วันอาทิตย์, พฤศจิกายน 1, 2026

มหากาพย์ “ฮั้ว สว.” เกมกระดาน “ตัดตอน” หรือแค่สละเบี้ย “รักษาขุน” ?

จากสูตรคณิตศาสตร์การเมืองที่ซับซ้อนที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย สู่การชี้ชะตาครั้งสำคัญที่สั่นสะเทือนสภาสูง เมื่อกติกา “เลือกกันเองและเลือกไขว้” ภายใต้รัฐธรรมนูญ 2560 ที่ถูกออกแบบมา โดยอ้างว่าเพื่อสกัดกั้นพรรคการเมือง กลับกลายเป็นช่องโหว่ขนาดใหญ่ให้เกิดปฏิบัติการบล็อกโหวต กระจายโพย และจัดตั้งคนลงสมัครอย่างเป็นขบวนการ

วันนี้ คดีฮั้ว สว. เดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนแหลมคมที่สุด เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติชี้ขาดสำนวนไต่สวน แต่คำถามสำคัญที่สังคมกำลังจับตาคือ นี่คือการกวาดล้างเพื่อคืนความยุติธรรม หรือเป็นเพียงการ “ตัดตอน” ทางการเมือง?

มติชี้ขาด 77 คน ดาบแรกฟันปลายแถว

หลังการตรวจสอบผู้ถูกร้องเรียนกว่า 427 ราย กกต. เคาะมติเสียงข้างมาก สั่งดำเนินคดีอาญาและเตรียมยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง รวม 77 คน แบ่งเป็น

  • สว. ตัวจริง 26 คน โดนฟ้องข้อหาหนักตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. ฐานให้/สัญญาว่าจะให้ทรัพย์สิน จัดเลี้ยง แนะนำตัวมิชอบ และเรียกรับผลประโยชน์
  • ผู้มีสิทธิเลือก สว. 36 คน ร่วมกระบวนการลงคะแนนแลกผลตอบแทน
  • กลุ่มสนับสนุน 15 คน ฟันเฟืองประสานงานเครือข่าย

ทว่า ไฮไลต์ที่ทำให้สังคมต้องเลิกคิ้ว คือ มติ 5 ต่อ 2 ของ กกต. ที่สั่ง ยกคำร้องแกนนำการเมืองและผู้บริหารพรรคดัง แบบยกรัง ด้วยเหตุผลสั้นๆ ว่า “พยานหลักฐานสาวไม่ถึง” ทิ้งไว้เพียงเสียงแย้งของ กกต. เสียงข้างน้อย 2 เสียง ที่มองว่าเส้นทางการเงินและหลักฐานแวดล้อมมีน้ำหนักพอจะส่งฟ้องได้

สมรภูมิยังไม่จบ 4 ด่านเดือดที่ต้องจับตา

หลายคนคิดว่าเมื่อ กกต. ชี้มูลแล้วเรื่องคงซาลง แต่ในความเป็นจริง นี่เพิ่งจะเป็นเพียง “ยกแรก” ของสงครามตัวแทน ซึ่งยังต้องฝ่า 4 ด่านสำคัญคือ

1. ด่านชี้ชะตาศาลฎีกา ภายในกรอบเวลา 60 วันที่ กกต. ยื่นสำนวน วินาทีที่ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง มีคำสั่ง “รับคำร้อง” สว. ทั้ง 26 คนจะต้อง หยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที ส่งผลให้เก้าอี้ในสภาสูงแหว่งไปกว่า 10% สะเทือนต่อการโหวตผ่านกฎหมายและการเคาะเก้าอี้องค์กรอิสระ

2. เกมสวนกลับ ม.157 ฝ่ายค้านและภาคประชาชนไม่ยอมปล่อยผ่าน เตรียมลาก กกต. ขึ้นศาลอาญาคดีทุจริตฯ และ ป.ป.ช. ฐานละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โทษฐานตัดตอนไม่ดำเนินคดีกับตัวการใหญ่

3. ศึกชิงดุลอำนาจ ‘บัญชีสำรอง’: หาก สว. 26 คนถูกตัดสินพ้นตำแหน่ง การเลื่อนบัญชีสำรองขึ้นมาเสียบแทน อาจไม่ได้เป็น “เนื้อเดียวกัน” กับขั้วอำนาจเดิม ซึ่งจะทำให้เกิดการต่อรองโควตากรรมาธิการและทิศทางการโหวตใหม่หมด

4. จุดเริ่มต้นรื้อรัฐธรรมนูญ วิกฤตศรัทธาครั้งนี้ กลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีให้ฝ่ายการเมืองหยิบยกไปเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ เพื่อผลักดันการแก้ไขที่มาของ สว. ให้กลับไปสู่การเลือกตั้งโดยตรง

ฉากทัศน์ปลายทาง เบี้ยล้ม แต่กระดานไม่พัง?

หากมองทะลุเกมกฎหมาย บทสรุปของคดีนี้สะท้อนภาพการเมืองไทยที่คุ้นเคย คือ “ผู้เล่นระดับปฏิบัติการต้องรับกรรม แต่ขุนระดับสั่งการยังคงลอยตัว”

สว. บางส่วนที่พยานหลักฐานมัดแน่นอาจต้องพ้นตำแหน่งและเผชิญโทษทางอาญา ขณะที่ขั้วอำนาจเบื้องหลังยังคงรักษาเสถียรภาพและเครือข่ายไว้ได้ แม้จะต้องแลกมาด้วยความชอบธรรมของวุฒิสภาชุดนี้ที่ติดลบไปจนหมดวาระ

คดีฮั้ว สว. จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องการทุจริตเลือกตั้งของคน 77 คน

แต่มันคือบทพิสูจน์ความล้มเหลวของการออกแบบกลไกอำนาจที่ไม่ยึดโยงกับประชาชน ทิ้ง “ระเบิดเวลา” ลูกใหญ่ไว้ให้ระบบการเมืองไทยต้องตามแก้ในท้ายที่สุด

Get notified whenever we post something new!

spot_img

Create a website from scratch

Just drag and drop elements in a page to get started with Newspaper Theme.

Continue reading

“ล้างบาง–คัดกรอง” สมาชิก 100 ล้านคน มติ CPC ชุดที่ 20 “เสริมศรัทธา เดินหน้าสู่อนาคต”

“การประชุมคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน ชุดที่ 20 ครั้งที่ 5 เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2026 ถือเป็นการประชุมที่มีนัยสำคัญยิ่ง ในการกำหนดทิศทางการพัฒนาพรรคและการปกครองประเทศในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่แผนพัฒนาฉบับที่ 15 จุดเน้นสำคัญประการหนึ่งของมติที่ออกมาจากการประชุมคือการทบทวนและเสริมสร้างกลไกการกลั่นกรองคุณภาพสมาชิกพรรค ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนเกินกว่า 100 ล้านคน  นับเป็นขนาดองค์กรการเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลก การกำหนดมาตรการกลั่นกรองคุณภาพสมาชิก จึงมิใช่เพียงเรื่องภายในองค์กรเท่านั้น แต่เป็นประเด็นที่เชื่อมโยงโดยตรงกับความชอบธรรมในการปกครอง  ความสามารถในการตอบสนองความต้องการของประชาชน และภาพลักษณ์ของพรรคในสายตาสาธารณชน” บทความโดย สันติ ตั้งรพีพากร สาระสำคัญของการประชุมครั้งนี้คือการเปลี่ยนกระบวนทัศน์จากการขยายจำนวนสมาชิก มาเป็นการเน้นคุณภาพอย่างเข้มงวด กล่าวคือจำนวนสมาชิกที่เกิน 100 ล้านคนมิได้เป็นเป้าหมายในตัวเองอีกต่อไป หากแต่คุณภาพของสมาชิกแต่ละคนต่างหากที่เป็นตัวชี้วัดความแข็งแกร่งที่แท้จริงของพรรค  หลักการนี้สอดคล้องกับแนวคิดที่ว่าพรรคจะรักษาความเป็นแนวหน้าได้ก็ต่อเมื่อสมาชิกมีคุณสมบัติทั้งทางอุดมการณ์ วินัย และความสามารถในการปฏิบัติงานจริง มติกำหนดหลักการ "เข้มงวดตั้งแต่ประตูเข้า จัดการอย่างเป็นระบบตลอดเส้นทาง และกลั่นกรองอย่างเด็ดขาดที่ประตูออก" อันเป็นวงจรชีวิตของสมาชิกพรรค ตั้งแต่การรับเข้า การอบรมพัฒนา การประเมินผล...

วินัย..เหล็ก! พรรคคอมมิวนิสต์จีน “ยิ่งนาน…ยิ่งแกร่ง”

“การประชุมเต็มคณะครั้งที่ 5 ของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน ชุดที่ 20 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26–29 ตุลาคม 2026 ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญทางการเมืองที่มีนัยยะลึกซึ้งต่อทิศทางการพัฒนาของจีนในยุคใหม่ การประชุมครั้งนี้มิได้เป็นเพียงการทบทวนผลงานที่ผ่านมาเท่านั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐานเชิงยุทธศาสตร์สำหรับการขับเคลื่อนประเทศ ไปสู่ความทันสมัยแบบสังคมนิยมอย่างรอบด้าน โดยมีแกนหลักสำคัญคือ การยกระดับคุณภาพการสร้างพรรคให้เข้มแข็งและบริสุทธิ์ ซึ่งเป็นหลักประกันเชิงการเมืองที่ขาดไม่ได้ สำหรับการพัฒนาสังคมจีนให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น” บทความโดย สันติ ตั้งรพีพากร การประชุมเต็มคณะครั้งที่ 5 ของคณะกรรมการกลางชุดที่ 20 มีความสำคัญในฐานะเวทีที่พรรคได้ทบทวนเส้นทางการพัฒนา ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 14 (ค.ศ. 2021–2025) และเตรียมการสำหรับแผนฉบับที่ 15 ที่จะเริ่มในปี ค.ศ. 2026 การประชุมลักษณะนี้ มักมุ่งเน้นการประสานนโยบายระดับมหภาค การปฏิรูปเชิงโครงสร้าง และการเสริมสร้างธรรมาภิบาลของพรรคและรัฐ การที่การประชุมให้ความสำคัญกับการสร้างพรรคอย่างเข้มงวด สะท้อนหลักการพื้นฐานที่ว่า "พรรคจะต้องเข้มแข็งก่อนที่ประเทศจะเข้มแข็ง"...

“สี จิ้นผิง” นำร่อง “ธรรมะ” กับ “เอไอ” ปักหมุด “สูง” และ “ดีงาม”

“แนวคิด ‘เซี่ยงซ่างเซี่ยงซ่าน’ (向上向善) หรือ ‘มุ่งสู่ระดับที่สูงขึ้นและดีงามยิ่งขึ้น’ ที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้นำเสนอเป็นกรอบทิศทางสำหรับการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ถือเป็นจุดยืนเชิงนโยบายที่มีนัยสำคัญ ทั้งในมิติทางเทคโนโลยี จริยธรรม และการทูตระหว่างประเทศ แนวคิดนี้มิได้เป็นเพียงสโลแกนทางการเมือง  หากแต่สะท้อนความพยายามในการวางตำแหน่งจีน ในฐานะผู้กำหนดบรรทัดฐานของการกำกับดูแล AI ในเวทีโลก ขณะเดียวกันก็ต้องติดตามนิยามของคำว่า สูงและดี ใครเป็นผู้กำหนดว่าอะไรคือประโยชน์สูงสุดของมนุษยชาติ  และเสียงของประเทศกำลังพัฒนาได้รับการสะท้อนเพียงใด  ไม่ใช่เป็นเพียงเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ มากกว่าพันธสัญญาที่จริงใจ” บทความโดย สันติ ตั้งรพีพากร ระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ กำลังกลายเป็นข้อกังวลของสังคมทั่วโลก เมื่อเอไอมีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด จนอาจสร้างปัญหาต่อสังคมของมนุษยชาติ แนวคิด "เซี่ยงซ่างเซี่ยงซ่าน" จึงตีความแนวคิด "สูง" และ "ดี" เพื่อสร้างธรรมาภิบาลเอไอแบบจีน...

Enjoy exclusive access to all of our content

Get an online subscription and you can unlock any article you come across.