ในช่วงพิธีบำเพ็ญกุศลศพอดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 17 พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ ซึ่งจัดอย่างต่อเนื่อง 100 วัน ที่บ้านราชครู ผมต้องคอยต้อนรับแขกที่ให้เกียรติมางานทุกวัน กระนั้นก็ตาม ผมมีเวลาบางช่วงนึกถึงบางเรื่องราวที่เกี่ยวพันกับน้าชาติ อดีตนายกฯ “โนพลอมแพลม” ..
แม้รัฐบาลน้าชาติ จะไม่มี คุณสนธิ ลิ้มทองกุล สื่อมวลชนอาวุโส เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการคลัง มาร่วมผลักดันนโยบายบุก 3 ประเทศอินโดจีนและประเทศจีน ตามที่ผมได้เล่าไว้ในบทความตอนที่แล้ว
น้าชาติและทีมที่ปรึกษา เดินหน้าผลักดันธุรกิจหลายด้านของคนไทย ที่ไปลงทุนสร้างนิคมอุตสาหกรรมในเวียดนามจนสำเร็จ อีกทั้งหนุนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในไทยหลายแห่งที่โครงการสะดุด เพราะธนาคารไทยบางแห่งยุติการสนับสนุนทางการเงิน โดยน้าชาติได้ขอให้บริษัทโนมูระ ซีเคียวริตี้ส์ เข้ามาสนับสนุนทางการเงินจนโครงการสำเร็จลุล่วง
นั่นคือผลงาน น้าชาติกับตาบูชิ ประธานโนมูระ ซีเคียวริตี้ส์ บริษัทการเงินญี่ปุ่นใหญ่อันดับ 5 ของโลก
บ่ายวันหนึ่ง น้าชาติได้นำ ผู้บริหารธุรกิจก่อสร้างระดับยักษ์ของจีน มาพบผมที่สำนักงานเลขาฯ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ที่ผมกับเพื่อนๆ ทำงานอยู่
น้าชาติมาในชุดลำลอง กางเกงสีน้ำเงินเข้มกับเสื้อเชิ้ตแขนยาวผ้าบางเบาแบบสบายๆ น้าชาติบอกกับผมว่า..
“ชัชช่วยประสานกับโต้งและคนรับผิดชอบของ กทม. รวมทั้ง ผู้ว่าฯ พิจิตต ให้พวกเขารู้ว่า ทางประเทศจีนได้ประสานกับพ่อว่า จีนได้ทราบว่า ในหลวงรัชกาลที่ 9 กับ กทม. มีแผนจะสร้างสะพานพระราม 8 แถวบางขุนพรหม ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยามุ่งไปทางฝั่งธนออกไปทางใต้ ผู้ใหญ่ทางจีนบอกกับพ่อว่า จีนอยากสร้างโครงการสะพานแห่งนี้ถวายแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ให้เป็นสะพานแห่งสัมพันธไมตรีพิเศษไทย-จีน”
น้าชาติกับผมเคยคุยกันเรื่องสะพานพระราม 8 นี้มาก่อนแล้ว โดยผมบอกน้าชาติว่า ผู้ใหญ่ทางฝ่ายจีนที่น้าชาติรู้จัก ควรให้ “อะไร” กับโครงการนี้แก่ กทม. เป็นพิเศษ..
นั่นคือสิ่งที่ผมคิดและพูด.. ผมจำเป็นต้องหาเงื่อนไขที่ดีๆ มาเสนอต่อ กทม. ยุคของผู้ว่าฯ พิจิตต รัตตกุล โดยผมเชื่อมั่นว่า น้าชาติจะสามารถพูดคุยกับผู้ใหญ่มากๆ ที่มีอำนาจในจีนได้นั่นเอง
ซึ่งก็เป็นจริงตามที่ผมคาด.. เพราะวันรุ่งขึ้น น้าชาติเรียกผมไปที่บ้านราชครู เพื่อคุยรายละเอียดอีกครั้ง ผมได้รับฟังข่าวดีพร้อมๆ กับการลิ้มรสลิ้นจี่แช่เย็นจนเป็นเกล็ดน้ำแข็งและกาแฟร้อน…
“ชัช.. เมื่อวานพ่อได้คุยกับผู้ใหญ่ทางจีน เรื่องโครงการสร้างสะพานพระราม 8 เนี่ย ชัชช่วยถามทาง กทม. ว่ามีงบประมาณหรือยัง? ถ้ายังไม่มี ทางจีนพร้อมจะให้เงินกู้ทั้งโครงการโดยไม่มีดอกเบี้ย ชัชบอกโต้งกับผู้ว่าพิจิตต และเพื่อนชัชในทีมผู้ว่าฯ ให้รู้ด้วยนะ บอกไปเลยว่าพ่อเป็นคนบอก”
หลังจากนั้นผมรีบรายงานเรื่องนี้กับพี่โต้ง ซึ่งได้ส่งข้อความต่อไปถึง ผู้ว่าฯ พิจิตต ส่วนผมก็ได้บอกเรื่องนี้ไปถึงเพื่อนๆ ที่เป็นทีมงาน กทม. และเพื่อนอีกคนที่เป็นเลขาฯ ผู้ว่ากทม. ทันที
พี่โต้งกลับมาบอกผมกับน้าชาติว่า.. เรื่องสร้างสะพานพระราม 8 นั้น.. ทีมงาน กทม. ของ ดร.พิจิตต ได้ทำงานกับทีมงานของ ในหลวงรัชกาลที่ 9 มานานแล้ว กำลังทำโมเดลของสะพานอยู่ ส่วนเรื่องงบประมาณนั้น กทม. ทำเสร็จเรียบร้อยแล้วในวงเงินประมาณหนึ่งพันกว่าล้านบาท..
“โต้ง.. ถ้าโมเดลสะพานพระราม 8 เสร็จ เงินงบประมาณก็มีพร้อมแล้ว ทาง กทม. ก็เปิดประมูลได้เลยน่ะสิใช่ไหมโต้ง?”
“แต่พ่อครับ.. บริษัทก่อสร้างของจีนต้องเสนอราคาถูก ผลงานต้องดีมีคุณภาพด้วยนะครับพ่อ”
สิ้นเสียงผม พี่โต้งก็พูดสวนขึ้นว่า
“พ่อ.. โต้งบอกตรงๆ นะ ถ้าราคาบริษัทจีนแพง ผู้ว่าฯ พิจิตต กับทีมงานเขาจะไม่เอานะ ถ้าผลงานไม่ดี จีนก็จะเสียชื่อนะครับ.. อ้อ! ที่สำคัญ.. พ่อกับโต้งก็จะเสียชื่อ ชนิดมองหน้าใครไม่ได้ด้วยนะพ่อ”
น้าชาติขมวดคิ้วก่อนจะดูดซิการ์แสงแดงวาบส่งกลิ่นหอมฟุ้งทั่วห้อง..
“คืนนี้หรือพรุ่งนี้.. พ่อจะคุยกับผู้ใหญ่ของจีนอีกครั้ง เน้นเรื่องราคาต่ำกับผลงานต้องดี”
สายวันนั้น.. พี่โต้งบอกให้ผมประสานเรื่องโมเดลสะพานพระราม 8 ที่ทำเสร็จแล้ว พร้อมจะนำขึ้นทูลเกล้าขอพระราชวินิจฉัยจากในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยพระองค์ทรงพระเมตตาให้ คณะผู้ว่าฯ พิจิตต เป็นฝ่ายกำหนดวันเวลาเข้าเฝ้าได้โดยตรง ไม่ต้องผ่านขั้นตอนของสำนักพระราชวัง เพื่อนำโมเดลสะพานพระราม 8 เข้าเฝ้ารับฟังพระราชวินิจฉัย
หลังจากได้รับฟังพระราชวินิจฉัย และปรับแก้เรียบร้อยแล้ว กทม. ก็ได้เปิดการแข่งขันประมูลการสร้างสะพานพระราม 8 ทันที ผลปรากฏว่า บริษัทก่อสร้างชื่อดังของจีน ชนะด้วยราคาที่ต่ำกว่าพันล้าน ทั้งนี้คณะทำงานยังได้ขอให้บริษัทจีนเปลี่ยนสีสายเคเบิลบนสะพานพระราม 8 ทุกเส้นเป็นสีทอง ตามพระราชประสงค์ของในหลวงรัชกาลที่ 9
ซึ่งบริษัทจีนก็สนองคำขอด้วยความยินดีอย่างยิ่ง เพราะบริษัทผลิตสายเคเบิลสีเหลืองทองใช้กับสะพานเป็นบริษัทของจีน ใช้เทคโนโลยีของสวิสเซอร์แลนด์ หนึ่งในผลงานคือสะพานขึงขนาดใหญ่ข้ามแม่น้ำหวงผู่ เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของนครเซี่ยงไฮ้ เปิดใช้งานเมื่อตุลาคม 2536
งานก่อสร้างสะพานพระราม 8 ของ กทม. (พ.ศ. 2542-2545) ทำกันอย่างตรงไปตรงมา แม้ช่วงแรกจะมีการคัดค้านจากผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ด้วยข้ออ้างว่า การจราจรขึ้นลงบนสะพานพระราม 8 จะส่งผลกระทบกระเทือนต่อการพิมพ์ธนบัตรของโรงพิมพ์ธนบัตร ที่ตั้งอยู่ในบริเวณเชิงสะพานดังกล่าว
แต่หลังจาก ผู้ว่าฯ พิจิตต ได้รับไฟเขียวแบบเต็มร้อยให้ดำเนินการก่อสร้างโครงการได้.. อุปสรรคต่างๆ พลันถูกกำจัดไปสิ้น เสียงบ่นไม่สมเหตุสมผลของ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยปากกล้าคนนั้น.. ก็เงียบกริ๊บไปเลยครับ!
การสร้างสะพานพระราม 8 ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาของ กทม. โดยการก่อสร้างของบริษัทยักษ์ใหญ่ของจีนเดินหน้าแบบเต็มสูบจนสำเร็จลุล่วงด้วยดี..
วันนี้ใครไปร้านอาหาร COCO ด้านหลังอาคารบ้านเจ้าพระยา บนถนนพระอาทิตย์ จะได้ชื่นชมวิวสะพานพระราม 8 แบบเต็มตา ท่านจะดื่มด่ำบรรยากาศอันงดงามของแม่น้ำเจ้าพระยา ขณะลิ้มรสอาหารอร่อยเหาะ หลายต่อหลายคนบอกว่า เป็นห้วงเวลาแสนสุขแสนประทับใจ..
ตัวผมเองหลังออกรายการสดทางวิทยุหรือทีวี ก็มักจะแวะเวียนไปกินผัดไทยอร่อยๆ เคล้าลมเย็นริมแม่น้ำเจ้าพระยาเสมอ วิวเลอเลิศแบบนี้ เงินกี่ล้านก็สร้างไม่ได้นะครับ ท่านผู้อ่านอย่าพลาดแวะไปชมกันนะครับ
สะพานพระราม 8 ที่งามสง่าเหนือลำน้ำเจ้าพระยาแห่งนี้ สำเร็จได้ด้วยพระบารมีและพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9
น้าชาติ คือผู้ชักนำบริษัทก่อสร้างที่ดีมีคุณภาพ ประหยัดงบประมาณ มาพบผม และพี่โต้ง ซึ่งขณะนั้นพี่โต้งเป็นที่ปรึกษาของผู้ว่าฯ กทม. พิจิตต รัตตกุล
อีกทั้งมีทีมงานทุกคนของ ดร.พิจิตต ช่วยกันผลักดัน จนสะพานพระราม 8 แห่งนี้สำเร็จ นำพาความสง่างามมาสู่แม่น้ำเจ้าพระยาของเรา..
นอกจากสะพานพระราม 8 จะเป็นสะพานที่งดงาม เติมเสน่ห์ให้แก่ลำน้ำเจ้าพระยาแล้ว สะพานแห่งนี้ได้ช่วยบรรเทาปัญหาการจราจร ลดความแออัดของการสัญจรระหว่างพื้นที่ทั้งสองฝั่งแม่น้ำได้อย่างเป็นรูปธรรม
ข้าพเจ้าขอน้อมกราบรำลึกถึงพระองค์ “ในหลวงรัชกาลที่ 9” ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น



