วันศุกร์, กรกฎาคม 17, 2026
หน้าแรกอาชญากรรมกสม.ประสานให้ความช่วยเหลือลูกเรือสัญชาติรัสเซียที่ตกค้างอยู่ในน่านน้ำไทยแนะส่งกลับประเทศต้นทางตามกฎหมาย

Related Posts

กสม.ประสานให้ความช่วยเหลือลูกเรือสัญชาติรัสเซียที่ตกค้างอยู่ในน่านน้ำไทยแนะส่งกลับประเทศต้นทางตามกฎหมาย

กสม. ตรวจสอบกรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำทรมานและอุ้มหายประชาชนในช่วงสงครามยาเสพติดเมื่อปี 2546 แนะกรมคุ้มครองสิทธิฯ เร่งเยียวยาครอบครัวผู้เสียหาย-ประสานให้ความช่วยเหลือลูกเรือสัญชาติรัสเซียที่ตกค้างอยู่ในน่านน้ำไทยแนะส่งกลับประเทศต้นทางตามกฎหมาย

วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.30 น. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) โดยนายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และนายภาณุพันธ์ สมสกุล ที่ปรึกษาสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แถลงข่าวเด่นประจำสัปดาห์ ครั้งที่ 26/2569 โดยมีวาระสำคัญดังนี้

2.กสม. ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือลูกเรือสัญชาติรัสเซียที่ถูกทอดทิ้งตกค้างอยู่ในน่านน้ำไทย แนะส่งกลับประเทศต้นทางให้ถูกต้องตามกฎหมาย

นายภาณุพันธ์ สมสกุล ที่ปรึกษาสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดเผยว่า เมื่อเดือนมีนาคม 2569 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้รับเรื่องร้องเรียนจาก บริษัท แมสต์ ฮิวแมน จำกัด ซึ่งเป็นองค์กรวิสาหกิจเพื่อสังคม กรณีผู้เสียหาย 2 ราย ซึ่งเป็นลูกเรือสัญชาติรัสเซียประจำเรือบีลีเน (Bilene) ประสานขอความช่วยเหลือมายังบริษัทฯ ระบุว่าเมื่อเดือนกรกฎาคม 2568 ผู้เสียหายได้เดินทางจากประเทศรัสเซียไปยังประเทศบังกลาเทศเพื่อนำเรือบีลีเนไปรื้อถอนเป็นเศษเหล็ก ระหว่างเดินทางเรือประสบอุบัติเหตุและเข้าจอดฉุกเฉินในน่านน้ำไทยบริเวณจังหวัดระนองเพื่อรอการซ่อมแซม ต่อมากัปตันและลูกเรือบางส่วนได้เดินทางกลับประเทศต้นทางแล้ว แต่ผู้เสียหายและลูกเรืออีก 2 รายยังประจำอยู่บนเรือเพื่อดูแลความปลอดภัย โดยต้องปฏิบัติงานภายใต้สภาพความเป็นอยู่ที่ไม่เหมาะสม ขาดแคลนสิ่งจำเป็นพื้นฐาน และไม่ได้รับค่าจ้างจากนายจ้าง จึงร้องเรียนขอให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ความช่วยเหลือลูกเรือที่ยังตกค้างอยู่ในประเทศไทย

กสม. เห็นว่า เรื่องดังกล่าวสามารถประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้แก้ไขปัญหาเป็นกรณีเร่งด่วนได้ เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 จึงได้ประชุมหารือแนวทางการให้ความช่วยเหลือร่วมกับผู้ร้องคือ บริษัท แมสต์ ฮิวแมน จำกัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมเจ้าท่า สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาระนอง ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล สถานเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย และกรมยุโรป ขณะที่บริษัทเอกชนซึ่งอ้างว่าเป็นตัวแทนเรือบีลีเนปฏิเสธเข้าร่วมประชุม ณ สำนักงาน กสม. โดยที่ประชุมได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนข้อเท็จจริง สรุปได้ดังนี้

เดิมเรือบีลีเน (Bilene) จดทะเบียนภายใต้ธงประเทศวานูอาตู แต่ภายหลังถูกเพิกถอนทะเบียนเรือส่งผลให้ปัจจุบันมีสถานะเป็นเรือไร้สัญชาติ และไม่ปรากฏข้อมูลการแจ้งเข้า – ออกเรือในระบบของกรมเจ้าท่า เนื่องจากไม่อยู่ภายใต้รัฐเจ้าของธง โดยเรือดังกล่าวได้เดินทางเข้ามาในน่านน้ำไทยเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 หลังประสบปัญหาเครื่องยนต์ขัดข้องในน่านน้ำเมียนมาและได้ว่าจ้างเรือลากจูงนำเข้ามาทอดสมอบริเวณจังหวัดระนองโดยอ้างเหตุฉุกเฉินทางทะเล อย่างไรก็ตาม เจ้าของเรือมิได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง เช่น การขออนุญาตทอดสมอ การแจ้งแผนซ่อมเรือ และแผนสับเปลี่ยนลูกเรือ ส่งผลให้เรือทอดสมออยู่ในพื้นที่เป็นเวลานานโดยไม่มีความคืบหน้าการแก้ไขปัญหา ซึ่งกรมเจ้าท่าได้พยายามติดต่อเจ้าของเรือผ่านตัวแทนเรืออย่างต่อเนื่องแต่ไม่ได้รับความร่วมมือ ทำให้ไม่ทราบแผนดำเนินการหรือระบุผู้รับผิดชอบเรือได้อย่างชัดเจน จึงมีข้อสังเกตว่าพฤติการณ์ดังกล่าวอาจเข้าลักษณะการทอดทิ้งเรือ

ในส่วนของลูกเรือ ปัจจุบันมีลูกเรือสัญชาติรัสเซียที่ยังตกค้างอยู่ในประเทศไทย 3 ราย รายหนึ่งพักอาศัยอยู่บนฝั่งภายใต้การดูแลของบริษัท แมสต์ ฮิวแมน จำกัด ผู้ร้อง อีก 2 ราย ประจำอยู่บนเรือและได้รับความช่วยเหลือจากสถานกงสุลใหญ่รัสเซียประจำจังหวัดภูเก็ต ซึ่งทั้ง 3 ราย มีความประสงค์เดินทางกลับประเทศรัสเซีย แต่ยังไม่สามารถเดินทางออกนอกราชอาณาจักรได้ เนื่องจากข้อจำกัดเกี่ยวกับสถานการณ์เข้าเมืองในฐานะลูกเรือ

โดยที่ประชุมมีความเห็นสอดคล้องกันว่า กรณีเรือไร้สัญชาติที่ไม่มีผู้รับผิดชอบชัดเจน เป็นประเด็นเกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางทะเล และมีความเสี่ยงต่อความปลอดภัยในการเดินเรือ รวมทั้งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเล เนื่องจากเรือยังมีน้ำมันและวัสดุที่อาจก่อให้เกิดมลพิษหากเกิดอุบัติเหตุหรือการรั่วไหลขณะที่ประเด็นการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของลูกเรือควรแยกออกจากการดำเนินการเกี่ยวกับตัวเรือ เนื่องจากลูกเรือเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากการถูกทอดทิ้ง และไม่ควรถูกบังคับให้ปฏิบัติหน้าที่ดูแลเรือต่อไปโดยไม่มีนายจ้างหรือผู้รับผิดชอบ อีกทั้งการดำเนินการทางกฎหมายเกี่ยวกับตัวเรืออาจใช้ระยะเวลานาน จึงควรเร่งดำเนินการให้ลูกเรือสามารถเดินทางกลับประเทศได้โดยเร็ว ทั้งนี้ ผู้ร้องแจ้งว่ายินดีรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางกลับประเทศของลูกเรือทั้งหมด และสถานเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทยพร้อมดำเนินการด้านเอกสารการเดินทางและให้ความช่วยเหลือที่จำเป็น เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับประเทศทันทีเมื่อหน่วยงานของไทยอนุญาต

ด้วยเหตุผลข้างต้น กสม. ในคราวประชุมด้านการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 พิจารณาแล้วเห็นว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมประชุมชี้แจงข้อเท็จจริงและเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกันแล้ว อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของลูกเรือเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการดำเนินการตามกฎหมายเกี่ยวกับเรือ จึงเห็นควรมีข้อเสนอแนะให้สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาระนองประสานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดระนอง พิจารณาแนวทางการเปลี่ยนสถานะของลูกเรือให้สามารถเดินทางออกนอกราชอาณาจักรได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมทั้งอำนวยความสะดวกให้ลูกเรือเดินทางกลับประเทศได้โดยเร็ว

นอกจากนี้ ให้ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลร่วมกับกรมเจ้าท่า ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อกำหนดแนวทางดำเนินการและมาตรการจัดการเรือตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันผลกระทบต่อความปลอดภัยในการเดินเรือและสิ่งแวดล้อมทางทะเล

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

spot_img

Latest Posts