วันอังคาร, กันยายน 29, 2026
หน้าแรกต่างประเทศจีนผ่า “หมากภูมิรัฐศาสตร์” “เกมกระจายอำนาจ” หรือ “เครื่องมือแผ่อิทธิพล” ของจีน

Related Posts

ผ่า “หมากภูมิรัฐศาสตร์” “เกมกระจายอำนาจ” หรือ “เครื่องมือแผ่อิทธิพล” ของจีน

“จีนยืนยันแนวคิด “ร่วมคิด ร่วมสร้าง ร่วมแบ่งปัน” เป็นหลักการสำคัญผลักดันโอกาสของประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะในกรอบของ Belt and Road Initiative (BRI) ที่ประกาศเมื่อปี 2013 แนวคิดนี้สะท้อนการปรับเปลี่ยนบทบาทของจีนจาก “ผู้ตามกฎ” ในระบบระหว่างประเทศ มาเป็น “ผู้เสนอกรอบคิด” และ “ผู้กำหนดวาทกรรม” ในเวทีโลก แนวคิดนี้จะเป็น “โมเดลทางเลือก” ที่ประสบความสำเร็จหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความสามารถของจีนในการพิสูจน์ว่า การพัฒนาที่เน้นความร่วมมือและการแบ่งปันผลประโยชน์  สามารถสร้างความเจริญที่ยั่งยืนและเป็นธรรมได้จริง  มากกว่าจะเป็นเพียงเครื่องมือขยายอิทธิพลทางภูมิรัฐศาสตร์ของตน”

บทความโดย สันติ ตั้งรพีพากร

จีนเชื่อมั่นว่าหลักการทั้งสามส่วนมีความหมายเชื่อมโยงกัน คือ ร่วมคิด เป็นการตัดสินใจร่วมกันผ่านการปรึกษาหารือ ไม่อาศัยการครอบงำของมหาอำนาจใดมหาอำนาจหนึ่ง ร่วมสร้าง การมีส่วนร่วมในการลงทุน พัฒนา ดำเนินโครงการร่วมกัน และ ร่วมแบ่งปัน เป็นการกระจายผลประโยชน์อย่างเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

แนวคิดนี้เป็นเครื่องมือทางวาทกรรมที่จีนใช้ท้าทายระเบียบโลกที่สหรัฐฯ และชาติตะวันตกเป็นผู้นำ ธนาคารเพื่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานแห่งเอเชีย (AIIB) ที่จีนก่อตั้งเมื่อปี 2015 เป็นสถาบันที่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านอำนาจทางเศรษฐกิจ สำหรับประเทศกำลังพัฒนาในเอเชีย แอฟริกา และละตินอเมริกา แนวคิดนี้เสนอทางเลือกที่ไม่ผูกเงื่อนไขทางการเมือง การตั้งธนาคาร AIIB และกองทุน Silk Road Fund ล้วนเป็นเครื่องมือลดการพึ่งพาระบบการเงินตะวันตก ซึ่งสะท้อนทิศทางโลกหลายขั้ว ทำให้จีนสามารถขยายอิทธิพลในภูมิภาคต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว

BRI ได้สร้างเครือข่ายถนน ทางรถไฟ ท่าเรือ และท่อส่งก๊าซทั่วโลก ครอบคลุมกว่า 140 ประเทศ คิดเป็นประมาณ 40% ของ GDP โลก การลงทุนเหล่านี้เปลี่ยนเส้นทางการค้าโลกและสร้างความเชื่อมโยงที่จีนเป็นศูนย์กลาง ผลักดันการใช้เงินหยวนในการชำระบัญชีระหว่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม มีข้อกังวลเรื่อง “กับดักหนี้” เช่น กรณีท่าเรือ Hambantota ในศรีลังกา และการที่จีนถือครองหนี้จำนวนมากในประเทศกำลังพัฒนา ทำให้บางประเทศสูญเสียอธิปไตยทางเศรษฐกิจบางส่วน  แต่จีนยืนยันแนวคิดนี้เป็นกรอบอุดมการณ์ที่เชื่อมโยงกับ “ร่วมคิด ร่วมสร้าง ร่วมแบ่งปัน” โดยเน้นความร่วมมือมากกว่าการเผชิญหน้า และการพัฒนาที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

การจัดตั้งสถาบันขงจื่อทั่วโลก ให้ทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาต่างชาติ และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม เป็นเครื่องมือ “soft power” ที่จีนใช้สร้างความเข้าใจและอิทธิพลทางวัฒนธรรม แต่ในทางกลับกัน การขยายตัวของอิทธิพลจีนอาจนำไปสู่ความตึงเครียดทางวัฒนธรรมในบางประเทศ โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแอฟริกา ที่มีกระแสต่อต้านการครอบงำทางวัฒนธรรม

ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิศาสตร์ยังกังวลว่า โครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่หลายแห่งใน BRI อาจสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การตัดไม้ทำลายป่าในลุ่มน้ำโขง การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากโรงไฟฟ้าถ่านหินที่จีนส่งออกเทคโนโลยี ทำให้เกิดคำถามว่า “การพัฒนาสีเขียว” เป็นวาทกรรมหรือการปฏิบัติจริง ซึ่งจีนให้ “พันธสัญญาสีเขียว” ประกาศจะบรรลุเป้าหมาย carbon neutrality ภายในปี 2060 และผลักดัน “Belt and Road Green Development” ซึ่งรวมถึงการลงทุนพลังงานหมุนเวียนในประเทศสมาชิก

จีนตอกย้ำแนวคิด “ร่วมคิด ร่วมสร้าง ร่วมแบ่งปัน” สะท้อนทิศทางการพัฒนาสังคมโลกที่จีนพยายามกำหนดใหม่ โดยมีลักษณะสำคัญ คือ 1. โลกไม่อยู่ภายใต้อิทธิพลของมหาอำนาจเดียว 2. รัฐมีบทบาทนำในการกำหนดทิศทางเศรษฐกิจ 3. ประเทศกำลังพัฒนามีทางเลือกนอกกรอบตะวันตก และ 4. เพิ่มอำนาจต่อรองระหว่างจีนกับชาติตะวันตก

ในท้ายที่สุด แนวคิดนี้จะเป็น “โมเดลทางเลือก” ที่ประสบความสำเร็จหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความสามารถของจีนในการพิสูจน์ว่าการพัฒนาที่เน้นความร่วมมือและการแบ่งปันผลประโยชน์ สามารถสร้างความเจริญที่ยั่งยืนและเป็นธรรมได้จริง มากกว่าที่จะเป็นเพียงเครื่องมือขยายอิทธิพลทางภูมิรัฐศาสตร์ของตน

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

Latest Posts