วันจันทร์, ตุลาคม 26, 2026
หน้าแรกสืบจากข่าวสืบวิเคราะห์ข่าวเอาเข้าไป กกพ.(มีไว้ทำไม) ตั้งแท่นชงค่าไฟงวดใหม่ไม่ดูทิศการเมืองเลยสักนิด!...

เอาเข้าไป กกพ.(มีไว้ทำไม) ตั้งแท่นชงค่าไฟงวดใหม่ไม่ดูทิศการเมืองเลยสักนิด! เขารื้อสัญญากดค่า FT ไปไหนร่อไหนยังตั้งมาได้ 4-5 บาท

กกพ. เปิดรับฟังความคิดเห็นค่าไฟงวด ก.ย. – ธ.ค. 69 เสนอ 4 ทางเลือก 3.95 – 4.73 บาทต่อหน่วย

“กกพ.” เปิดรับฟังความคิดเห็นอัตราค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่าเอฟที) สำหรับการเรียกเก็บค่าไฟฟ้างวดเดือนกันยายน – ธันวาคม 2569 โดยเสนออัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) 4 ทางเลือก อยู่ระหว่าง 3.95 ถึง 4.73 บาทต่อหน่วย ภายใต้การบริหารต้นทุนเชื้อเพลิง การบริหารภาระต้นทุนคงค้าง (AF) และการนำเงินเรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกิน (Claw back) มาช่วยบรรเทาผลกระทบต่อผู้ใช้ไฟฟ้า ควบคู่กับการรักษาเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าและฐานะการเงินของรัฐวิสาหกิจด้านพลังงาน

ดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า ในการประชุม กกพ. ครั้งที่ 27/2569 (ครั้งที่ 1,017) เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 กกพ. มีมติให้เปิดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับอัตราค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่าเอฟที) สำหรับการเรียกเก็บค่าไฟฟ้าในงวดเดือนกันยายน – ธันวาคม 2569 จำนวน 4 กรณี โดยมีอัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) อยู่ระหว่าง 3.95 – 4.73 บาทต่อหน่วย เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้า และผู้มีส่วนได้เสียร่วมแสดงความคิดเห็น ก่อนที่ กกพ. จะพิจารณาประกาศอัตราค่าค่าเอฟที ต่อไป

ดร.พูลพัฒน์ กล่าวว่า การประมาณการค่าเอฟที ในรอบนี้ได้รับผลกระทบจากปัจจัยด้านต้นทุนเชื้อเพลิงหลายประการ โดยเฉพาะราคาก๊าซธรรมชาติ ราคาเชื้อเพลิงอ้างอิงในตลาดโลก และอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังมีความผันผวน อันเป็นผลจากสถานการณ์พลังงานและปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์โลก ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าในภาพรวมปรับตัวสูงขึ้น แม้ว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าในช่วงดังกล่าวจะมีแนวโน้มลดลงตามฤดูกาลก็ตาม

“กกพ. ยังคงให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลระหว่างการสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงกับการบรรเทาผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน โดยพิจารณาทางเลือกในการบริหารจัดการต้นทุนอย่างเหมาะสม

ซึ่งรวมถึงการนำเงินเรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกิน (Claw back) และการบริหารภาระต้นทุนคงค้าง (AF) มาประกอบการกำหนดอัตราค่าไฟฟ้า เพื่อให้การกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าเป็นไปอย่างเหมาะสม โปร่งใส และไม่กระทบต่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้าและเสถียรภาพทางการเงินของรัฐวิสาหกิจด้านพลังงานในระยะยาว” ดร.พูลพัฒน์ กล่าวระหว่างการแถลงข่าว

ที่ผ่านมา กกพ. ได้ทยอยบริหารภาระต้นทุนคงค้าง (AF) อย่างต่อเนื่อง ภายหลังการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รับภาระต้นทุนเชื้อเพลิงและค่าซื้อไฟฟ้าแทนประชาชนในช่วงวิกฤตราคาพลังงานที่ผ่านมา ส่งผลให้ภาระต้นทุนคงค้างของ กฟผ. ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันคงเหลือ 31,268 ล้านบาท ทั้งนี้ ในการเปิดรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้ กกพ. ได้นำเสนอทางเลือกการบริหารต้นทุนหลายแนวทาง รวมถึงการพิจารณานำเงินเรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกิน (Claw back) มาใช้บรรเทาผลกระทบต่อผู้ใช้ไฟฟ้า โดยจะนำความคิดเห็นที่ได้รับจากทุกภาคส่วนมาประกอบการพิจารณาก่อนมีมติกำหนดค่าเอฟทีต่อไป

ทั้งนี้ ในการประชุม กกพ. ครั้งที่ 27/2569 (ครั้งที่ 1,017) เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 กกพ. ได้พิจารณาตามหลักเกณฑ์การกำหนดอัตราค่าบริการตามมาตรา 65 และมาตรา 67 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 ซึ่งกำหนดให้ กฟผ. เป็นผู้เสนออัตราค่าบริการให้ กกพ. พิจารณาให้ความเห็นชอบ โดยกระบวนการดังกล่าวมีขั้นตอนที่ชัดเจน โปร่งใส และเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียตามที่กฎหมายกำหนด จึงมีมติให้สำนักงาน กกพ. เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อทางเลือกการกำหนดค่าเอฟที สำหรับการเรียกเก็บค่าไฟฟ้าในงวดเดือนกันยายน – ธันวาคม 2569 ซึ่งสะท้อนแนวทางการบริหารต้นทุนในระดับที่แตกต่างกัน ทั้งการสะท้อนต้นทุนตามสูตร การบริหารภาระต้นทุนคงค้าง (AF) การปรับปรุงแนวโน้มราคาก๊าซธรรมชาติที่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันตามแนวนโยบายกระทรวงพลังงาน และการพิจารณานำเงินเรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกิน (Claw back) มาประกอบการกำหนดอัตราค่าไฟฟ้า เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียร่วมแสดงความคิดเห็น ก่อนที่ กกพ. จะพิจารณาประกาศค่าเอฟที อย่างเป็นทางการ โดยมี 4 กรณี ดังนี้

กรณีที่ 1: ผลการคำนวณตามสูตรการปรับค่า Ft (จ่ายคืนภาระต้นทุนคงค้าง กฟผ. ทั้งหมด) ค่า Ft ขายปลีกเท่ากับ 94.82 สตางค์ต่อหน่วย ซึ่งจะเป็นการเรียกเก็บตามผลการคำนวณตามสูตรการปรับค่า Ft ที่สะท้อนแนวโน้มต้นทุนเดือนกันยายน – ธันวาคม 2569 (FAC) จำนวน 46.27 สตางค์ต่อหน่วย และเงินเรียกเก็บเพื่อชดเชยต้นทุนคงค้าง (AF) ที่เกิดขึ้นจริงของ กฟผ. จำนวน 31,268 ล้านบาท (หรือคิดเป็น 48.55 สตางค์ต่อหน่วย) โดย กฟผ. จะได้รับเงินที่รับภาระต้นทุนค่าเชื้อเพลิงและค่าซื้อไฟฟ้าแทนประชาชนในช่วงสภาวะวิกฤตของราคาพลังงานที่ผ่านมา คืนทั้งหมดภายในเดือนธันวาคม 2569 เพื่อนำไปชำระหนี้เงินกู้เพื่อเสริมสภาพคล่องให้มีสถานะทางการเงินคืนสู่สภาวะปกติโดยเร็ว ซึ่งเมื่อรวมค่า Ft ขายปลีกที่คำนวณได้กับค่าไฟฟ้าฐานที่ 3.78 บาทต่อหน่วย ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 4.73 บาทต่อหน่วย โดยค่าไฟฟ้าของผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วประเทศจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 20 จากระดับ 3.95 บาทต่อหน่วย ในงวดปัจจุบัน ทั้งนี้ ในการประมาณการดังกล่าว ยังไม่รวมถึงประมาณการรายการปรับปรุงค่าภาระต้นทุนคงค้างค่าก๊าซธรรมชาติ หรือ AFGas สำหรับเดือน กันยายน – ธันวาคม 2569 (งวดที่ 3) เป็นเงินจำนวน 2,580 ล้านบาท หรือคิดเป็นประมาณ 4.01 สตางค์ต่อหน่วย

กรณีที่ 2: กรณีต้นทุน FAC ประจำงวด (ข้อเสนอ กฟผ.) ค่า Ft ขายปลีก เท่ากับ 46.27 สตางค์ต่อหน่วย ซึ่งจะสะท้อนแนวโน้มต้นทุนเดือนกันยายน – ธันวาคม 2569 จำนวน 46.27 สตางค์ต่อหน่วย โดยกรณีนี้ กฟผ. จะรับภาระต้นทุน AF คงค้างสะสมจำนวน 31,268 ล้านบาท (หรือคิดเป็น 48.55 สตางค์ต่อหน่วย) ไว้แทนประชาชน ซึ่งเมื่อรวมค่า Ft ขายปลีกกับค่าไฟฟ้าฐานที่ 3.78 บาทต่อหน่วย ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 4.25 บาทต่อหน่วย โดยค่าไฟฟ้าของผู้ใช้ไฟฟ้า

ทั่วประเทศจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 8 จากระดับ 3.95 บาทต่อหน่วย ในงวดปัจจุบัน

กรณีที่ 3: กรณีปรับปรุงราคา Pool Gas ให้เหมาะสมกับปัจจุบัน ตามแนวนโยบายกระทรวงพลังงาน โดย ปตท. พิจารณาร่วมกับ กฟผ. ปรับราคา Spot LNG ลดลงเป็น 17.6 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู ทำให้ประมาณการราคาก๊าซธรรมชาติเฉลี่ย 4 เดือน เท่ากับ 363.53 บาทต่อล้านบีทียู (ลดลงจากเดิม 11.4 บาทต่อล้านบีทียู) ส่งผลให้ค่า Ft ขายปลีก ที่สะท้อนแนวโน้มต้นทุนเดือนกันยายน – ธันวาคม 2569 เท่ากับ 41.27 สตางค์ต่อหน่วย (ลดลงจากกรณีที่ 2 จำนวน 5 สตางค์ต่อหน่วย) โดยกรณีนี้ กฟผ. จะรับภาระต้นทุน AF คงค้างสะสมจำนวน 31,268 ล้านบาท (หรือคิดเป็น 48.55 สตางค์ต่อหน่วย) ไว้แทนประชาชน ซึ่งเมื่อรวมค่า Ft ขายปลีกกับค่าไฟฟ้าฐานที่ 3.78 บาทต่อหน่วย ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 4.20 บาทต่อหน่วย โดยค่าไฟฟ้าของผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วประเทศจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 6 จากระดับ 3.95 บาทต่อหน่วย ในงวดปัจจุบัน

กรณีที่ 4: กรณีปรับปรุงราคา Pool Gas ให้เหมาะสมกับปัจจุบัน ตามแนวนโยบายกระทรวงพลังงาน ร่วมกับ กกพ. พิจารณานำเงิน Claw back มาช่วยบรรเทาผลกระทบผู้ใช้ไฟฟ้า ส่งผลให้ค่า Ft ขายปลีก เท่ากับ 16.23 สตางค์ต่อหน่วย ซึ่งจะสะท้อนแนวโน้มต้นทุนเดือนกันยายน – ธันวาคม 2569 จำนวน 41.27 สตางค์ต่อหน่วย โดยกรณีนี้ กฟผ. จะรับภาระต้นทุน AF คงค้างสะสมจำนวน 31,268 ล้านบาท (หรือคิดเป็น 48.55 สตางค์ต่อหน่วย) ไว้แทนประชาชน ร่วมกับ กกพ. พิจารณานำเงินเรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกินที่การไฟฟ้าเก็บรักษาไว้ (Claw back) ทั้งหมดจำนวนประมาณ 16,127.17 ล้านบาท (หรือคิดเป็น 25.04 สตางค์/หน่วย) มาช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าในสถานการณ์วิกฤตพลังงานโลกจากเหตุการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ซึ่งเมื่อรวมค่า Ft ขายปลีกกับค่าไฟฟ้าฐานที่ 3.78 บาทต่อหน่วย ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) เท่ากับ 3.95 บาทต่อหน่วย คงที่เท่ากับ ในงวดปัจจุบัน

ดร.พูลพัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กกพ. ยังคงติดตามสถานการณ์ด้านพลังงานทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงควบคู่กับการดูแลผลกระทบต่อประชาชนและรักษาความมั่นคงของระบบพลังงานของประเทศ โดยความคิดเห็นที่ได้รับจากการเปิดรับฟังในครั้งนี้ จะนำมาประกอบการพิจารณาร่วมกับข้อมูลด้านต้นทุนเชื้อเพลิง ภาระต้นทุนคงค้าง และผลกระทบต่อผู้ใช้ไฟฟ้า ก่อนที่ กกพ. จะพิจารณาประกาศอัตราค่าเอฟที สำหรับการเรียกเก็บค่าไฟฟ้าในงวดเดือนกันยายน – ธันวาคม 2569 ต่อไป

ทั้งนี้ กกพ. เปิดรับฟังความคิดเห็นผ่านทางเว็บไซต์สำนักงาน กกพ. (www.erc.or.th) ตั้งแต่วันที่ 13 – 20 กรกฎาคม 2569 ก่ก่อนรวบรวมข้อคิดเห็นและประกาศอย่างเป็นทางการ

Get notified whenever we post something new!

spot_img

Create a website from scratch

Just drag and drop elements in a page to get started with Newspaper Theme.

Continue reading

จี้ อสส. ฟันล้มละลาย ‘ทักษิณ’ ทวงภาษี 1.7 หมื่นล้าน โฆษกอสส.รับลูก เผยตั้งทีมร่วมสรรพากรลุยสอบแล้ว

https://www.youtube.com/watch?v=VdNy2a80Bec วันที่ 21 ตุลาคม 2569 นายวัชระ เพชรทอง อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ บุกยื่นหนังสือถึงอัยการสูงสุด (อสส.) จี้เร่งฟ้องคดีล้มละลายและขอศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด 'ทักษิณ ชินวัตร' เพื่อทวงหนี้ภาษีหุ้นชินคอร์ป 1.7 หมื่นล้านบาท ก่อนหมดอายุความเดือนมีนาคม 2570 ด้านโฆษก อสส. เผยอัยการสูงสุดสั่งตั้งคณะทำงานร่วมกับกรมสรรพากรเร่งพิจารณาสำนวนแล้ว ยืนยันทำงานโปร่งใสพร้อมแจงสังคมทุกมิติ นายวัชระ เพชรทอง เดินทางมายื่นหนังสือถึงอัยการสูงสุด เพื่อขอให้เร่งรัดการดำเนินคดีล้มละลายกับนายทักษิณ ชินวัตร โดยอ้างอิงการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะปวงชนชาวไทยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 50(2) และมาตรา 10 เพื่อติดตามยึดหรืออายัดทรัพย์มาชำระหนี้ตามคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรที่ 6890/2568 จำนวนกว่า 17,000 ล้านบาท นายวัชระระบุว่าพฤติการณ์ของจำเลยมีเจตนาลวงซ่อนเร้นอำพรางการถือและขายหุ้นเพื่อหลีกหนีการชำระภาษี ประกอบกับคดีจะขาดอายุความในวันที่ 27 มีนาคม...

จี้ ป.ป.ช. ฟันอธิบดีสรรพากร! “วัชระ” ร้องสอบละเว้นเก็บภาษี “ทักษิณ” 1.7 หมื่นล้าน ก่อนหมดอายุความ

https://www.youtube.com/shorts/fBP08QJRD8g "วัชระ เพชรทอง" ยื่นหนังสือถึง ป.ป.ช. ร้องตั้งคณะไต่สวนเอาผิดอธิบดีกรมสรรพากรและพวก ฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ปล่อยปละละเลยไม่เรียกเก็บภาษีเงินได้ "ทักษิณ ชินวัตร" 17,600 ล้านบาท ตามคำพิพากษาศาลฎีกา เผยเคยส่งหนังสือจี้ 4 รอบแต่ไร้ผล ระบุคดีจ่อหมดอายุความ มี.ค. 70 เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 นายวัชระ เพชรทอง อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ส่งหนังสือถึงเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อชี้เบาะแสและขอให้พิจารณาไต่สวนดำเนินคดีอธิบดีกรมสรรพากรรวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง กรณีไม่เรียกเก็บภาษีเงินได้จำนวน 17,600 ล้านบาท จากนายทักษิณ ชินวัตร ตามคำพิพากษาศาลฎีกา นายวัชระ ระบุในหนังสือร้องเรียนว่า ก่อนหน้านี้ตนได้ทำหนังสือทวงถามไปยังอธิบดีกรมสรรพากรมาแล้วถึง 4 ฉบับ เพื่อขอให้เร่งรัดการจัดเก็บภาษีเงินได้ของนายทักษิณโดยด่วนที่สุด...

กระทรวงอุตสาหกรรม มอบรางวัล Green Industry Award 2026 เชิดชูองค์กรต้นแบบ 184 แห่ง “วราวุธ” เผยเร่งอุตสาหกรรมไทยปรับตัวสู้กติกาโลก

กระทรวงอุตสาหกรรม มอบรางวัล Green Industry Award 2026 เชิดชูองค์กรต้นแบบ 184 แห่ง “วราวุธ” เผยเร่งอุตสาหกรรมไทยปรับตัวสู้กติกาโลก-พร้อมดันสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเสริมธุรกิจ โตคู่ชุมชน กระทรวงอุตสาหกรรม โดย กรมโรงงานอุตสาหกรรม จัดพิธีมอบรางวัล Green Industry Award 2026 เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 ณ ห้องมัฆวานรังสรรค์ ชั้น 3 สโมสรทหารบก กรุงเทพฯ เพื่อเชิดชูเกียรติสถานประกอบการที่ผ่านเกณฑ์ประเมินอุตสาหกรรมสีเขียว ระดับ 4 วัฒนธรรมสีเขียว (Green Culture) และระดับ 5 เครือข่ายสีเขียว...

Enjoy exclusive access to all of our content

Get an online subscription and you can unlock any article you come across.