วันจันทร์, กันยายน 14, 2026
หน้าแรกต่างประเทศจีนสแกนภาพอนาคต 10 ปี AI และ 6G คือ “ลมหายใจใหม่” ของจีน

Related Posts

สแกนภาพอนาคต 10 ปี AI และ 6G คือ “ลมหายใจใหม่” ของจีน

“ในเวทีเศรษฐกิจและการเมืองระดับโลกช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คำว่า “พลังการผลิตคุณภาพใหม่ (New Quality Productive Forces) กลายเป็นแนวคิดหลักที่จีนใช้กำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศ แนวคิดนี้ถูกเสนอขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2023 และได้รับการบรรจุเป็นวาระสำคัญในการประชุมสมัชชาพรรคครั้งที่ 20 และการประชุมเศรษฐกิจกลาง แนวคิดนี้ไม่ใช่แค่สโลแกนทางเศรษฐกิจ หากแต่เป็น กรอบคิดเชิงยุทธศาสตร์ ที่จีนใช้เปลี่ยนผ่านจาก “การเติบโตเชิงปริมาณ” ไปสู่ “การพัฒนาคุณภาพสูง” อย่างเป็นระบบ นำพาประเทศก้าวสู่ความเป็นสังคมอัจฉริยะภายใน 5–10 ปีข้างหน้า”

บทความโดย สันติ ตั้งรพีพากร

พลังการผลิตคุณภาพใหม่ หมายถึง กำลังการผลิตที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมทางเทคโนโลยีขั้นสูง  แตกต่างจากพลังการผลิตแบบดั้งเดิมที่อาศัยแรงงาน ที่ดิน และทุนเป็นหลัก โดยมีองค์ประกอบสำคัญคือ เทคโนโลยีหลัก AI, ข้อมูลขนาดใหญ่, คลาวด์, 5G/6G, ชีวเทคโนโลยี, พลังงานใหม่, ควอนตัม, ชิปขั้นสูง เป็นเครื่องยนต์กลางที่ผสานทุกอุตสาหกรรมเข้าด้วยกัน เกิดอุตสาหกรรมใหม่เชิงยุทธศาสตร์ อาทิ ยานยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ หุ่นยนต์ การบินอวกาศ ฯลฯ

การเปลี่ยนผ่านของจีน สืบเนื่องมาจากการเผชิญแรงกดดันหลายด้านพร้อมกัน ทั้งการชะลอตัวของเศรษฐกิจ หลังยุคอสังหาริมทรัพย์เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก, ประชากรสูงวัยและแรงงานลดลง ทำให้ต้องพึ่งผลิตภาพแทนปริมาณแรงงาน, การกีดกันทางเทคโนโลยีจากสหรัฐฯและพันธมิตร การแข่งขันเชิงภูมิรัฐศาสตร์ ในฐานะมหาอำนาจเทคโนโลยี รวมถึงเป้าหมาย Carbon Peak 2030 และ Carbon Neutrality 2060 ที่บังคับให้เปลี่ยนโครงสร้างพลังงาน

ดังนั้น “พลังการผลิตคุณภาพใหม่” จึงเป็น คำตอบเชิงยุทธศาสตร์ ที่เชื่อมเศรษฐกิจ เทคโนโลยี ความมั่นคง และสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน ผ่านนโยบายระดับชาติ ด้วยแผนพัฒนา 5 ปี ฉบับที่ 14 และ 15 เน้น “การพัฒนาคุณภาพสูง” การจัดตั้งคณะทำงานและกองทุนระดับชาติเพื่อ AI และเทคโนโลยีเกิดใหม่ การปฏิรูประบบการศึกษา STEM และการดึงบุคลากรกลับประเทศ

จีนประสบความสำเร็จด้านการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ กลายเป็นผู้นำโลกด้าน EV และ lithium battery บริษัทจีนพัฒนา AI และโมเดลขนาดใหญ่ระดับโลก สร้างหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ โรงงานอัจฉริยะ พัฒนาพลังงานโซลาร์ ลม ไฮโดรเจน และพลังงานนิวเคลียร์รุ่นใหม่

จีนมุ่งเป้าสู่สังคมอัจฉริยะ ภายใน 5–10 ปี ภาพที่จีนวาดไว้คือสังคมที่ AI ฝังตัวในทุกมิติ ตั้งแต่รัฐบาล เศรษฐกิจ สาธารณสุข การศึกษา ไปจนถึงชีวิตประจำวัน บริการสาธารณะแบบ one-stop ที่ขับเคลื่อนด้วย AI เมืองอัจฉริยะ ที่บริหารจราจร พลังงาน และความปลอดภัยแบบเรียลไทม์ และการตัดสินใจเชิงนโยบายที่ใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ประกอบ

สำหรับกรอบเวลาโดยประมาณ คือ 1–3 ปี ขยายโครงสร้างพื้นฐาน computing, นำร่องอุตสาหกรรม, สร้างมาตรฐานข้อมูล 3–5 ปี AI ฝังตัวในอุตสาหกรรมหลัก, เมืองอัจฉริยะขยายตัว, บริการสาธารณะอัจฉริยะทั่วไป และ 5–10 ปี สังคมอัจฉริยะบูรณาการเต็มรูปแบบ, ผลิตภาพแรงงานสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ, โครงสร้างเศรษฐกิจเปลี่ยนผ่านสำเร็จ

โดยเงื่อนไขความสำเร็จ มาจากการลงทุน R&D ต่อเนื่อง โดยเฉพาะชิป เซมิคอนดักเตอร์ และซอฟต์แวร์พื้นฐาน สร้างบุคลากรทักษะสูง ทั้งวิศวกร นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล และผู้เชี่ยวชาญสหวิทยาการ  วางระบบนิเวศข้อมูลที่เปิดและปลอดภัย เพื่อให้ AI ทำงานได้เต็มที่ ท่ามกลางการยอมรับของสังคม

“พลังการผลิตคุณภาพใหม่” ไม่ใช่เพียงนโยบายเศรษฐกิจ แต่เป็นวิสัยทัศน์การเปลี่ยนผ่านอารยธรรม ที่จีนใช้ขับเคลื่อนประเทศจากยุคอุตสาหกรรมสู่ยุคอัจฉริยะ ภายใน 5–10 ปีข้างหน้า ความสำเร็จจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการผสานนวัตกรรมเทคโนโลยี การปฏิรูประบบการศึกษา โครงสร้างพื้นฐานข้อมูล และธรรมาภิบาลที่สมดุล เข้าด้วยกัน

หากทำได้ จีนจะไม่เพียงเป็นผู้ผลิตชั้นนำของโลก แต่จะเป็นสังคมอัจฉริยะต้นแบบ ที่นิยามใหม่ว่า การพัฒนาเศรษฐกิจสมัยใหม่ในศตวรรษที่ 21 หน้าตาเป็นอย่างไร และการแข่งขันของโลกในทศวรรษหน้าจะไม่ได้วัดกันที่ขนาดเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว หากวัดที่ความสามารถในการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมอัจฉริยะได้อย่างมีคุณภาพ เป็นธรรม และยั่งยืน

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

Latest Posts