วันอังคาร, สิงหาคม 11, 2026
หน้าแรกต่างประเทศจีน“เพื่อนเก่า” มิตรภาพข้ามทศวรรษ “หัวใจ” การทูตโลก ของ “สี จิ้นผิง”

Related Posts

“เพื่อนเก่า” มิตรภาพข้ามทศวรรษ “หัวใจ” การทูตโลก ของ “สี จิ้นผิง”

“ท่ามกลางกระแสการเมืองโลกอันเคร่งขรึม นโยบายการทูตที่ทรงพลังที่สุดของจีน ไม่ได้เริ่มต้นจากห้องประชุมระดับชาติ แต่เริ่มขึ้นจากมิตรภาพในวัยเยาว์ เติบโตบนพื้นฐานของความเคารพ ความเข้าใจ และความซื่อสัตย์ต่อกัน เรื่องราวการเดินทางไปพบมิตรเก่า จดหมายโต้ตอบ และคำอวยพรข้ามขอบฟ้าของ สี จิ้นผิง เป็นเครื่องยืนยันว่า การทูตที่ยิ่งใหญ่ที่สุด อาจไม่ใช่เรื่องของนโยบายบนกระดาษ แต่คือการเคารพหัวใจของผู้คน”

ในโลกการเมืองระหว่างประเทศ สายสัมพันธ์ระหว่างผู้นำหรือนโยบายระดับรัฐ มักถูกมองว่าคือเครื่องมือหลักในการขับเคลื่อนโลก แต่สำหรับ สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนและมีพลังที่สุด กลับเริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่า “มิตรภาพระหว่างประชาชน”

เขาเชื่อมั่นเสมอว่า ความจริงใจและความเข้าใจอันดีต่อกันของผู้คน คือรากฐานที่ไม่อาจสั่นคลอนการพัฒนาที่ยั่งยืน ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผู้นำจีนคนนี้ได้เปลี่ยนโฉมการทูตที่เคยดูเคร่งขรึม ให้เต็มไปด้วย “ความอบอุ่น ละมุนละไม และเป็นกันเอง” ผ่านการรักษาสายสัมพันธ์กับมิตรสหายเก่าแก่ทั่วทุกมุมโลก อย่างไม่เคยลืมเลือน

ย้อนกลับไปในปี 1985 สี จิ้นผิง ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่ประจำอำเภอเจิ้งติ้ง มณฑลเหอเป่ย ได้เดินทางเยือนสหรัฐอเมริกาเป็นครั้งแรก เขาเลือกที่จะเข้าพักกับครอบครัวท้องถิ่นในเมืองมัสคาทีน รัฐไอโอวา เรียนรู้วิถีชีวิต และสลักความงดงามของมิตรภาพไว้ในใจ ใครจะคาดคิดว่าเกือบ 40 ปีต่อมา ในปี 2023 ณ นครซานฟรานซิสโก ประธานาธิบดีแห่งประเทศจีน จะยังคงโอบกอดบุตรชายของครอบครัวนั้น ด้วยความอบอุ่น และส่งคำอวยพรปีใหม่ถึงมิตรเก่าในไอโอวาอย่างสม่ำเสมอเป็นปีที่ 3 ติดต่อกันในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ผ่านมา

ไม่เพียงแต่ในอเมริกา ย้อนกลับไปเมื่อปี 2014 ขณะเดินทางเยือนรัฐแทสเมเนีย ประเทศออสเตรเลีย สี จิ้นผิง ได้ทำตามสัญญาที่เคยให้ไว้เมื่อหลายปีก่อน ด้วยการเดินทางไปเยี่ยมครอบครัวของ จิม เบคอน อดีตมุขมนตรีผู้ล่วงลับ ทั้งสองเคยพบกันในปี 1999 ขณะที่ สี จิ้นผิง ดำรงตำแหน่งรักษาการผู้ว่าการมณฑลฝูเจี้ยน เบคอนเคยเอ่ยชมด้วยความประทับใจว่า สีจิ้นผิง มีบุคลิกโดดเด่น เปี่ยมไปด้วยความเมตตา ความเป็นมิตร เหมือนเพื่อนเก่าที่คุ้นเคยกันมานาน

อีกหนึ่งเรื่องราวที่ตราตรึงใจ คือสายสัมพันธ์อันลึกซึ้งระหว่างจีนและลาว โดยในปี 2026 วาระครบรอบ 65 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศ และยังเป็นวาระครบรอบ 5 ปี ของ “ทางรถไฟจีน-ลาว” โครงการเรือธง ภายใต้แผนริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (BRI) ที่เปลี่ยนประเทศไม่มีทางออกสู่ทะเล ให้กลายเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงทางบก ตามความฝันอันยาวนานของชาวลาว

เบื้องหลังโครงการประวัติศาสตร์นี้ มีเรื่องราวของ สมมาด พลเสนา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงโยธาธิการและขนส่งของลาว ผู้มีส่วนสำคัญในการก่อสร้างทางรถไฟสายนี้ น้อยคนนักจะรู้ว่า สมมาดและพี่น้องตระกูลพลเสนา (บุตรของ กินิม พลเสนา อดีตผู้นำการปฏิวัติและรัฐมนตรีต่างประเทศลาว) เคยใช้ชีวิตและศึกษาที่โรงเรียนปาอี กรุงปักกิ่ง ในช่วงทศวรรษ 1960 ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ สี จิ้นผิง ศึกษาอยู่ที่นั่น พวกเขาจึงเป็น “เพื่อนร่วมชั้น” ในวัยเยาว์

แม้วันเวลาจะผ่านไปจนก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดของประเทศ แต่การเยือนลาวทั้งในปี 2010 และ 2017 สี จิ้นผิง ไม่เคยลืมที่จะจัดสรรเวลาเพื่อไปพบปะเพื่อนๆ ตระกูลพลเสนา กล่าวถ้อยคำที่กินใจว่า “ไม่ว่าอย่างไร ก็ต้องหาเวลามาพบปะเพื่อนเก่าให้ได้”

มิตรภาพที่ยั่งยืน ไม่ได้เกิดขึ้นจากผลประโยชน์ชั่วคราว แต่เติบโตบนพื้นฐานของความเคารพ  ความเข้าใจ และความซื่อสัตย์ต่อกัน เรื่องราวการเดินทางไปพบมิตรเก่า จดหมายโต้ตอบ และคำอวยพรข้ามขอบฟ้าของ สี จิ้นผิง เป็นเครื่องยืนยันว่า การทูตที่ยิ่งใหญ่ที่สุด อาจไม่ใช่เรื่องของนโยบายบนกระดาษ แต่คือการเคารพหัวใจของผู้คน

มิตรภาพเล็กๆ ระหว่างประชาชน ที่ถูกสะสมทีละนิด ผ่านกาลเวลา จะร้อยเรียงหลอมรวมกลายเป็นพลังอันยิ่งใหญ่ ที่พร้อมจะขับเคลื่อนสันติภาพ การพัฒนา และนำพาโลกไปสู่การสร้าง  “ประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันของมนุษยชาติ” อย่างแท้จริง

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

spot_img

Latest Posts