วันนี้ (17 กรกฎาคม 2569) เวลา 06:30 ที่สถานีตำรวจภูธรห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วย พลตำรวจโท นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานร่วมในพิธีปล่อยแถวเจ้าหน้าที่ เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายธุรกิจอำพรางของคนต่างด้าว หรือนอมินี ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี
ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการบูรณาการกำลังจากชุดปฏิบัติการพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตำรวจภูธรในพื้นที่ ฝ่ายปกครอง สำนักงานพาณิชย์จังหวัด และสำนักงานที่ดินจังหวัด เพื่อเข้าตรวจสอบบริษัทและโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่มีพฤติการณ์ต้องสงสัยว่า ใช้บุคคลสัญชาติไทยถือหุ้นแทนชาวต่างชาติ เพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดตามกฎหมายในการประกอบธุรกิจและถือครองที่ดิน
เจ้าหน้าที่ระบุว่า การปฏิบัติการในจังหวัดชลบุรีถือเป็นระยะที่ 4 ต่อเนื่องจากการดำเนินการในพื้นที่เกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี รวมถึงจังหวัดภูเก็ต กระบี่ และพังงา โดยผลการดำเนินงานใน 3 ระยะแรก สามารถตรวจสอบที่ดินที่เกี่ยวข้องกับนิติบุคคลนอมินีได้ประมาณ 130 ไร่ มูลค่ากว่า 1,671 ล้านบาท และดำเนินการตามหมายจับกับผู้ต้องหาทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติรวมกว่า 100 หมาย
สำหรับปฏิบัติการในจังหวัดชลบุรี เจ้าหน้าที่ตั้งเป้าตรวจสอบบริษัทจำนวน 33 แห่ง ซึ่งเชื่อมโยงกับการถือครองที่ดินในลักษณะนอมินีจำนวน 32 แปลง มูลค่ารวมประมาณ 235 ล้านบาท พร้อมเข้าดำเนินการตามหมายจับ 4 หมาย และหมายค้น 41 หมาย โดยหนึ่งในพื้นที่เป้าหมายเป็นโครงการหมู่บ้านในเขตเมืองพัทยา ซึ่งพบพฤติการณ์ต้องสงสัยเกี่ยวกับการถือครองที่ดินแทนบุคคลต่างด้าว
ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า การตรวจสอบบริษัทนอมินีและการถือครองที่ดินของคนต่างด้าวเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล จำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการจากหลายหน่วยงาน โดยเฉพาะการสืบสวนเชิงลึกและการตรวจสอบเส้นทางธุรกิจ เพื่อปิดช่องว่างที่ถูกนำมาใช้หลีกเลี่ยงกฎหมายไทย
ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีเน้นย้ำว่า การปฏิบัติการครั้งนี้ถือเป็นภารกิจสำคัญในการทวงคืนผืนแผ่นดินและผลประโยชน์ของประเทศให้แก่ประชาชนชาวไทย พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ทุกนายปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต รอบคอบ และอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายอย่างเคร่งครัด
ภายหลังพิธีปล่อยแถว เจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายพร้อมกัน โดยจะรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้น เส้นทางการเงิน และสิทธิการถือครองที่ดิน หากพบการกระทำผิดจะดำเนินคดีตามกฎหมาย และดำเนินการเพิกถอนหรือจำหน่ายที่ดินตามขั้นตอนต่อไป












