พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ให้สัมภาษณ์ในรายการโหนกระแส เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับคดีกับการจับกุมสมีโชติ อดีตเจ้าวาสวัดพุทไธศวรรย์ว่า จุดเริ่มต้นมาจากมีกลุ่มลูกศิษย์ของสมีโชติ ที่ทนเห็นพฤติกรรมไม่ไหว จึงส่งเรื่องร้องเรียน และคลิปเสพเมถุน มาให้ตำรวจสอบสวนกลาง จนนำไปสู่การสืบสวนขยายผล 2 เดือน และพบว่ามีการเบียดบังทรัพย์สินวัด
โดยพบพฤติการณ์ว่า สมีโชติ มีพฤติกรรมยักยอกเงินจากการจำหน่ายวัตถุมงคล ไม่ได้นำเงินเข้าวัด แต่ใช้วิธีการลอกเลียนแบบวัดพระบาทน้ำพุ คือการไปจดจัดตั้งมูลนิธิ เพื่อโยกย้ายเงินเข้าส่วนตัว แต่ออกใบอนุโมทนาบัตรเป็นชื่อวัด ซึ่งการจดตั้งมูลนิธิเพิ่งดำเนินการได้ไม่นานมานี้เอง
ส่วนสีกาที่ปรากฎในคลิป พบว่ารู้จักกับสมีโชติ มาตั้งแต่ปี 2567 หรือเมื่อ 2 ปีก่อน ตอนนี้พบความเสียหายเพิ่มขึ้นเป็น 100 ล้าน โดยมีทรัพย์สินบางส่วนไปอยู่ที่ฝ่ายหญิง
ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยอีกว่า จากแนวทางการสืบสวน ตอนนี้พบว่ามีบุคคลที่มีความเชื่อมโยงอีกประมาณ 2-3 คน และอาจมีสีกามากกว่า 1 คน เข้ามาพัวพันด้วย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน และดำเนินการต่อไป
เปิดคลังสมบัติ สีกาเอ๋ คนใกล้ชิด หลวงพ่อโชติ
.
เจ้าหน้าที่ตำรวจ นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านพัก ในต.คลองสี่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ของ สีกาเอ๋ อายุ 47 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 1 ที่ 30/2569 ลงวันที่ 8 ก.ย. 69)
ที่บ้านพัก พบทรัพย์สินจำนวนมาก ทั้ง พระเครื่องเนื้อทองคำ ทองคำแท่งและรูปพรรณ รวม 90 บาท คิดเป็นราคา 6,037,470 บาท ,เงินสด 3,592,300 บาท โฉนดที่ดิน และ สลากออมสิน









