วันจันทร์, กันยายน 14, 2026
หน้าแรกสืบจากข่าวสืบวิเคราะห์ข่าวเจาะรอยถล่มชั้น B2 สภาหมื่นล้าน...

เจาะรอยถล่มชั้น B2 สภาหมื่นล้าน หรือ วิมานฉาบปูน? สะท้อนวิกฤตรัฐล้มเหลว!

กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทำเอาสังคมไทยต้องถอนหายใจยาวๆ อีกครั้ง เมื่อ “สัปปายะสภาสถาน” หรืออาคารรัฐสภาแห่งใหม่ มูลค่าก่อสร้างมหาศาลกว่า 1.2 หมื่นล้านบาท เกิดเหตุการณ์สุดระทึก ฝ้าเพดานบริเวณโรงอาหารชั้น B2 พังถล่มลงมากองกับพื้น ทับชุดโต๊ะเก้าอี้พังยับเยิน แม้โชคดีที่เหตุเกิดในวันหยุด จึงไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่ความเสียหายครั้งนี้กำลังส่งสัญญาณเตือนอย่างรุนแรงว่า “นี่ไม่ใช่แค่เรื่องอุบัติเหตุ แต่มันคือวิกฤตรูปแบบหนึ่งของสังคมไทย”

อาคารรัฐสภาถูกออกแบบมาอย่างวิจิตรตระการตา เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจนิติบัญญัติ แต่กลับเกิดปัญหางานก่อสร้างซ้ำซาก ทั้งน้ำรั่ว ฝนซึม จนล่าสุดถึงขั้น “ฝ้าเพดานถล่ม” สิ่งนี้กำลังบอกกับสังคมว่า โครงสร้างพื้นฐานระดับชาติที่ใช้งบประมาณภาษีประชาชนหลายหมื่นล้าน ยังตกอยู่ในความเสี่ยงด้านความปลอดภัยพื้นฐานอย่างน่าเหลือเชื่อ

คำถามใหญ่ที่สังคมตั้งขึ้นทันทีคือ “ผ่านการตรวจรับมาได้อย่างไร?” เหตุการณ์นี้ตอกย้ำข้อสงสัยต่อระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (e-Bidding) และการคุมงานก่อสร้างของโปรเจกต์ขนาดใหญ่ ที่มักมีคำถามเรื่องความโปร่งใส คุณภาพวัสดุ และการตรวจรับงานแบบเกรงใจนายทุน จนกลายเป็นปัญหาสนิมกัดกัดกินงบประมาณแผ่นดินไม่จบไม่สิ้น

การถล่มของฝ้าเพดานชั้น B2 ครั้งนี้ จึงไม่ได้ทับแค่โต๊ะเก้าอี้ แต่กำลัง “ทับความเชื่อมั่น” ของประชาชนต่อมาตรฐานความปลอดภัย โปร่งใส และประสิทธิภาพขององค์กรระดับประเทศ ถึงเวลาแล้วหรือยังที่สังคมไทยจะต้องรื้อระบบการตรวจรับงานรัฐอย่างจริงจัง ก่อนที่ความมักง่ายจะนำไปสู่ความสูญเสียที่ไม่สามารถประเมินค่าได้

Get notified whenever we post something new!

spot_img

Create a website from scratch

Just drag and drop elements in a page to get started with Newspaper Theme.

Continue reading

ม.เกษตรศาสตร์ จับมือ สถาบันวิจัยจีนร่วมสมัยกับโลก จัดเสวนาวัฒนธรรมไทย-จีน ชูแนวคิดคุณค่าแห่ง “ศูนย์” ผนึกพลังสื่อและวิชาการขับเคลื่อนมิตรภาพสู่ยุคใหม่

คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกับ สถาบันวิจัยจีนร่วมสมัยกับโลก (Academy of Contemporary China and World Studies) จัดงาน “เสวนาการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมไทย-จีน” เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 ณ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ เพื่อกระชับความร่วมมือทางวิชาการ วัฒนธรรม เศรษฐกิจ และนวัตกรรมสื่อสาร โดยมี คลังปัญญา Vidya, ศูนย์การสื่อสารระหว่างประเทศเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งยูนนาน (YICC), สำนักข่าวไทย บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) และสำนักข่าวจีน-ไทยนิวส์ ร่วมดำเนินการ พร้อมด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการ...

เสียงคร่ำครวญ 13,000 ชีวิต ในกรงขัง “เมียวดี” กับเดิมพันล้างบาง “สแกมเมอร์” ของ 6 ชาติลุ่มน้ำโขง

“ในช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา มียอด “ผู้ขอความช่วยเหลือ” จากอาณาจักรคอลเซ็นเตอร์และคอมปาวด์สแกมเมอร์ในฝั่งเมียนมา พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ คาดว่าอาจมีมากถึง 13,000 คน อาณาจักรสแกมเมอร์เหล่านี้ ไม่สามารถขยายตัวจนมีเหยื่อติดค้างนับหมื่นได้เลย หากปราศจาก "ขบวนการไทยเทา" ที่จับมือสมคบคิดกับกลุ่มทุนจีนสีเทา ปฏิบัติการลักพาตัวและค้ามนุษย์ ใช้แผ่นดินไทยเป็นทั้ง "กับดัก" และ "ทางผ่าน" แม้การจับมือกันของ 6 ชาติลุ่มน้ำโขง จะสร้างแรงสั่นสะเทือนให้กลุ่มทุนเทาต้องแตกกระเจิง แต่ตัวเลขผู้ขอความช่วยเหลือกว่า 13,000 คน คือหลักฐานเชิงประจักษ์ว่า เครือข่ายสแกมเมอร์ยังไม่ตาย แต่กำลังปรับตัว ย้ายฐาน และกระจายตัวไปตามซอกหลืบแนวพรมแดน" เสียงเคาะสัญญาณขอความช่วยเหลือที่เล็ดลอดข้ามแม่น้ำเมยมายังฝั่งไทย ไม่ได้เบาบางลง แม้การปราบปรามจะทวีความเข้มข้นขึ้น ข้อมูลรายงานเชิงลึกจากสื่อและภาคประชาสังคม เผยตัวเลขน่าตกใจว่า ในช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา มียอด “ผู้ขอความช่วยเหลือ” จากอาณาจักรคอลเซ็นเตอร์และคอมปาวด์สแกมเมอร์ในฝั่งเมียนมา พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์...

เจาะโมเดล BRI “ร่วมมือดีกว่าต่อรอง” ทิศทางการพัฒนาของจีนกับบทเรียนสำหรับโลก

“ในเวทีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศร่วมสมัย คำถามสำคัญที่ประเทศต่าง ๆ ต้องเผชิญคือ จะดำเนินนโยบายต่างประเทศด้วยตรรกะของ "การต่อรอง" เพื่อแสวงหาผลประโยชน์สูงสุดเฉพาะหน้า หรือจะเลือกเดินเส้นทางของ "ความร่วมมือ" ที่มุ่งสร้างผลประโยชน์ร่วมกันในระยะยาว จีนเป็นหนึ่งในประเทศที่ให้คำตอบต่อคำถามนี้อย่างชัดเจนผ่านทิศทางการพัฒนาประเทศที่มุ่งสร้างความเจริญรอบด้าน ประชาชนอยู่ดีมีสุข บนหลักการพึ่งพาตนเองเป็นที่ตั้ง และพร้อมร่วมมือกับนานาชาติเพื่อสร้างความก้าวหน้าไปทั่วทั้งโลก” บทความโดย สันติ ตั้งรพีพากร แนวคิด "ร่วมมือดีกว่าต่อรอง" ของจีน ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ หากแต่เป็นผลจากการเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน จากการเป็นประเทศที่เคยถูกคุกคามและเสียเปรียบในสนธิสัญญาไม่เสมอภาค จนนำมาสู่การยืนหยัดบนขาของตนเอง การพึ่งลำแข้งตนเองจึงเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนา โดยเฉพาะการสร้างขีดความสามารถด้านเทคโนโลยี การผลิต และความมั่นคงทางอาหารและพลังงาน แต่การพึ่งพาตนเองในมุมของจีนไม่ได้หมายถึงการปิดประเทศ หากหมายถึงการมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงพอจะเปิดประเทศอย่างมั่นใจ และร่วมมือกับผู้อื่นอย่างมีศักดิ์ศรี “การต่อรอง” มักตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าผลประโยชน์เป็นเกมผลบวกศูนย์ ฝ่ายหนึ่งได้ย่อมหมายถึงอีกฝ่ายเสีย จึงนำไปสู่การกดดัน การแลกเปลี่ยนที่เสียเปรียบ หรือการบีบบังคับให้ยอมรับเงื่อนไข ขณะที่ “ความร่วมมือ” ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าผลประโยชน์สามารถขยายได้ หากต่างฝ่ายต่างลงทุนและแบ่งปันกันอย่างเป็นธรรม ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ...

Enjoy exclusive access to all of our content

Get an online subscription and you can unlock any article you come across.