนเงินออก ซึ่งถือเป็นความผิดทางอาญาที่ชัดเจน”
ทั้งนี้ บก.ปอศ. ได้ตั้งข้อหาหนักคือ ฉ้อโกงประชาชน และ พ.ร.ก.กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน (แชร์ลูกโซ่) ซึ่งเป็นความผิดมูลฐานแชร์ลูกโซ่และการฟอกเงิน โดยเจ้าหน้าที่จะขยายผลเส้นทางการเงิน หากโยงไปถึงใครหรือทรัพย์สินชิ้นใด จะต้องถูกดำเนินคดีและยึดทรัพย์ทั้งหมด รวมถึงผู้ที่สนับสนุนหรือช่วยเชิญชวนให้มาร่วมลงทุนด้วย
•ตร. สั่งรวมคดีทั่วประเทศ ขีดเส้น 3 เดือน “ตัดล็อตส่งฟ้อง”
กรณีที่ตำรวจสอบสวนกลางประกาศระดมหาผู้เสียหาย นายแทนคุณชี้แจงว่า ไม่ใช่เพราะหาผู้เสียหายไม่ได้ แต่เป็นเทคนิคเพื่อความรวดเร็วในการทำคดี โดยตำรวจมีคำสั่งให้รวมเคสจากทั่วประเทศมาไว้ที่ บก.ปอศ. เพียงแห่งเดียว และกำหนดระยะเวลาไว้ 3 เดือน เพื่อสรุปสำนวน “ตัดล็อตแรก” ส่งฟ้องต่อศาลก่อน หากรอให้ผู้เสียหายมาครบทั้งหมดอาจต้องใช้เวลาหลายปี






