ในการประชุมคณะกรรมธิการ(กมธ)วิวามัญพิจารณาร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 นาย วีระ ธีรภัทรานนท์ สื่อมวลชนอาวุโส ในฐานะกรรมาธิการ ได้กบ่าวถึงบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ว่า วันนี้ NT ได้เปลี่ยนสถานะจากเศรษฐี ซึ่งเคยเป็นรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่มาก มีทรัพย์สินมากถึง 2.23 แสนล้านบาท แต่กลับมีรายได้ที่เรียกว่าแย่แล้ว เหลือเพียง 5.4 หมื่นล้านบาท ในขณะที่รายได้จากบริการโทรคมนาคมลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 8.04 หมื่นล้านบาท เหลือเพียง 5.4 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ ถ้านำรายได้จากปีงบประมาณ 2569 มาพิจารณา จะพบว่ารายได้จากการให้บริการคงลดลงไปอีก แต่ NT ค่อนข้างดูถูกสติปัญญาของกรรมาธิการ เอกสารที่ท่านส่งมาให้ จึงส่งแบบครึ่งท่อน ไม่มีหมายเหตุผู้สอบบัญชี ไม่มีอะไรเลย
นายวีระกล่าวว่า ตนเองเป็นลูกค้า NT ใช้อินเทอร์เน็ตบ้าน รู้ว่า NT บริการแบบขาดทุนมาตลอด ธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้านก็น่าจะขาดทุน แต่วันนี้ไม่มีตัวเลข แต่ทว่าเรื่องเหล่านี้พิจารณาก็รู้ว่าขาดทุน หากยังมีกำไรอยู่ ก็คงเป็นเพราะมีเงินที่คนอื่นเอามาให้
“ผมไม่รู้อนาคตของท่าน แต่ผมพูดอย่างนี้ดีกว่า ด้วยความเป็นรัฐวิสาหกิจ คงมีภารกิจที่รัฐบาลเขาประเคนให้ แต่เรื่องพวกนี้ เอกชนเขาไปไกลกว่าเยอะ”
นายวีระได้ให้ข้อเสนอแนะต่ออนาคตของ NT ว่าอันดับแรก NT มีที่ดินที่เป็นทรัพย์สินจำนวนมาก ควรยุบหน่วยบริการสำหรับสายโทรศัพท์บ้าน (Fixed Line) หรือบริการโทรศัพท์บ้านที่วันนี้แทบไม่มีแล้ว ถ้ามีอยู่ก็ควรรื้อลวดทองแดงออกมาให้หมด ไม่ควรนำมาตั้งเป็นอนุสาวรีย์อีกต่อไป ไม่มีประโยชน์
ส่วนที่ 2 บริษัทสาขาที่กระจายอยู่ถ้าเป็นที่ดิน ควรขายออกไป ถ้าเป็นที่ดินเช่า ควรคืนเจ้าของ ยุบให้เหลือน้อยที่สุด เพราะไม่มีใครใช้บริการสาขาแล้ว รวมถึงรถขององค์การโทรศัพท์ ก็ไม่ควรต้องมีแล้ว
“ไม่รู้ว่า อาคารทั้งของกสท.เดิม และขององค์การโทรศัพท์เดิมมีมูลค่าเท่าไร แต่ควรจัดการได้เลย ทำเลย ถ้าปีหน้ายังมาขอเงินอีกก็ถือเป็นความซวย”
นายวีระยังกล่าวถึงทรัพย์สินและหุ้นที่ NT เข้าไปลงทุนอยู่ทั้งในและนอกตลาดว่า หุ้นที่ NT เข้าไปถือหุ้นในกิจการต่างๆควรขายทิ้งไปให้หมด ไม่ว่าจะเป็นบริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่ง NT ถืออยู่ 120 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 20% หุ้นบริษัท ทรู คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) ซึ่งได้ฟรีมายาวนาน 825 ล้านหุ้น ก็ควรต้องขายทิ้ง
เช่นเดียวกับหุ้นบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ที่มีหุ้นอยู่ 129 ล้านหุ้น หากขายวันนี้หุ้นละ 6 บาท จะได้เงิน 800 กว่าล้านบาทมาฟรีๆ เช่นเดียวกับหุ้นบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิงส์ ซึ่ง NT ถืออยู่ 3.8 ล้านหุ้น แม้ราคาจะลดลงจากช่วงที่ราคาขึ้นสูงสุดก็ควรขายออกไปให้หมด
“ส่วนหุ้นที่ถืออยู่นอกตลาดหลักทรัพย์ 13 บริษัท ควรไปดู อันไหนขายได้ ขายไป ท่านไม่ควรมาขอเงิน ถ้าเป็นผม ผมไม่มาให้โดนด่าขนาดนี้ คนอื่นเขาอาจจะไม่ตำหนิท่านรุนแรงเหมือนผม แต่ผมเตือนด้วยความปรารถนาดี ผมไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย ว่าไปตามเนื้อผ้าจริงๆ ถ้าผมเป็นรัฐวิสาหกิจผมจะอยู่นอกงบประมาณ ไม่เข้ามาขอ แล้วใครที่ขออยู่แล้ว ผมจะแนะนำเขาว่า ออกไปเถอะ มันเหนื่อย มาอยู่ตรงนี้ล้านสองล้าน สิบยี่สิบล้าน แล้วต้องอธิบายกันปากฉีก”
สำหรับงบการเงินรวมของ NT สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ซึ่งผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีแล้ว บริษัทมีรายได้รวม 57,349 ล้านบาท ลดลงจาก 82,742 ล้านบาทในปี 2567 โดยรายได้จากการให้บริการโทรคมนาคมลดลงจาก 80,399 ล้านบาท เหลือ 54,511 ล้านบาท
ในส่วนผลการดำเนินงานนั้นมีกำไรสุทธิ 3,203 ล้านบาท จากที่ขาดทุนสุทธิ 5,855 ล้านบาทในปีก่อนหน้า หลังค่าใช้จ่ายรวมลดลงจาก 90,447 ล้านบาท เหลือ 55,672 ล้านบาท ขณะที่ ณ สิ้นปี 2568 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 223,035 ล้านบาท และหนี้สินรวม 59,743 ล้านบาท
#NT #โทรคมนาคมแห่งชาติ




