วันพุธ, กรกฎาคม 22, 2026

ถึงคิว NT “วีระ” สับเละอีก! หมดสภาพแนะขายทิ้ง “ที่ดิน-หุ้น-ทรัพย์สินไร้ค่า”

ในการประชุมคณะกรรมธิการ(กมธ)วิวามัญพิจารณาร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 นาย วีระ ธีรภัทรานนท์ สื่อมวลชนอาวุโส ในฐานะกรรมาธิการ ได้กบ่าวถึงบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ว่า วันนี้ NT ได้เปลี่ยนสถานะจากเศรษฐี ซึ่งเคยเป็นรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่มาก มีทรัพย์สินมากถึง 2.23 แสนล้านบาท แต่กลับมีรายได้ที่เรียกว่าแย่แล้ว เหลือเพียง 5.4 หมื่นล้านบาท ในขณะที่รายได้จากบริการโทรคมนาคมลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 8.04 หมื่นล้านบาท เหลือเพียง 5.4 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ ถ้านำรายได้จากปีงบประมาณ 2569 มาพิจารณา จะพบว่ารายได้จากการให้บริการคงลดลงไปอีก แต่ NT ค่อนข้างดูถูกสติปัญญาของกรรมาธิการ เอกสารที่ท่านส่งมาให้ จึงส่งแบบครึ่งท่อน ไม่มีหมายเหตุผู้สอบบัญชี ไม่มีอะไรเลย

นายวีระกล่าวว่า ตนเองเป็นลูกค้า NT ใช้อินเทอร์เน็ตบ้าน รู้ว่า NT บริการแบบขาดทุนมาตลอด ธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้านก็น่าจะขาดทุน แต่วันนี้ไม่มีตัวเลข แต่ทว่าเรื่องเหล่านี้พิจารณาก็รู้ว่าขาดทุน หากยังมีกำไรอยู่ ก็คงเป็นเพราะมีเงินที่คนอื่นเอามาให้

“ผมไม่รู้อนาคตของท่าน แต่ผมพูดอย่างนี้ดีกว่า ด้วยความเป็นรัฐวิสาหกิจ คงมีภารกิจที่รัฐบาลเขาประเคนให้ แต่เรื่องพวกนี้ เอกชนเขาไปไกลกว่าเยอะ”

นายวีระได้ให้ข้อเสนอแนะต่ออนาคตของ NT ว่าอันดับแรก NT มีที่ดินที่เป็นทรัพย์สินจำนวนมาก ควรยุบหน่วยบริการสำหรับสายโทรศัพท์บ้าน (Fixed Line) หรือบริการโทรศัพท์บ้านที่วันนี้แทบไม่มีแล้ว ถ้ามีอยู่ก็ควรรื้อลวดทองแดงออกมาให้หมด ไม่ควรนำมาตั้งเป็นอนุสาวรีย์อีกต่อไป ไม่มีประโยชน์

ส่วนที่ 2 บริษัทสาขาที่กระจายอยู่ถ้าเป็นที่ดิน ควรขายออกไป ถ้าเป็นที่ดินเช่า ควรคืนเจ้าของ ยุบให้เหลือน้อยที่สุด เพราะไม่มีใครใช้บริการสาขาแล้ว รวมถึงรถขององค์การโทรศัพท์ ก็ไม่ควรต้องมีแล้ว

“ไม่รู้ว่า อาคารทั้งของกสท.เดิม และขององค์การโทรศัพท์เดิมมีมูลค่าเท่าไร แต่ควรจัดการได้เลย ทำเลย ถ้าปีหน้ายังมาขอเงินอีกก็ถือเป็นความซวย”

นายวีระยังกล่าวถึงทรัพย์สินและหุ้นที่ NT เข้าไปลงทุนอยู่ทั้งในและนอกตลาดว่า หุ้นที่ NT เข้าไปถือหุ้นในกิจการต่างๆควรขายทิ้งไปให้หมด ไม่ว่าจะเป็นบริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่ง NT ถืออยู่ 120 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 20% หุ้นบริษัท ทรู คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) ซึ่งได้ฟรีมายาวนาน 825 ล้านหุ้น ก็ควรต้องขายทิ้ง

เช่นเดียวกับหุ้นบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ที่มีหุ้นอยู่ 129 ล้านหุ้น หากขายวันนี้หุ้นละ 6 บาท จะได้เงิน 800 กว่าล้านบาทมาฟรีๆ เช่นเดียวกับหุ้นบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิงส์ ซึ่ง NT ถืออยู่ 3.8 ล้านหุ้น แม้ราคาจะลดลงจากช่วงที่ราคาขึ้นสูงสุดก็ควรขายออกไปให้หมด

“ส่วนหุ้นที่ถืออยู่นอกตลาดหลักทรัพย์ 13 บริษัท ควรไปดู อันไหนขายได้ ขายไป ท่านไม่ควรมาขอเงิน ถ้าเป็นผม ผมไม่มาให้โดนด่าขนาดนี้ คนอื่นเขาอาจจะไม่ตำหนิท่านรุนแรงเหมือนผม แต่ผมเตือนด้วยความปรารถนาดี ผมไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย ว่าไปตามเนื้อผ้าจริงๆ ถ้าผมเป็นรัฐวิสาหกิจผมจะอยู่นอกงบประมาณ ไม่เข้ามาขอ แล้วใครที่ขออยู่แล้ว ผมจะแนะนำเขาว่า ออกไปเถอะ มันเหนื่อย มาอยู่ตรงนี้ล้านสองล้าน สิบยี่สิบล้าน แล้วต้องอธิบายกันปากฉีก”

สำหรับงบการเงินรวมของ NT สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ซึ่งผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีแล้ว บริษัทมีรายได้รวม 57,349 ล้านบาท ลดลงจาก 82,742 ล้านบาทในปี 2567 โดยรายได้จากการให้บริการโทรคมนาคมลดลงจาก 80,399 ล้านบาท เหลือ 54,511 ล้านบาท

ในส่วนผลการดำเนินงานนั้นมีกำไรสุทธิ 3,203 ล้านบาท จากที่ขาดทุนสุทธิ 5,855 ล้านบาทในปีก่อนหน้า หลังค่าใช้จ่ายรวมลดลงจาก 90,447 ล้านบาท เหลือ 55,672 ล้านบาท ขณะที่ ณ สิ้นปี 2568 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 223,035 ล้านบาท และหนี้สินรวม 59,743 ล้านบาท

#NT #โทรคมนาคมแห่งชาติ

Get notified whenever we post something new!

spot_img

Create a website from scratch

Just drag and drop elements in a page to get started with Newspaper Theme.

Continue reading

ผบช.ก. เผยคดีปมทุจริตสอบท้องถิ่น รวบแล้ว 3 ราย จ่อขยายผลฟัน “เจ้าพนักงานรัฐ” ร่วมแก๊ง

https://www.youtube.com/watch?v=A9K8rqjGS0A เมื่อเวลา 14.45 น. วันที่ 22 ก.ค.69 ที่ห้องประชุมชัยจินดา ชั้นสอง อาคารประชาอารักษ์ (บก.ป.) บช.ก. พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) เปิดเผยความคืบหน้าคดีทุจริตสอบท้องถิ่น หลังกระทรวงมหาดไทยและกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.) เข้าแจ้งความกรณีข้อสอบเล็ดลอด ว่า จับกุมผู้ต้องหาหลัก รวบตัวผู้ต้องหาตามหมายจับแล้ว 3 ราย ซึ่งเป็นกลุ่มผู้วางแผน แก้ไข และนำข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ก่อนจะขยายผลเจ้าหน้าที่รัฐ พบเบาะแสว่ามี "เจ้าพนักงานของรัฐ" เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงในการทำให้เอกสารข้อสอบรั่วไหล อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม คาดมีความชัดเจนภายใน 2–3 วัน ก่อนส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.นอกจากนี้กันเป็นพยาน 11 ราย...

เจ้าของ“เทวาลัย”ดัง จ.ชัยภูมิ เตรียมยื่นร้อง ปปป. ตรวจสอบตำรวจท้องที่ปมคดีบุกรื้อหม้อแปลง-เสาไฟ อ้างถูกขายแล้ว คืนไม่ได้

วันที่ 22 ก.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรานงานว่า นายพรหมมาศหฤษฎ์ กฤตทยาวีร์ เจ้าของ “เทวาลัยพระแม่กาลี” อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ เตรียมยื่นเรื่องต่อ พงส.บก.ปปป. เพื่อขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของ เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ที่เกี่ยวข้องหลังเข้าแจ้งความคดีกลุ่มชายฉกรรจ์บุกรื้อถอนเสาไฟและหม้อแปลงไฟฟ้า (เกิดเหตุเมื่อ 22 เม.ย. 2569) ไม่มี ความคืบหน้า เนื่องจาก คดียืดเยื้อ-ไม่ตามของกลาง ตำรวจเลื่อนดำเนินการหลายครั้ง อ้างว่าหม้อแปลงถูกขายไปแล้วแต่กลับไม่ติดตามตรวจยึดคืน ทั้งที่มีหลักฐานครบถ้วน นอกจากนี้ยังอ้างข้อกฎหมายขัดแย้ง โดยตำรวจอ้างว่าคืนของกลางให้ไม่ได้ต้องรอคดีถึงที่สุด แต่ปรึกษาทีมกฎหมายแล้วยันตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 85/1 พนักงานสอบสวนสามารถคืนของกลางให้ใช้ประโยชน์ชั่วคราวได้ จึงเกิดความสงสัยการปฏิบัติหน้าที่ไม่เป็นธรรม ผู้เสียหายจึงจะต้องร้องขอให้ ปปป. ตรวจสอบว่าเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ พร้อมขอให้ช่วยเร่งรัดคดีเพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้เสียหาย

บก.ปอศ. เปิดปฏิบัติการ “ทลายอาณาจักรทุนจีนนอมินี” ทลายเครือข่ายตั้งบริษัทอำพรางใช้คนไทยถือหุ้นแทน กวาดซื้อบ้านหรูกลุ่มย่านพัฒนาการ-กรุงเทพกรีฑา

https://www.youtube.com/watch?v=IuEAMJJlqrg บก.ปอศ. เปิดปฏิบัติการ “ทลายอาณาจักรทุนจีนนอมินี” ทลายเครือข่ายตั้งบริษัทอำพรางใช้คนไทยถือหุ้นแทน กวาดซื้อบ้านหรูกลุ่มย่านพัฒนาการ-กรุงเทพกรีฑา 33 หลัง มูลค่ากว่า 1,275 ล้านบาท เตรียมออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องยกขบวนการ เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 22 ก.ค. ที่บริเวณชั้น 2 อาคารประชาอารักษ์ บก.ป. พหลโยธิน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.เอกนิรุจฒิ์ วันสิริภักดิ์ รอง ผบก.ปอศ., พ.ต.ท.วีระศักดิ์ ติระพัฒน์ รอง ผกก.4 บก.ปอศ. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ...

Enjoy exclusive access to all of our content

Get an online subscription and you can unlock any article you come across.