“สนธิ” อัด “เอกนิติ-บอร์ดบีโอไอ”ชักศึกเข้าบ้านต้นตออนุมัติจัดตั้ง Data Center ในไทย โดยไม่เคยถามตัวเองเลยว่า คนไทยได้อะไรจากธุรกิจนี้ ชี้ทุนเทาลักลอบตั้งอำพรางเป็นโกดังหลบเลี่ยงการทำ EIA -ประชาพิจารย์มาตั้งแต่ปีมะโว้ เตือนไม่เกิน 3ปีหายนะทรัพยากรน้ำ ไฟเกิดกับคนไทยแน่
“สนธิ ลิ้มทองกุล” ผู้ก่อตั้งและเจ้าของสื่อในเครือผู้จัดการ และนักหนังสือพิมพ์อาวุโส ผู้ดำเนินรายการ “คุยทุกเรื่องกับสนธิ” ได้จัดรายการอย่างเผ็ดร้อน เมื่อ 17 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยได้กล่าวถึงธุรกิจศูนย์ประมวลผล Data Center ที่ทั่วโลกกำลังเคลื่อนไหวต่อต้าน ตั้งกฏเหล็กควบคุมการจัดตั้ง แต่รัฐบาลไทยกลับหน้ามืดตามัวเปิดรับความวินาศ
14 มลรัฐอเมริกาแบน Data Center
โดยระบุว่า เมื่อวันที่15 ก.ค.ที่ผ่านมาเกิดแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ที่อเมริกา เมื่อ “รัฐนิวยอร์ก” กลายเป็นรัฐแรกที่ประกาศกฎเหล็ก สั่งระงับและห้ามก่อสร้างศูนย์ข้อมูล Data Center รายใหม่เป็นเวลา 1 ปีเต็ม! โดยเฉพาะพวกที่มีกำลังผลิตเกิน 50 เมกะวัตต์ และยังมีอีก 14 รัฐ เช่น จอร์เจีย มิชิแกน เพนซิลเวเนีย ที่กำลังดิ้นรนหาทางสกัดกั้นอุตสาหกรรมสูบเลือดสูบเนื้อเหล่านี้
ถามว่าทำไมผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก นางแคธี โฮชูล ถึงขั้นต้องลงนามสั่งเบรก? เหตุผลสั้นๆ เลยครับท่านประธานบอร์ด BOI ฟังไว้ให้ดีๆ เพราะ Data Center มันสูบไฟฟ้าและน้ำมหาศาลจนชาวเมืองเดือดร้อน ค่าน้ำค่าไฟพุ่งกระฉูด! ลำพังแค่ยอดขออนุมัติที่ค้างอยู่ของนิวยอร์กพุ่งไปถึง 12 กิกะวัตต์ ซึ่งเทียบเท่ากับไฟฟ้าที่ประเทศโปรตุเกสใช้ทั้งประเทศ!ต้องสั่งชะลอโครงการ
หันมาดูมหาอำนาจฝั่งเอเชียอย่างประเทศจีนเขามีประชากรเน็ต 1,100 ล้านคน ต้องการใช้ AI เต็มสูบ แต่เขามียุทธศาสตร์ที่ฉลาดกว่าอเมริกามาก จีนกำหนดโควตาไฟฟ้าไว้ไม่เกิน 32 กิกะวัตต์ และใช้ยุทธศาสตร์ “ตงซู่ ซีซว่าน” คือการโยก Data Center ขนาดยักษ์ที่กินไฟและกินพื้นที่ ออกจากเขตเมืองฝั่งตะวันออก
อย่างปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กวางโจว แล้วผลักไปอยู่ทางภาคตะวันตกที่ห่างไกลและมีอากาศหนาวเย็นธรรมชาติ เช่น ทะเลทรายมณฑลกานซู่ มองโกเลียใน หรือในหุบเขาลึกเมืองกุ้ยอัน มณฑลกุ้ยโจวของ Apple และ Huawei แถมยังมีกฎเหล็กควบคุมค่า PUE (ประสิทธิภาพพลังงาน) ต้องต่ำกว่า 1.3 และต่างชาติต้องร่วมทุนห้ามถือหุ้นเกิน 50%
เมืองไทยกลับกวักมือเรียกหาหายนะ
แม้แต่ ญี่ปุ่น เขาก็กำลังกวาด Data Center ให้หนีโตเกียวไปอยู่เกาะฮอกไกโด เพื่อใช้อากาศหนาวลดน้ำหล่อเย็น ส่วนประเทศเกาหลีใต้ ก็ออกกฎหมายบังคับกระจายตัวออกไปต่างจังหวัด ห้ามกระจุกตัวในเมืองหลวงกรุงโซลเด็ดขาด!
หันกลับมามองเมืองไทย “ประเทศกูเรือหาย…ไม่สนใจ!”
ย้อนกลับมาดูความโง่เขลาและเห็นแก่ตัวในเมืองไทย ยุทธศาสตร์ของเรามันตรงกันข้ามกับอเมริกา จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ!
ประเทศพัฒนาแล้วเขาผลักอุตสาหกรรมทำลายสิ่งแวดล้อมออกนอกเมืองหลวง แต่ประเทศไทยกลับกวักมือเรียกให้เข้ามาตั้งกลางกรุงเทพฯ ย่านพระราม 9! แถมยังประเคนพื้นที่ชุมชนและแหล่งท่องเที่ยวอย่าง ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง ให้ Data Center อีก!
พื้นที่เหล่านั้นปกติแค่น้ำและไฟฟ้าชาวบ้านก็แทบไม่พอใช้อยู่แล้ว อากาศเมืองไทยก็ร้อนตับแลบ ต้องสูบน้ำจากแม่น้ำบางปะกงวันละไม่ต่ำกว่า 200 ล้านลิตรมาหล่อเลี้ยงเครื่อง Server ข้ามชาติ แล้วชาวบ้านจะเอาน้ำที่ไหนกิน? ชุมชนริมน้ำ พันธุ์ปลาไม่ฉิบหายตายโหงกันหมดหรือ?
“ผมอยากให้ทุกคนได้บันทึกเอาไว้ตรงนี้ หากวันหนึ่ง ซึ่งคงไม่นานจากนี้ ไม่เกิน 3ปีจากนี้ เมืองไทยฉิบหายตายโหงจากการทำลายล้างของธุรกิจนี้ที่แย่งชิงทรัพยากรพื้นฐานของประเทศ ทั้งน้ำ ไฟ แล้ว ขอให้ทุกคนจดจำ ชื่อของนาย เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกและ รมต.คลัง ในฐานะประธานบอร์ด BOI และกรรมการบอร์ดบีโอไอชุดนี้ คือผู้อนุมัติให้ธุรกิจ Data Center เข้ามาจัดตั้งในไทย โดยไม่เคยถามตัวเองเลยว่า ประเทศไทยได้อะไรจากธุรกิจนี้”
แฉอำพราง Data Center เป็นแค่โกดังสินค้า
นายสนธิยังระบุด้วยว่า แท้จริงแล้ว กลุ่มทุนเทาได้แอบจัดตั้งศูนย์ประมวลผล Data Center ในตำบลคลองตำรุ อ.เมืองชลบุรีเพื่อรองรับธุรกิจประมวลผลขนาดใหญ่อย่าง TikTok หรือบริษัทยัก์ข้ามชาติ ของโลก โดยอำพรางว่าเป็นการตั้งคลังสินค้า เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ
ส่งผลให้โครงการเหล่านี้ไม่ต้องจัดทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม EIA ไม่มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นใดๆจากชุมชนชาวบ้านรอบพื้นที่ตั้ง ทั้งๆที่เนื้อแท้แล้ว คือ ศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ Data Center ถ้าข้าราชการไม่หลับตาข้างหนึ่งให้ความร่วมมือ มันจะสร้างขึ้นมาได้อย่างไร?
“นี่แค่เริ่มต้นยังหลีกเลี่ยงกฏหมายสารพัดขนาเนี้ แสดงว่าศูนย์ข้อมูล Data Center มีปัญหาจริงๆ รัฐบาล และบอร์ด BOI กลับไม่ตระหนัก วิกฤตแย่งทรัพยากร น้ำและไฟฟ้ากำลัวจะเกิดขึ้น จากการข้ามาของธุรกิจศูนย์ Data Center เหล่านี้ ไม่ว่าจะ Microsoft Facebook Amazon และTikTok ทุกรายเลือกจะปักหมุดลงทุนในไทย เพราะไทยเรามีความพร้อม ไม่ว่าจะทรัพยากรน้ำ ไฟฟ้า ระบบสาธารณุปโภคต่างๆที่รัฐให้การส่งเสริม”
ไม่เกิน 3ปีหายนะด้านทรัพยกรน้ำ-ไฟเกิดขึ้นแน่
ระบบประมวลผลขนาดมโหฬารของ Data Center นั้นปลดปล่อยความร้อนสูงมหาศาล การระบายความร้อนมหาศาลที่ว่านี้จึงต้องใช้ปริมาณน้ำมหาศาลในการทำระบบหล่อเย็นซึ่งในที่สุด จะเป็นการแย่งชิงทรัพยากรน้ำกับปรัชาชนและชะมชน จนก่อให้เกิดไาวะขาดแคลนน้ำจนอาจนำไปสู่ปัญหามลพิษทางน้ำในระยะยาว
“จนนักวิชาการท้องถิ่นพากันตั้งคำถามว่า ประเทศไทยได้ประโยชน์จริงๆหรือจากการเข้ามาของธุรกิจศูนย์ประมวลผล Data Center เหล่านี้ ในเมื่อลิขสิทธิ์ เทคโนโลยี ความเป็นเจ้าของ สิ่งก่อสร้าง ฮาร์ดแวร์ ซอฟแวร์ทั้งหลายล้วนเป็นของกลุ่มทุนข้ามชาติเหล่านี้ ไม่มีบริษัทเทคโนโลยีไทยรายใดมีโอกาสเข้าไปร่วมลงทุนด้วยแท้แต่น้อย”
นี่เป็นโจทย์ใหญ่ของประเทศไทยในการดึงเงินลงทุนเป็นแสนล้านเข้าประเทศที่หน่วยงานราชการชอบอ้างว่าเป็นผลงานชิ้นโบแดง แต่ในความเป็นจริงแล่วมันกลับต้องต้องแลกมาด้วยความสูญเสียทรัพยากรของประเทศมหาศาล แบบที่เรียกว่าได้ไม่คุ้มเสีย ยังไม่นับข้อครหาเรื่องความโปร่งใส ของทุนการเมืองที่เข้าไปร่วมมีส่วนได้ส่วนเสียกับการลงทุนของโครงการเหล่านี้
ผมสนับสนุนให้พ่อแม่พี่น้องคนชลบุรี ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ ออกมาเดินขบวนประท้วง ลากไส้พวกที่ขออนุญาตเป็นคลังสินค้า แต่กำลังสร้าง Data Center เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบสิ่งแวดล้อมแปลงพวกนี้ให้หมด ขอให้ จำคำพูดผมในวัย 79 ปีวันนี้เอาไว้ให้ดี ไม่เกิน 3 ปีหลังจากสร้างเสร็จ แผ่นดินไทยได้ฉิบหายตายโหงเพราะน้ำแล้ง ไฟดับกันเป็นแถวแน่นอน!






