เวลา 10.00 น. วันที่ 8 ต.ค.69 ที่บริเวณด้านหน้าแดนเนรมิตเก่า นางพรรณี คนพิมาย (คุณแม่ริน) แม่เลี้ยงเดี่ยว เดินทางเข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชน ก่อนเข้าพบพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เพื่อขอความเป็นธรรมกรณี “น้องวิว” หรือ น.ส.วิภาวี เนยยะวงศ์ อายุ 19 ปี ลูกสาวซึ่งทำงานเป็นเชฟ ถูกข้าราชการครูสาวขับรถยนต์พุ่งชนบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ผ่านไปเกือบ 9 เดือน คดียังไร้ความคืบหน้า
นางพรรณี เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 22.50 น. บริเวณหน้าร้านโสภณ ถนนสายพัทยา-นาเกลือ ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ขณะที่น้องวิวขับขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ โดยมีเพื่อนสาว (ด.ญ.ปิยะรัตน์) นั่งซ้อนท้าย หลังจากกลับจากทำงานและแวะไปซื้อพลาสเตอร์ยาให้แม่ ห่างจากบ้านไม่ถึง 100 เมตร ได้ถูกรถยนต์เก๋งซูซูกิ สวิฟต์ ซึ่งมี น.ส.ยุวธิดา (ข้าราชการครู) เป็นผู้ขับขี่ เสียหลักข้ามเลนมาชนอย่างรุนแรง และยังเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์อีกคัน เป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บรวม 4 ราย
ผลการตรวจทางแพทย์ระบุว่า น้องวิวได้รับบาดเจ็บสาหัส สมองบอบช้ำ เลือดออกในสมอง กะโหลกศีรษะและกระดูกใบหน้าแตกหลายแห่ง แขนซ้ายหัก และกระดูกท่อนขาขวาหัก แพทย์ต้องทำการผ่าตัดสมองด่วน แต่น้องวิวต้องทนทุกข์ทรมานอยู่นานถึง 29 วัน ก่อนจะเสียชีวิตอย่างสงบเนื่องจากภาวะเลือดออกในปอดและติดเชื้อในกระแสเลือด ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569
นางพรรณี เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า น้องวิวเป็นเด็กขยันและเป็นเสาหลักของบ้าน โดยตัดสินใจออกจากโรงเรียนตั้งแต่มัธยมศึกษาปีที่ 2 เพื่อมาทำงานหาเงินช่วยแม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในบ้าน หนี้สินงานศพพี่ชาย รวมถึงดูแลยายที่พิการและน้องชาย พร้อมกับเรียน กศน. ควบคู่ไปด้วยจนใกล้จะจบ แต่กลับต้องมาเสียชีวิตจากความประมาทของผู้ขับขี่
ยิ่งไปกว่านั้น ครอบครัวต้องตกอยู่ในภาวะยากลำบากอย่างหนัก เนื่องจากรถยนต์ของคู่กรณีไม่มี พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ทำให้ไม่สามารถเบิกจ่ายค่าสินไหมทดแทนกรณีเสียชีวิตจำนวน 500,000 บาท จากกองทุน พ.ร.บ. ได้
หลังเกิดเหตุ 4 กุมภาพันธ์ ผู้เสียหายได้เจรจากับคู่กรณีที่ขับรถมาชน ได้รับเงินค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้น และค่าซ่อมรถที่เสียหาย ส่วนของนางพรรณี ได้รับการช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้น เป็นเงินจำนวน 40,000 บาท และ ช่วยเงินเยียวยางานศพอีก 70,000 บาท
ขณะที่พนักงานสอบสวน สภ.บางละมุง ดำเนินคดีอย่างล่าช้า ต้องรอผลตรวจแอลกอฮอล์นานถึง 5 เดือนครึ่ง และตั้งแต่พูดคุยกันครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2569 คู่กรณีก็บ่ายเบี่ยง ไม่เคยติดต่อมาแสดงความรับผิดชอบใดๆ อีกเลย โดยทราบว่าได้นำรถยนต์คันเกิดเหตุไปซ่อมแซมและนำกลับมาใช้งานตามปกติแล้ว
แม่ระบุว่า“อยากให้คู่กรณีออกมารับผิดชอบให้ดีกว่านี้”
สภาพจิตใจของคนในครอบครัวบอบช้ำอย่างหนัก โดยเฉพาะน้องชายของน้องวิวที่นั่งรอพี่สาวกลับบ้านทุกวัน และร้องไห้ถามแม่ว่า “เมื่อไหร่พี่วิวจะได้รับความยุติธรรมสักที” แม่จึงตัดสินใจนำหลักฐานมาร้องขอความเป็นธรรมพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม เพื่อขอให้ช่วยติดตามเร่งรัดคดี และนำตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุดต่อไป













