วันอังคาร, กันยายน 22, 2026

ถอดรหัส Gen Alpha “สมองติดสปีด” พฤติกรรม “ปัดทิ้ง” วิกฤต “คนรุ่นดิจิทัล”

เหตุการณ์เยาวชนชั้นม.3 กราดยิงในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ย่านบางกรวย กำลังกลายเป็นปัญหาสังคมต่อสัญลักษณ์ของเด็กยุค  Gen Alpha (คนที่เกิดปี 2010–2024) เจเนอเรชันแรกของโลกที่เป็น “คนรุ่นดิจิทัล” โดยแท้จริง พวกเขาโตมาพร้อมสมาร์ทโฟน อัลกอริทึม และ AI ตั้งแต่วินาทีแรกที่ลืมตาดูโลก เทคโนโลยีอันชาญฉลาดนี้ แม้จะช่วยขยายขอบเขตการเรียนรู้ แต่ก็แลกมาด้วย “พฤติกรรมเปลี่ยนโลก” ที่กำลังกลายเป็นโจทย์ใหญ่ของพ่อแม่ และระบบการศึกษาทั่วโลก

ผลจากการเสพคอนเทนต์รูปแบบสั้น (Short-form Video) ซึ่งป้อนความบันเทิงอย่างรวดเร็ว เข้าสู่สมองวันละหลายชั่วโมง ส่งผลให้สมาธิของเด็ก Gen Alpha สั้นลงอย่างเห็นได้ชัด พวกเขาเคยชินกับการ “ปัดทิ้ง” ทันทีที่ไม่สนใจ และคาดหวังให้ทุกอย่างในชีวิตจริงตอบสนองไวเหมือนบนหน้าจอ เมื่อต้องเจอกับกิจกรรมที่ต้องใช้เวลาและความอดทน เช่น การนั่งเรียนในห้อง หรือการอ่านหนังสือ สมองของพวกเขาจึงปฏิเสธและเกิดอาการเบื่อหน่ายอย่างรวดเร็ว

ปัญหาที่หลายบ้านต้องเจอเหมือนกันคือ อาการอารมณ์รุนแรง ก้าวร้าว หรืออาละวาดอย่างหนักเมื่อถูกจำกัดเวลาใช้หน้าจอ หรือเมื่อไม่ได้สิ่งต้องการในทันที ปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากเด็ก “ดื้อ” โดยสันดาน แต่เกิดจากการที่สมองขาดการฝึกฝนทักษะการกำกับตนเอง และไม่เคยเรียนรู้การจัดการกับความผิดหวังในโลกจริง เพราะในโลกเสมือน ทุกอย่างถูกเนรมิตได้เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส

แม้ Gen Alpha จะพิมพ์แชต หรือสื่อสารผ่านเกมออนไลน์ได้อย่างลื่นไหล แต่เมื่อต้องเผชิญหน้าในชีวิตจริง กลับพบปัญหาใหญ่อย่างการไม่สบตา อ่านภาษากายไม่ออก ตีความอารมณ์ของคู่สนทนาผิดพลาด และขาดความเห็นอกเห็นใจ ยิ่งเมื่อบวกกับช่วงเวลาที่ต้องเว้นระยะห่างทางสังคมในวัยเด็กเล็ก  ส่งผลให้เด็กจำนวนมากมีภาวะแยกตัว และรู้สึกสบายใจที่จะปฏิสัมพันธ์ผ่านหน้าจอ มากกว่าการออกไปเล่นกับเพื่อนมนุษย์จริงๆ

การนั่งจ้องหน้าจอเป็นเวลานาน ทำให้พัฒนาการด้านร่างกายถูกลดทอนลงอย่างน่าตกใจ เด็ก Gen Alpha จำนวนมากมีปัญหากล้ามเนื้อมัดเล็กไม่แข็งแรง ส่งผลต่อการจับดินสอหรือการทำงานประดิษฐ์ ขณะเดียวกัน ในมิติของการเรียนรู้ การพึ่งพาเสิร์ชเอ็นจินและ AI ในการหาคำตอบทันที ทำให้กระบวนการคิดวิเคราะห์เชิงลึก และการแก้ปัญหาซับซ้อนลดลง เกิดลักษณะการเรียนรู้แบบ “ผ่านตาแต่ไม่เข้าสมอง”

เราไม่สามารถหมุนเวลากลับไปยุคไร้เทคโนโลยีได้ และการห้ามเด็ก Gen Alpha ใช้เทคโนโลยีโดยสิ้นเชิงก็ไม่ใช่แนวทางที่สมเหตุสมผล สิ่งสำคัญคือการสร้างบาลานซ์ที่ถูกต้องผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก คือ

  • กำหนดเขตและเวลาปลอดจอ ด้วยการสร้างกฎที่ชัดเจน เช่น ห้ามใช้สมาร์ทโฟนบนโต๊ะอาหารและในห้องนอน เพื่อคืนพื้นที่การสื่อสารในครอบครัวและการนอนหลับที่มีคุณภาพ
  • ฝึกสมองให้รู้จัก “การรอคอย” ด้วยกิจกรรมที่ต้องใช้เวลาและความละเมียดละไม เช่น การเล่นบอร์ดเกม งานศิลปะ กีฬา หรือการปลูกต้นไม้ เพื่อฝึกความอดทนและทักษะการแก้ปัญหาในชีวิตจริง
  • ผลักดันให้เด็กใช้เทคโนโลยีอย่างมีทิศทาง แทนที่จะนั่งไถดูคลิปไปวันๆ เปลี่ยนเป็นการสนับสนุนให้เรียนรู้การเขียนโค้ด การทำคอนเทนต์สร้างสรรค์ หรือการใช้ AI มาช่วยประมวลผลความคิด

เด็ก Gen Alpha ไม่ได้มีปัญหาเพราะพวกเขาเกิดมาเป็นแบบนี้ แต่พวกเขาคือ “ผลลัพธ์ของโลกที่ผู้ใหญ่อย่างเราสร้างขึ้น” การเข้าใจโครงสร้างความคิดและข้อจำกัดของเด็กยุคนี้ จึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญที่สุด ในการช่วยให้พวกเขาเติบโตขึ้นมาอย่างเก่งกาจ ฉลาดใช้เทคโนโลยี โดยไม่สูญเสียความเป็นมนุษย์ไปกลางทาง

Get notified whenever we post something new!

spot_img

Create a website from scratch

Just drag and drop elements in a page to get started with Newspaper Theme.

Continue reading

“ถอดรหัส” ไฟไหม้ “รางเตาปูน” ช่องโหว่ “ลอยฟ้า” ที่คนข้างล่างต้องรู้

ภาพเปลวเพลิงที่ลุกวาบบนรางรถไฟฟ้าใกล้สถานีเตาปูน พร้อมประกายไฟและหยดสะเก็ดความร้อนที่ร่วงหล่นลงสู่พื้นผิวจราจรด้านล่าง ไม่เพียงแต่สร้างความตื่นตระหนกให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนนในชั่วโมงเร่งด่วน แต่ยังเป็นภาพสะท้อนเชิงสัญลักษณ์ที่ส่งเสียงเตือนดังไปถึงระบบบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ คำชี้แจงเบื้องต้นช่วยคลายความกังวลได้ระดับหนึ่งว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ "รางจ่ายกระแสไฟฟ้า (Third Rail)" ไม่ใช่ "รางวิ่ง (Running Rail)" ทำให้ความเสี่ยงต่อการตกรางของขบวนรถถูกตัดออกไป ทว่าในมิติทางวิศวกรรม ความเสียหายของระบบจ่ายไฟไม่ได้จบลงแค่ระบบไฟฟ้าหยุดชะงัก หากแต่เปิดรอยแผลที่ลึกกว่านั้น ทั้งความเค้นจากอุณหภูมิสูงจัดที่กระทำต่อคานคอนกรีต และช่องโหว่ทางกายภาพที่เปลี่ยนทางวิ่งลอยฟ้า ให้กลายเป็นช่องส่งผ่านอันตรายลงสู่พื้นดิน ระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในเขตเมืองส่วนใหญ่ ใช้รางที่สามเป็นตัวนำไฟฟ้ากระแสตรง (DC) แรงดันประมาณ 750 โวลต์  เพื่อป้อนกำลังขับเคลื่อนเข้าสู่ตัวรถ แม้แรงดันระดับนี้จะจัดอยู่ในกลุ่มแรงดันต่ำถึงปานกลางของระบบจ่ายไฟทางวิศวกรรม แต่ปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านมีค่ามหาศาล ศาสตราจารย์ ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย ร่วมกับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ชายชาญ โพธิสาร ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมไฟฟ้า ได้ตั้งข้อสังเกตสำคัญว่า หากมีจุดต่อหลวม ขั้วเชื่อมต่อทางกลชำรุด หรือมีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปขัดขวางฉนวน...

“แก่น ของ แก่น” “เส้นแดง ของ เส้นแดง” การรวม “ไต้หวัน” คือสิ่งต้องเป็นไป ไร้ข้อต่อรองใดๆ

“ถ้อยแถลงที่ว่า "การรวมไต้หวันเป็นสิ่งต้องเป็นไป ไร้ประเด็นต่อรองใดๆ" มิใช่เพียงคำประกาศทางการเมือง หากแต่เป็นคำอธิบายที่กระชับและตรงที่สุดต่อธรรมชาติของประเด็นไต้หวันในฐานะ "แก่นแก่นของแก่น" (核心的核心) และ "เส้นแดงของเส้นแดง" (红线的红线) ในวาทกรรมและยุทธศาสตร์ของจีน การทำความเข้าใจถ้อยแถลงนี้ จึงต้องอ่านทั้งในมิติของหลักการทางประวัติศาสตร์  กฎหมาย อธิปไตย และในมิติของพลวัตกระบวนการรวมที่กำลังดำเนินอยู่จริง” บทความโดย สันติ ตั้งรพีพากร จีนยืนยันหลักการ "จีนเดียว" (一个中国原则) โดยถือว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนจีนมาตั้งแต่โบราณ และสถานะนี้ได้รับการยืนยันซ้ำ ผ่านเอกสารระหว่างประเทศสำคัญ เช่น แถลงการณ์ไคโร (1943), แถลงการณ์พ็อตสแดม (1945) และมติสมัชชาสหประชาชาติที่ 2758 (1971) ซึ่งรับรองรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นผู้แทนชอบธรรมเพียงหนึ่งเดียวของจีน ดังนั้นประเด็นไต้หวันจึงถูกจัดวางเป็น "กิจการภายใน" ที่ไม่อยู่ในวิสัยของการเจรจาแลกเปลี่ยนกับอำนาจภายนอก "แก่นแก่นของแก่น" และ "เส้นแดงของเส้นแดง" การเรียกประเด็นนี้ว่าเป็น "แก่นของแก่น"...

20 ปี PIM บทพิสูจน์จากมหาวิทยาลัยเซเว่น สู่มหาวิทยาลัยสร้างคน

จากจุดเริ่มต้นสู่เส้นทางเกือบ 20 ปีของสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM) ที่พิสูจน์ให้เห็นว่า การศึกษาไม่ควรหยุดเรียนรู้อยู่เพียงในห้องเรียน แต่ต้องเชื่อมโยงกับโลกการทำงานจริง เพื่อสร้างคนให้มีทักษะ พร้อมทำงาน และมีงานทำ เบื้องหลังเส้นทางนี้ เริ่มต้นจากประสบการณ์ชีวิตและความเชื่อของ นายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร บมจ.ซีพี ออลล์ ที่นำบทเรียนจากการ “เรียนไป ทำงานไป” ของตัวเอง มาสร้างเป็นโมเดลสร้างคนผ่านการศึกษา จนถึงวันที่บัณฑิตได้รับการยอมรับจากองค์กรต่าง ๆ เส้นทางของ PIM จึงไม่ใช่เพียงเรื่องราวของการสร้างมหาวิทยาลัย แต่คือการพิสูจน์ว่า “โอกาสทางการศึกษา” สามารถเปลี่ยนอนาคตของคนได้จริง นายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ชวนย้อนเรื่องราวเกือบ 20 ปี ว่า… มีเรื่องเล่าหนึ่งที่ผมไม่เคยเล่าให้ใครฟังมากนัก มันเป็นเรื่องของเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่อายุยังไม่ครบ 20 ปี ต้องเรียนภาคค่ำที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และทำงานไปด้วยกับเครือเจริญโภคภัณฑ์...

Enjoy exclusive access to all of our content

Get an online subscription and you can unlock any article you come across.