สำนักงานตำรวจแห่งชาติเดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. ที่กำหนดให้การสกัดกั้นการใช้สัญญาณโทรคมนาคมผิดกฎหมายตามแนวชายแดนเป็นภารกิจสำคัญ เพื่อปิดช่องทางการสื่อสารที่ถูกนำไปใช้สนับสนุนขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์และอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งถือเป็นวาระแห่งชาติที่ต้องเร่งดำเนินการ
เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 พล.ต.ท.ฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ ผบช.ภ.2 พร้อมด้วย นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รท.เลขาธิการ กสทช., พล.ต.ต.ถาวร ดุลยวิทย์ ผบก.ภ.จว.สระแก้ว และหน่วยงานด้านความมั่นคง ลงพื้นที่จังหวัดสระแก้ว เพื่อติดตามและอำนวยการปฏิบัติการตรวจค้นโครงข่ายสื่อสารผิดกฎหมายตามแนวชายแดน หลังการขยายผลจากการตรวจพบการลักลอบส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตข้ามแดนเชื่อมโยงไปยังเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา
การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการบูรณาการกำลังร่วมระหว่างตำรวจ ทหาร และสำนักงาน กสทช. นำโดย พ.ต.อ.จตุรภัทร สิงหัษฐิต รอง ผบก.ภ.จว.สระแก้ว, พ.ต.อ.ชูชาติ คงเมือง ผกก.สภ.คลองลึก, พ.ต.อ.ดำรง เอี่ยมไพโรจน์ ผกก.สส.ภ.จว.สระแก้ว, พ.อ.บัญชา ชาญฉลาด รอง ผบ.กกล.บูรพา, พ.อ.ชัยณรงค์ กาสี ผบ.ร.12 รอ. และ นายวีรพนธ์ ศรีนวล รท.ผอ.สนง.กสทช. ภาค 1 ร่วมตรวจสอบพื้นที่เป้าหมายเพื่อสกัดกั้นการใช้โครงข่ายโทรคมนาคมผิดกฎหมาย และป้องกันการนำสัญญาณไปใช้สนับสนุนการก่ออาชญากรรม
จากการเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 3 จุด ในพื้นที่ตำบลป่าไร่ อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เจ้าหน้าที่ตรวจพบการลักลอบวางสายอินเทอร์เน็ตพาดข้ามแนวชายแดนในพื้นที่เป้าหมายแห่งหนึ่ง จึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมใช้เครื่องจักรเข้าดำเนินการขุดรื้อและตัดโครงข่ายสื่อสารดังกล่าว เพื่อยุติการนำไปใช้สนับสนุนขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์และอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ขณะที่อีกสองจุด เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบอย่างละเอียด โดยหนึ่งจุดไม่พบการกระทำความผิด
การดำเนินการในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการตัดวงจรอาชญากรรมทางเทคโนโลยีตั้งแต่ต้นทาง ด้วยการทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือของเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ เปรียบเสมือนการ “ตัดท่อน้ำเลี้ยง” ของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เพื่อลดศักยภาพในการก่อเหตุและปกป้องประชาชนจากภัยการหลอกลวงออนไลน์
ตำรวจภูธรภาค 2 ยืนยันว่าจะเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือกับสำนักงาน กสทช. กองกำลังป้องกันชายแดน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขยายผลไปยังผู้บงการ ผู้สนับสนุน และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการลักลอบวางโครงข่ายสื่อสารผิดกฎหมาย พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด และเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังพื้นที่ชายแดนอย่างต่อเนื่อง เพื่อปิดทุกช่องทางที่เอื้อประโยชน์ต่อขบวนการอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้แก่ประชาชน





































