วันพฤหัสบดี, กรกฎาคม 16, 2026
หน้าแรกสืบจากข่าวสืบวิเคราะห์ข่าวผับเถื่อน "ยังเกลื่อนเมือง" 32...

ผับเถื่อน “ยังเกลื่อนเมือง” 32 ชีวิต “กับบทเรียนราคาแพง” “ตร.-กทม.” ต้องร่วมปราบ

“…ความจริงที่เจ็บปวดคือ ร้านนี้ขออนุญาตแค่ “ขายอาหาร” แต่กลับลักลอบเปิดเป็น “สถานบริการ” จัดเต็มทั้งดนตรี เต้นรำ แถมยังกรุฟองน้ำซับเสียงเต็มผนัง ซึ่งมันคือเชื้อเพลิงชั้นดีที่รอวันปะทุจากกระแสไฟฟ้าลัดวงจร หากเจ้าหน้าที่ตำรวจกวดขัน เข้มงวด ตรงไปตรงมา คนบริสุทธิ์ 32 ชีวิตคงได้กลับบ้านไปกอดคนที่เขารัก โศกนาฏกรรมครั้งนี้ ตบหน้าเราจนหน้าชา เพื่อให้สังคมตื่นจากความประมาท ถึงเวลาที่ต้องเยียวยาด้วยการเปลี่ยน “ความละเลย” ให้เป็น “ความใส่ใจ” เพื่อให้แสงไฟในค่ำคืน เป็นแสงแห่งความสุข…ไม่ใช่แสงเพลิงที่เผาผลาญชีวิตใครอีกต่อไป…”

กี่ศพถึงจะพอ? คำถามเดิมๆ ที่ดังก้องขึ้นมาอีกครั้งจากกองเถ้าถ่านและกลิ่นควันไฟที่ “โรงเบียร์ ณ  ลาดพร้าว” โศกนาฏกรรมคืนวันที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมา คร่าชีวิตผู้คนไปแล้ว 32 ราย บาดเจ็บอีกนับไม่ถ้วน กลายเป็นข่าวดังระเบิดไปทั่วโลกที่ตบหน้าประเทศไทยฉาดใหญ่

สังคมกำลังรุมชี้หน้าหาคนผิด บ้างพุ่งเป้าไปที่เจ้าของร้าน บ้างก็หันไปกระชากคอเสื้อผู้ว่าฯ กทม. บางคนออกมาตบโต๊ะดังปัง! พร้อมกางกฎหมาย พ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ. 2509 ให้ดูชัดๆ ว่า… งานนี้ตำรวจจะแกล้งทำเป็นตาบอดไม่ได้ เพราะในเขตกทม. ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล คือ พนักงานเจ้าหน้าที่ ตามกฎหมาย มีหน้าที่ควบคุมตำรวจทุกหน่วย ไม่ให้ปล่อยปละละเลยให้มี ผับเถื่อน โผล่ขึ้นกลางเมือง

ความจริงที่เจ็บปวดคือ ร้านนี้ขออนุญาตแค่ “ขายอาหาร” แต่กลับลักลอบเปิดเป็น “สถานบริการ” จัดเต็มทั้งดนตรี เต้นรำ แถมยังกรุฟองน้ำซับเสียงเต็มผนัง ซึ่งมันคือเชื้อเพลิงชั้นดีที่รอวันปะทุจากกระแสไฟฟ้าลัดวงจร หากเจ้าหน้าที่ตำรวจกวดขัน เข้มงวด ตรงไปตรงมา คนบริสุทธิ์ 32 ชีวิตคงได้กลับบ้านไปกอดคนที่เขารัก

อย่างไรก็ตาม การสาดโคลนและหาแพะรับบาป ไม่ได้ช่วยให้คนตายฟื้นขึ้นมา สิ่งที่สังคมไทยต้องการในนาทีนี้ไม่ใช่ความสะใจ แต่คือ “ความปลอดภัยที่จับต้องได้” ถึงเวลาที่ “ตำรวจ” ในฐานะผู้ถือกฎหมาย และ “กทม.” ในฐานะผู้ดูแลพื้นที่ ต้องหยุดเกี่ยงความรับผิดชอบ แล้วหันมากอดคอประสานมือจับอาวุธชิ้นเดียวกัน นั่นคือ “ระบบตรวจตราเชิงรุก” เปลี่ยน สายสืบ เป็น สายเซฟ ไม่ต้องรอให้เกิดเหตุแล้วค่อยมาจับ แต่ต้องทำงานร่วมกับเขต เข้าไปตรวจ แนะนำผู้ประกอบการตรวจสอบระบบไฟ ทางหนีไฟ และวัสดุกันไฟ ในขณะที่ภาครัฐต้องทำระบบขออนุญาตให้โปร่งใส เข้าถึงง่าย ไม่ใช่ตั้งเงื่อนไขจนคนต้องหนีไปเปิดแบบหลบๆ ซ่อนๆ

โศกนาฏกรรมครั้งนี้ ตบหน้าเราจนหน้าชา เพื่อให้สังคมตื่นจากความประมาท ถึงเวลาที่ต้องเยียวยาด้วยการเปลี่ยน “ความละเลย” ให้เป็น “ความใส่ใจ” เพื่อให้แสงไฟในค่ำคืน เป็นแสงแห่งความสุข… ไม่ใช่แสงเพลิงที่เผาผลาญชีวิตใครอีกต่อไป

Get notified whenever we post something new!

spot_img

Create a website from scratch

Just drag and drop elements in a page to get started with Newspaper Theme.

Continue reading

เปิดพิมพ์เขียว “ทะเลจีนใต้” ผ่าแผนรุก-รับ “พญามังกร” เตือน “มือที่สาม” อย่าจุ้น!

ทะเลจีนใต้เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่ผูกพันกับความมั่นคง อธิปไตย และการพัฒนาเศรษฐกิจของจีนในฐานะเส้นทางเดินเรือและแหล่งทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์ จีนยืนหยัดในจุดยืนที่อ้างอิงหลักฐานทางประวัติศาสตร์ควบคู่ไปกับหลักกฎหมายระหว่างประเทศ ภายใต้นโยบายหลัก "อธิปไตยเป็นของเรา ระงับข้อพิพาท และร่วมกันพัฒนา" เพื่อมุ่งสร้างพื้นที่นี้ให้เป็นทะเลแห่งสันติภาพและความร่วมมือที่ยั่งยืน จีนมีหลักฐานการเดินเรือ ประกอบอาชีพ และปกครองหมู่เกาะในทะเลจีนใต้ ทั้ง ตงซา ซีซา จงซา และหนานซา มาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ฉิน ฮั่น ถัง ซ่ง หมิง และชิง โดยมีการใช้อำนาจปกครองอย่างสันติ มีประสิทธิภาพผ่านการลาดตระเวนและจัดตั้งหน่วยงานบริหาร หลังชนะสงครามโลกครั้งที่สอง จีนได้เรียกคืนหมู่เกาะในทะเลจีนใต้จากญี่ปุ่นตาม "ปฏิญญาไคโร" และ "ประกาศพ็อทซ์ดัม" จีนจึงเน้นย้ำการแก้ไขข้อพิพาทผ่านการเจรจาทวิภาคีและคัดค้านการแทรกแซงจากมือที่สามนอกภูมิภาค นโยบายของจีนไม่ได้เป็นเพียงการประกาศอธิปไตย แต่มีแนวทางปฏิบัติที่ยืดหยุ่นและมุ่งสู่อนาคตเชิงรุกในการเจรจา "แนวปฏิบัติในทะเลจีนใต้" ร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อควบคุมพฤติกรรมและป้องกันความขัดแย้ง จีนเสนอให้ทุกฝ่ายร่วมกันพัฒนาทรัพยากรน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และการประมง เพื่อเปลี่ยนจากทะเลแห่งข้อพิพาทให้เป็นทะเลแห่งความร่วมมือ เช่น กิจกรรมการก่อสร้างของจีนบนหมู่เกาะหนานซา ที่เป็นไปอย่างชอบด้วยกฎหมาย...

ปปง.เด็ดปีกมาเฟียโซเชียล-นักบุญทุนบาป ยึดทรัพย์สินเฉียด 2,000 ล้าน ลากไส้นอมินี-พนันออนไลน์

“ปปง.เปิดปฏิบัติการเด็ดปีกมาเฟียโซเชียลและนักบุญทุนบาป! แถลงผลเชือดครั้งใหญ่ ลุยล้างบางขบวนการฉ้อโกงประชาชนและพนันออนไลน์รวม 58 รายคดี ยึดและอายัดทรัพย์สินลอตมหึมา ทั้งที่ดิน คอนโดหรู และสินค้าแบรนด์เนม รวมมูลค่าสะท้านเมืองกว่า 1,516 ล้านบาท กระชากหน้ากากพฤติการณ์สุดแสบ ตั้งแต่แก๊งทุนจีนนอมินี ‘แม็กซิมเทรดเดอร์’ ที่สวมรอยชักชวนลงทุน เครือข่ายไฮบริดสแคมข้ามชาติโยงใยคดียาเสพติด ไปจนถึงร่างทรงผู้วิเศษหลอกโอนเงินแก้กรรม และซินแสชื่อดังตุ๋นขายหินตี่ลี่ฮวงจุ้ย พร้อมกางปีกคุ้มครองสิทธิเตรียมส่งคืนเยียวยาเหยื่อผู้เสียหายแบบถอนรากถอนโคน” สำนักงาน ปปง. แถลงผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 7/2569 เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 โดยดำเนินการในรายคดีที่เกี่ยวกับการฉ้อโกงฯ และการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์รวมจำนวน 2,985 รายการ 58 รายคดี มูลค่าทรัพย์สินกว่า 1,516 ล้านบาท และมอบหมายพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบทรัพย์สิน 72...

กับดัก! “ผับมรณะ” ทำไม? “นักเที่ยว” เลือก “อยู่ต่อ” แม้ภัยมาถึง ความจริงหลังม่านควัน สถาปัตยกรรมลวงตา

เมื่อเกิดโศกนาฏกรรม "ผับไฟไหม้" หน้าสื่อมักเต็มไปด้วยภาพการวิ่งหนีตาย ตัวเลขผู้เสียชีวิตอันน่าสลดใจ การฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย หรือแม้แต่เรื่องเล่าลี้ลับชวนขนหัวลุกของสถานที่เหล่านั้น แต่ในฐานะบทเรียนที่จะช่วยรักษาชีวิตของผู้คนในอนาคต มี "ความจริงอีกชุดหนึ่ง" ที่ซ่อนอยู่หลังม่านควันหนาทึบ มันคือแง่มุมลึกซึ้งทางวิทยาศาสตร์ สถาปัตยกรรม และจิตวิทยาพฤติกรรมมนุษย์ ซึ่งไม่ค่อยมีใครหยิบยกมาเล่าในมุมกว้าง ทั้งที่เป็นตัวแปรสำคัญระหว่าง "ความเป็น" และ "ความตาย" จิตวิทยาฟองสบู่ เหตุใดมนุษย์จึงเลือกที่จะ "อยู่ต่อ" เมื่อภัยมาถึง? คำถามที่สร้างความฉงนใจให้สังคมเสมอคือ “ทำไมเมื่อเริ่มเห็นประกายไฟหรือกลุ่มควัน คนส่วนใหญ่ถึงไม่รีบหนีทันที?” คำตอบไม่ได้อยู่ที่ความประมาท แต่อยู่ที่กลไกสมองอันซับซ้อนตามหลักจิตวิทยาสังคม 2 ปรากฏการณ์ คือ 1.การเพิกเฉยเพราะเห็นคนอื่นเฉย ยามที่ความมืดและเสียงดนตรียังคงดำเนินอยู่ เมื่อจู่ๆ เกิดประกายไฟแลบบนเวที สัญชาตญาณแรกของมนุษย์ ไม่ใช่การวิ่ง แต่คือการ "หันไปมองคนรอบข้าง" หากคนข้างๆ ยังคงยืนถือแก้วเฉยๆ หัวเราะ หรือคิดว่าเป็นเพียงเอฟเฟกต์พิเศษ สมองของเราจะแปลผลทันทีว่า...

Enjoy exclusive access to all of our content

Get an online subscription and you can unlock any article you come across.