วันเสาร์, ตุลาคม 17, 2026
หน้าแรกสืบจากข่าวสืบวิเคราะห์ข่าวเจาะรอยถล่มชั้น B2 สภาหมื่นล้าน...

เจาะรอยถล่มชั้น B2 สภาหมื่นล้าน หรือ วิมานฉาบปูน? สะท้อนวิกฤตรัฐล้มเหลว!

กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทำเอาสังคมไทยต้องถอนหายใจยาวๆ อีกครั้ง เมื่อ “สัปปายะสภาสถาน” หรืออาคารรัฐสภาแห่งใหม่ มูลค่าก่อสร้างมหาศาลกว่า 1.2 หมื่นล้านบาท เกิดเหตุการณ์สุดระทึก ฝ้าเพดานบริเวณโรงอาหารชั้น B2 พังถล่มลงมากองกับพื้น ทับชุดโต๊ะเก้าอี้พังยับเยิน แม้โชคดีที่เหตุเกิดในวันหยุด จึงไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่ความเสียหายครั้งนี้กำลังส่งสัญญาณเตือนอย่างรุนแรงว่า “นี่ไม่ใช่แค่เรื่องอุบัติเหตุ แต่มันคือวิกฤตรูปแบบหนึ่งของสังคมไทย”

อาคารรัฐสภาถูกออกแบบมาอย่างวิจิตรตระการตา เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจนิติบัญญัติ แต่กลับเกิดปัญหางานก่อสร้างซ้ำซาก ทั้งน้ำรั่ว ฝนซึม จนล่าสุดถึงขั้น “ฝ้าเพดานถล่ม” สิ่งนี้กำลังบอกกับสังคมว่า โครงสร้างพื้นฐานระดับชาติที่ใช้งบประมาณภาษีประชาชนหลายหมื่นล้าน ยังตกอยู่ในความเสี่ยงด้านความปลอดภัยพื้นฐานอย่างน่าเหลือเชื่อ

คำถามใหญ่ที่สังคมตั้งขึ้นทันทีคือ “ผ่านการตรวจรับมาได้อย่างไร?” เหตุการณ์นี้ตอกย้ำข้อสงสัยต่อระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (e-Bidding) และการคุมงานก่อสร้างของโปรเจกต์ขนาดใหญ่ ที่มักมีคำถามเรื่องความโปร่งใส คุณภาพวัสดุ และการตรวจรับงานแบบเกรงใจนายทุน จนกลายเป็นปัญหาสนิมกัดกัดกินงบประมาณแผ่นดินไม่จบไม่สิ้น

การถล่มของฝ้าเพดานชั้น B2 ครั้งนี้ จึงไม่ได้ทับแค่โต๊ะเก้าอี้ แต่กำลัง “ทับความเชื่อมั่น” ของประชาชนต่อมาตรฐานความปลอดภัย โปร่งใส และประสิทธิภาพขององค์กรระดับประเทศ ถึงเวลาแล้วหรือยังที่สังคมไทยจะต้องรื้อระบบการตรวจรับงานรัฐอย่างจริงจัง ก่อนที่ความมักง่ายจะนำไปสู่ความสูญเสียที่ไม่สามารถประเมินค่าได้

Get notified whenever we post something new!

spot_img

Create a website from scratch

Just drag and drop elements in a page to get started with Newspaper Theme.

Continue reading

2 พันล้าน “ไทยพีบีเอส” กับเรตติ้งที่เงียบเหงา ผ่า!โมเดล BBC-NHK บริหาร “สื่อสาธารณะ” อย่างไร ไม่ชนตอ ‘สตง.’

“สองพันล้านจากภาษีบาป แลกกับเรตติ้งที่เงียบเหงา… คุ้มค่าจริงหรือ? ปมร้อน "ไทยพีบีเอส" ท่ามกลางสารพัดข้อครหา ทั้งการผูกขาดอำนาจบริหาร การถูกมองว่าเลือกข้างทางการเมือง ในวันที่ภูมิทัศน์สื่อเปลี่ยนผ่าน สื่อสาธารณะแห่งนี้จะพิสูจน์ "คุณค่าที่แท้จริง" ต่อสังคมได้อย่างไร จะสร้างคอนเทนต์เพื่อสังคม หรือแค่แดนสนธยาของคนกลุ่มเดิม?” ข้อพิพาทระหว่าง สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) กับ ไทยพีบีเอส เกิดคำถามที่ว่า “สื่อสาธารณะมีอิสระแค่ไหนในการบริหารเงิน และองค์กรตรวจสอบเงินแผ่นดินควรขีดเส้นอำนาจไว้ตรงจุดใด?” คือโจทย์ใหญ่ที่สองยักษ์ใหญ่ระดับตำนานอย่าง BBC แห่งสหราชอาณาจักร และ NHK แห่งญี่ปุ่น เคยผ่านการปะทะ ถกเถียง และวางระบบแก้ปัญหาจนกลายเป็นโมเดลมาตรฐานสากลมาแล้ว อะไรคือสูตรสำเร็จที่ทำให้พวกเขา ‘รักษาเงินภาษีของประชาชน’ ไปพร้อมกับ ‘ปกป้องเสรีภาพสื่อ’ ได้อย่างลงตัว? BBC โมเดล แยกขาธุรกิจ ตั้ง ‘กำแพงเหล็ก’ คุ้มกันห้องข่าว ในอังกฤษ...

แกะสูตรลับ “มหาอำนาจการผลิตอัจฉริยะ” ทำไม? ใครก็ไล่ไม่ทัน..จีน

“ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศจีนได้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำระดับโลกด้านการผลิตล้ำยุคอย่างไม่อาจโต้แย้งได้ ด้วยการผุดขึ้นของโรงงานอัจฉริยะ ศูนย์กลางการผลิตหุ่นยนต์ ฐานการผลิตชิป เซมิคอนดักเตอร์ ยานยนต์ไฟฟ้า และเทคโนโลยีพลังงานสะอาดในหลายภูมิภาคของประเทศ ทั้งขนาดและอัตราเร่งของการขยายตัวนั้นเร็วกว่าประเทศอื่นอย่างเห็นได้ชัด จนกลายเป็นปรากฏการณ์ที่นักวิเคราะห์เศรษฐกิจโลกต้องจับตามองศักยภาพของห่วงโซ่อุปทานการผลิตยุคใหม่ของจีน ผ่านมิติสำคัญ 4 ประการ ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐานห่วงโซ่อุปทานแบบครบวงจร นโยบายรัฐและการสนับสนุนเชิงยุทธศาสตร์ การผสานเทคโนโลยีดิจิทัลกับ AI และ ความท้าทายและข้อจำกัดที่ยังคงมีอยู่” บทความโดย  สันติ ตั้งรพีพากร หัวใจของความสำเร็จจีนไม่ได้อยู่ที่การผลิตสินค้าล้ำยุคเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การมีระบบนิเวศห่วงโซ่อุปทานที่ครบวงจรในประเทศเดียว ตั้งแต่การขุดแร่ธาตุหายาก (Rare Earths) การกลั่นวัตถุดิบ การผลิตชิ้นส่วนระดับล่าง ไปจนถึงการประกอบขั้นสุดท้ายและการจัดจำหน่าย ตัวอย่างชัดเจนที่สุดคือ อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า จีนควบคุมห่วงโซ่ตั้งแต่เหมืองลิเธียมในออสเตรเลียและอเมริกาใต้ ผ่านบริษัทอย่าง CATL และ BYD ที่ผลิตแบตเตอรี่ lithium-ion กว่า 60%...

ส่อง! แผน 5 ปีของจีน เปรียบ “ห้องทดลองอนาคต” “กระจกสะท้อนชะตากรรม” ชาวโลก

“"สิ่งที่เกิดขึ้นในจีนวันนี้ คือสิ่งที่จะเกิดกับเราในวันหน้า กลายเป็นข้อสันนิษฐานที่เชื่อถือได้ ในยุคที่โลกเชื่อมโยงกันอย่างไร้พรมแดน สิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศหนึ่งย่อมสะท้อนและส่งผลต่อจิตใจของผู้คนทั่วโลก แผนพัฒนา 5 ปีของจีน ไม่ใช่เพียงแผนเศรษฐกิจภายในประเทศ แต่ได้กลายเป็น "กระจกสะท้อนอนาคต" ที่ชาวโลกจำนวนไม่น้อย มองแล้วรู้สึกว่าสิ่งที่จีนกำลังเผชิญและแก้ไขอยู่ในวันนี้  อาจเป็นสิ่งที่พวกเขาต้องเผชิญในวันข้างหน้าเช่นกัน” บทความโดย สันติ ตั้งรพีพากร ปัจจุบันชาวโลกกำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนหลายชั้น ทั้งค่าครองชีพสูงขึ้น การจ้างงานที่ถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติ และ AI วิกฤตสภาพภูมิอากาศ และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ สภาวะนี้ไม่จำกัดอยู่ในประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่เป็น "ความวิตกกังวลร่วม" ของมนุษยชาติ ผู้คนรู้สึกว่าตนถูกบังคับให้ปรับตัวตลอดเวลา ทั้งเทคโนโลยี พฤติกรรมสังคม และบรรทัดฐานทางศีลธรรม ทำให้เกิดภาวะ "เหนื่อยแต่ต้องไปต่อ" ซึ่งเปิดช่องให้สังคมมองหาทางออกแบบเบ็ดเสร็จ หรือผู้นำที่สัญญาว่าจะ "ทำให้ทุกอย่างมั่นคงอีกครั้ง" ขณะเดียวกัน มนุษย์ยังคงมีความหวัง โดยเฉพาะต่อเทคโนโลยีที่อาจยกระดับคุณภาพชีวิต และต่อโมเดลการพัฒนาที่ดู "ได้ผลจริง" อย่างที่จีนนำเสนอผ่านผลลัพธ์เชิงประจักษ์...

Enjoy exclusive access to all of our content

Get an online subscription and you can unlock any article you come across.