ในยุคที่ข้อมูลกลายเป็น “น้ำมันดิบแห่งศตวรรษที่ 21” ประเทศที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต ไม่ได้วัดกันที่ทรัพยากรธรรมชาติอีกต่อไป แต่แข่งขันกันด้วย “พลังแห่งข้อมูล”
ล่าสุด ประเทศไทยได้สร้างก้าวสำคัญครั้งประวัติศาสตร์เมื่อ คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติรับทราบ (ร่าง) แผนยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์จากข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) พ.ศ. 2568–2570 ซึ่งนับเป็น “แผนแม่บทด้าน Big Data ฉบับแรกของประเทศไทย” จัดทำโดย สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) เพื่อวางรากฐานการพัฒนาประเทศด้วยข้อมูลอย่างเป็นระบบ
ที่ผ่านมา ประเทศไทยต้องเผชิญกับข้อจำกัดเรื้อรังในการพัฒนาดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นปัญหาข้อมูลกระจัดกระจายอยู่ตาม “ไซโล” ของแต่ละหน่วยงาน การขาดแคลนบุคลากรไซเบอร์และ AI ความกังวลเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล ไปจนถึงข้อจำกัดทางกฎหมายและโครงสร้างพื้นฐาน
ยุทธศาสตร์ฉบับนี้จึงถูกออกแบบมาเพื่อ “ผ่าตัดและอัปเกรด” ระบบข้อมูลภาครัฐทั้งระบบ ภายใต้วิสัยทัศน์ “ใช้พลังของข้อมูลกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีไปพร้อมกัน” โดยรัฐบาลได้ปักปักธงเป้าหมายวัดผลที่ท้าทายไว้ชัดเจนภายในปี 2570 ตั้งเป้าให้มูลค่าเศรษฐกิจจากการใช้ประโยชน์จาก Big Data เติบโตขึ้น ไม่น้อยกว่า 35% จากปีก่อนหน้า และ ยกระดับอันดับความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัลของไทย ในหมวดการใช้ Big Data ให้ก้าวเข้าสู่ 25 อันดับแรกของโลก
แผนยุทธศาสตร์ Big Data ฉบับนี้ จึงไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยีเท่านั้น แต่คือ “รากฐานใหม่ของประเทศ” ทั้งการได้รับบริการภาครัฐที่รวดเร็ว ตรงจุด นวัตกรรมที่ช่วยให้ชีวิตสะดวกขึ้น ไปจนถึงโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นบนฐานเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยนับจากนี้



