วันจันทร์, กรกฎาคม 27, 2026
หน้าแรกอาชญากรรมCIB OPERATION : CARD SHIELD ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ทลายเครือข่ายจีนเทาโจรกรรมข้อมูลบัตรเครดิต

Related Posts

CIB OPERATION : CARD SHIELD ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ทลายเครือข่ายจีนเทาโจรกรรมข้อมูลบัตรเครดิต

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ มุสิกูล รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ. , พ.ต.อ.วิวัฒน์ จิตโสภากุล รอง ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.ภัทราวุธ อ่อนช่วย รอง ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.กริช วรทัต ผกก.5 บก.ปอศ. และ พ.ต.ท.เชาวน์วุฒิ เลียบมา รอง ผกก.(สอบสวน) กก.5 บก.ปอศ.

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.ณัฐดนัย บำรุงศิลป์, พ.ต.ท.สุทธิพงษ์ จันทพันธ์, พ.ต.ต.บัญชา ช่วยรอดหมด และ พ.ต.ต.พิชญากร แตงรอด สว.กก.5 บก.ปอศ. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปอศ.

​ดำเนินคดีผู้ต้องหา รวม 4 ราย ดังนี้
1.นาย CHAO JI อายุ 42 ปี สัญชาติจีน
2.นางสาวสาลินี (สงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี สัญชาติไทย
3.นางสาวจิตตรา (สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี สัญชาติไทย
4.นายธีรภัทร (สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี สัญชาติไทย
ความผิดฐาน “ร่วมกันมีเครื่องมือหรือวัตถุสำหรับให้ได้ข้อมูลบัตรอิเล็กทรอนิกส์ในการปลอมหรือแปลงสิ่งใดๆเพื่อใช้หรือให้ได้ข้อมูลในการปลอมหรือแปลง โดยเป็นการกระทำเกี่ยวกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้ออกได้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิใช้เพื่อใช้ประโยชน์ในการชำระค่าสินค้าค่าบริการหรือหนี้อื่นแทนการชำระด้วยเงินสด หรือใช้เบิกถอนเงินสด” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 269/2 และ 269/7

พร้อมตรวจยึดของกลาง
1.แป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ติดเครื่องอ่านข้อมูลแถบแม่เหล็กบัตรอิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 11 เครื่อง
2.คอมพิวเตอร์ จำนวน 5 เครื่อง
3.เครื่องรูดบัตรอิเล็กทรอนิกส์(EDC) จำนวน 3 เครื่อง
4.โทรศัพท์มือถือ จำนวน 6 เครื่อง
5.กล้องวงจรปิดระบบ IP จำนวน 18 ตัว
6.เซิฟเวอร์กล้องวงจรปิด จำนวน 3 เครื่อง
และรายการทรัพย์ตรวจยึดอี่นๆ รวม 21 รายการ

สถานที่ตรวจค้น
1.ร้าน CM Yummy Fruit Dried ต.สุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่
2.ร้าน Fruit Dried Shop ต.สุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่
3.ร้าน Yaowarat Fruit Dry ถ.เยาวราช แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กทม.
4.บ้านพัก ม.5 ต.ท่าศาลา อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่
5.อพาร์ทเม้นท์ ซ.ลาดพร้าว 48 แยก 3 แขวงสามเสนใน เขตห้วยขวาง กทม.
6.บ้านพัก ซ.พัทยา 16 ม.9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

​พฤติการณ์ สืบเนื่อง สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย ได้ขอความร่วมมือมายัง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ช่วยสืบสวนกรณี กรมสืบสวนคดีอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ กระทรวงความมั่นคงสาธารณะแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (MPS) และตำรวจนครเซี่ยงไฮ้ สืบสวนพบขบวนการลักลอบคัดลอกข้อมูลบัตรเครดิตที่มีเครือข่ายเชื่อมโยงระหว่าง สาธารณรัฐประชาชนจีน สหรัฐอเมริกา และประเทศไทย โดยพบว่ามีชาวจีนที่ถูกคัดลอกข้อมูลบัตรเครดิตแล้วนำไปรูดซื้อสินค้าและกดเงินสดกว่า 1,200 ราย มูลค่าความเสียหายประมาณ 6 ล้านหยวน หรือประมาณ 29 ล้านบาท โดยกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง มอบหมายให้ กก.5 บก.ปอศ. ร่วมสืบสวนกรณีดังกล่าว

จากข้อมูลการสืบสวน ผู้เสียหายชาวจีนให้การตรงกันว่า เคยเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ และ กทม. โดยมีการชำระค่าสินค้าและบริการผ่านบัตรเครดิต UnionPay เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ทำการตรวจสอบพบข้อมูลร้านค้าต้องสงสัยที่น่าเชื่อว่าเป็นจุดคัดลอกข้อมูลบัตรเครดิตของผู้เสียหายชาวจีน จำนวน 3 ร้าน ได้แก่
1.ร้าน CM Yummy Fruit Dried ต.สุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่
2.ร้าน Fruit Dried Shop ต.สุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่
3.ร้าน Yaowarat Fruit Dry ถ.เยาวราช แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กทม.

โดยเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า ร้านค้าทั้ง 3 ร้าน ดังกล่าว เป็นร้านขายผลไม้อบแห้งและของฝาก มีการติดป้ายโฆษณามอบส่วนลด 32% หากชำระค่าสินค้าด้วยบัตรเครดิต UnionPay เพื่อจูงใจให้นักท่องเที่ยวใช้บัตรดังกล่าวในการชำระค่าสินค้า และในร้านมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดจำนวนมากผิดปกติ โดยเฉพาะบริเวณตำแหน่งจุดเคาน์เตอร์ชำระสินค้า ซึ่งน่าสงสัยว่าอาจใช้ในการถ่ายรหัสผ่าน (PIN) ของผู้ถือบัตร จากการตรวจสอบพบบุคคลที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ นาย CHAO JI สัญชาติจีน, น.ส.สาลินีฯ สัญชาติไทย, น.ส.จิตตราฯ และนายธีรภัทรฯ ร่วมกันจดทะเบียนนิติบุคคลและทะเบียนพาณิชย์ ร้านผลไม้อบแห้งข้างต้น
​​
ต่อมาวันที่ 22 ก.ค.69 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปอศ. ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ศปอส.ภ.จว.เชียงใหม่ และ ตม.จว.เชียงใหม่ เปิดปฏิบัติการ CIB OPERATION : CARD SHIELD นำหมายค้นเข้าทำการตรวจร้านค้าและสถานที่ที่เกี่ยวข้อง รวม 6 จุด ประกอบด้วย ร้านขายผลไม้อบแห้งที่ผู้เสียหายนำบัตรเครดิตไปใช้ จำนวน 3 จุด และที่พักอาศัยของบุคคลที่เกี่ยวข้อง จำนวน 3 จุด ผลการตรวจค้นพบแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ติดเครื่องอ่านข้อมูลแถบแม่เหล็กบัตรอิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 11 เครื่อง, เครื่องรูดบัตรอิเล็กทรอนิกส์(EDC) จำนวน 3 เครื่อง, คอมพิวเตอร์ จำนวน 5 เครื่อง, กล้องวงจรปิดระบบ IP จำนวน 18 ตัว พร้อมเซิฟเวอร์ จากการซักถามพนักงานของร้านให้การว่า ทางเจ้าของร้านได้สั่งการไว้ หากมีลูกค้าที่ใช้บัตรเครดิต Union Pay ในการชำระสินค้า ให้ทำการรูดบัตรเครดิตจำนวน 2 ครั้ง ครั้งแรกให้รูดผ่านแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ติดเครื่องอ่านข้อมูลแถบแม่เหล็กบัตรอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งติดตั้งไว้ที่จุดชำระเงิน และครั้งที่สองให้รูดชำระค่าสินค้าผ่านเครื่องรูดบัตรอิเล็กทรอนิกส์(EDC) หากมีลูกค้ารายใดสงสัยให้แจ้งไปว่าการรูดครั้งแรกเป็นการรูดเพื่อรับโปรโมชั่นส่วนลด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการทดสอบพบว่า เมื่อนำบัตรเครดิตรูดผ่านแป้นพิมพ์ดังกล่าวแล้วข้อมูลบัตรจะถูกคัดลอกส่งไปยังแอปพลิเคชั่นไลน์ที่คนร้ายติดตั้งไว้ในคอมพิวเตอร์ของทางร้าน จึงได้ตรวจยึดพยานหลักฐานและพยานวัตถุอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 21 รายการ
​​
จากการสอบสวนนาย Chao Ji ผู้ต้องหารับว่าได้ร่วมกับผู้ต้องหาชาวไทยทั้งสาม เปิดร้านผลไม้อบแห้ง โดยนาย Chao Ji ได้สั่งแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ติดเครื่องอ่านข้อมูลแถบแม่เหล็กบัตรอิเล็กทรอนิกส์ มาจากประเทศจีน เพื่อนำมาใช้ในการคัดลอกข้อมูลบัตรเครดิต Union Pay ของลูกค้าชาวจีน โดยหลักจากได้ข้อมูลบัตรเครดิตแล้วจะส่งข้อมูลต่อผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ให้เพื่อนชาวจีนที่ประเทศสหรัฐอเมริกา แล้วนำข้อมูลบัตรเครดิตดังกล่าว ไปใช้ซื้อสินค้าอิเล็กทรอนิกส์, สินค้าแบรนด์เนม และกดเงินสด ในประเทศสหรัฐอเมริกา แล้วนำผลประโยชน์มาแบ่งกัน

จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีบุคคลที่เกี่ยวข้อง จำนวน 4 ราย ข้างต้น ในความผิดฐาน “ร่วมกันมีเครื่องมือหรือวัตถุสำหรับให้ได้ข้อมูลบัตรอิเล็กทรอนิกส์ในการปลอมหรือแปลงสิ่งใดๆ เพื่อใช้หรือให้ได้ข้อมูลในการปลอมหรือแปลง โดยเป็นการกระทำเกี่ยวกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้ออกได้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิใช้เพื่อใช้ประโยชน์ในการชำระค่าสินค้าค่าบริการหรือหนี้อื่นแทนการชำระด้วยเงินสด หรือใช้เบิกถอนเงินสด” ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สุดท้ายนี้ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ปอศ.) ขอฝากเตือนภัยถึงประชาชน ให้ระมัดระวังในการใช้บัตรเครดิตและบัตรอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะการชำระค่าสินค้าหรือบริการกับร้านค้าที่ไม่คุ้นเคย ควรตรวจสอบความน่าเชื่อถือของร้านค้า ระวังการแอบถ่ายรหัส PIN ขณะกดทำรายการทุกครั้ง และเมื่อรูดบัตรชำระสินค้าให้สังเกตตลอดเวลา หากมีลักษณะการรูดบัตรที่ผิดปกติ เช่น นำบัตรไปรูดหลายครั้ง หรือผ่านเครื่องรูดบัตรหลายเครื่อง ควรตรวจสอบกับร้านค้าที่ใช้ และติดต่อธนาคารผู้ออกบัตรเพื่อระงับการใช้งานบัตรอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม​พ.ต.ท.เชาวน์วุฒิ เลียบมา รอง ผกก.(สอบสวน) กก.5 บก.ปอศ. หมายเลขโทรศัพท์ 087 116 8753

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

spot_img

Latest Posts