กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทำเอาสังคมไทยต้องถอนหายใจยาวๆ อีกครั้ง เมื่อ “สัปปายะสภาสถาน” หรืออาคารรัฐสภาแห่งใหม่ มูลค่าก่อสร้างมหาศาลกว่า 1.2 หมื่นล้านบาท เกิดเหตุการณ์สุดระทึก ฝ้าเพดานบริเวณโรงอาหารชั้น B2 พังถล่มลงมากองกับพื้น ทับชุดโต๊ะเก้าอี้พังยับเยิน แม้โชคดีที่เหตุเกิดในวันหยุด จึงไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่ความเสียหายครั้งนี้กำลังส่งสัญญาณเตือนอย่างรุนแรงว่า “นี่ไม่ใช่แค่เรื่องอุบัติเหตุ แต่มันคือวิกฤตรูปแบบหนึ่งของสังคมไทย”
อาคารรัฐสภาถูกออกแบบมาอย่างวิจิตรตระการตา เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจนิติบัญญัติ แต่กลับเกิดปัญหางานก่อสร้างซ้ำซาก ทั้งน้ำรั่ว ฝนซึม จนล่าสุดถึงขั้น “ฝ้าเพดานถล่ม” สิ่งนี้กำลังบอกกับสังคมว่า โครงสร้างพื้นฐานระดับชาติที่ใช้งบประมาณภาษีประชาชนหลายหมื่นล้าน ยังตกอยู่ในความเสี่ยงด้านความปลอดภัยพื้นฐานอย่างน่าเหลือเชื่อ
คำถามใหญ่ที่สังคมตั้งขึ้นทันทีคือ “ผ่านการตรวจรับมาได้อย่างไร?” เหตุการณ์นี้ตอกย้ำข้อสงสัยต่อระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (e-Bidding) และการคุมงานก่อสร้างของโปรเจกต์ขนาดใหญ่ ที่มักมีคำถามเรื่องความโปร่งใส คุณภาพวัสดุ และการตรวจรับงานแบบเกรงใจนายทุน จนกลายเป็นปัญหาสนิมกัดกัดกินงบประมาณแผ่นดินไม่จบไม่สิ้น
การถล่มของฝ้าเพดานชั้น B2 ครั้งนี้ จึงไม่ได้ทับแค่โต๊ะเก้าอี้ แต่กำลัง “ทับความเชื่อมั่น” ของประชาชนต่อมาตรฐานความปลอดภัย โปร่งใส และประสิทธิภาพขององค์กรระดับประเทศ ถึงเวลาแล้วหรือยังที่สังคมไทยจะต้องรื้อระบบการตรวจรับงานรัฐอย่างจริงจัง ก่อนที่ความมักง่ายจะนำไปสู่ความสูญเสียที่ไม่สามารถประเมินค่าได้





