วันศุกร์, ตุลาคม 9, 2026
หน้าแรกสืบจากข่าวสืบวิเคราะห์ข่าวเจาะลึก “ฮับ” สแกมเมอร์...

เจาะลึก “ฮับ” สแกมเมอร์ เงินไหลไปทางไหน ใครคือเหยื่อตัวจริง?

ภาพจำของ “สแกมเมอร์” ในอดีตที่เป็นเพียงแฮกเกอร์เดี่ยวหรือกลุ่มต้มตุ๋นขนาดย่อม ได้ล่มสลายลงอย่างสิ้นเชิง เมื่อรายงานจากสหประชาชาติ (UNODC) และองค์กรป้องกันภัยกลโกงสากล (GASA) เผยให้เห็นว่า อาชญากรรมหลอกลวงทางเทคโนโลยีในปัจจุบันได้กลายสภาพเป็น “เครือข่ายอุตสาหกรรมข้ามชาติ” เต็มรูปแบบ มีการจัดตั้งสำนักงาน การบริหารทรัพยากรบุคคล การฟอกเงินผ่านคริปโทเคอร์เรนซี และกองกำลังคุ้มกันติดอาวุธ

ในสมรภูมินี้ โลกถูกแบ่งออกเป็น 2 ฝั่งอย่างชัดเจน คือ “ประเทศผู้ตั้งฐานปฏิบัติการ” และ “ประเทศผู้จ่ายเงินและตกเป็นเหยื่อ”

โดยประเทศที่ถูกจัดว่าเป็นแหล่งกำเนิดเครือข่ายหลอกลวงขนาดใหญ่ หรือเป็นศูนย์รวมคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ ได้แก่ เมียนมา (พื้นที่ชายแดน เช่น เมียวดี / เล่าก์ก่าย) ปัจจุบันสหประชาชาติ และ หน่วยงานความมั่นคงสากล จัดให้เป็นศูนย์กลางคอลเซ็นเตอร์ และ Pig Butchering (หลอกลงทุน/หลอกรัก) ที่ใหญ่และรุนแรงที่สุดในโลก ดำเนินการโดยกลุ่มทุนเทาข้ามชาติและมีกองกำลังติดอาวุธท้องถิ่นคุ้มกัน มีการบังคับใช้แรงงานและค้ามนุษย์นับแสนราย

กัมพูชาและลาว (เขตเศรษฐกิจพิเศษ) เป็นฐานที่มั่นสำคัญของขบวนการคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงเหยื่อทั่วโลก โดยเฉพาะในแถบสีหนุวิลล์และสามเหลี่ยมทองคำ

อินเดีย แหล่งกำเนิดสแกมเมอร์อันดับต้น ๆ ของโลกในสาย Tech Support Scam แอบอ้างเป็น Microsoft/Apple และ Call Center หลอกเก็บภาษีหรือขโมยข้อมูล มุ่งเป้าหมายหลักไปที่เหยื่อในสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย

ไนจีเรีย ต้นตำรับสแกมระดับโลกอย่าง 419 Advance-Fee Scam คือ รูปแบบการฉ้อโกงออนไลน์หรือผ่านข้อความที่คนร้ายใช้เรื่องราวชวนเชื่อหรือคำสัญญาว่าจะมอบเงินก้อนโต มรดก เงินรางวัล หรือผลตอบแทนมหาศาลให้กับเหยื่อ แต่มีข้อแม้ว่าเหยื่อต้องโอนเงินค่าใช้จ่ายล่วงหน้า เช่น ค่าธรรมเนียม, ค่าภาษี, ค่าดำเนินการ หรือค่าขนส่ง มาให้ก่อน เมื่อเหยื่อโอนเงินไปแล้ว คนร้ายจะเรียกร้องเงินเพิ่มเรื่อย ๆ ก่อนจะตัดขาดการติดต่อและหนีหายไปพร้อมเงิน

รัสเซีย ครองอันดับต้น ๆ ในดัชนี World Cybercrime Index โดดเด่นในด้านอาชญากรรมไซเบอร์ระดับเทคนิคสูง เช่น Phishing, Ransomware และ มัลแวร์ดูดเงินธนาคาร

ใครคือ ‘เหยื่อตัวจริง’ ในสมการนี้?

ประเทศที่มีสัดส่วนประชากรตกเป็นเหยื่อสูงสุดเมื่อวัดจากเปอร์เซ็นต์ของประชากรที่ได้รับการติดต่อหรือถูกหลอกต่อเดือน ข้อมูลจาก Global Anti-Scam Alliance – GASA ระบุว่า กลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียตะวันออก (เช่น ไทย, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, ไต้หวัน) มีอัตราการเผชิญหน้ากับสแกมเมอร์ผ่าน SMS, โทรศัพท์ และโซเชียลมีเดียติดอันดับสูงสุดในโลก โดยประชากรมากกว่า 60–70% ระบุว่าได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพอย่างน้อยเดือนละครั้ง

บราซิล และ แอฟริกาใต้ มีอัตราการถูกหลอกผ่านแอปพลิเคชันการเงิน มัลแวร์ธนาคาร (Banking Trojans) และการโจรกรรมข้อมูลตัวตนสูงมากในระดับภูมิภาค

ขณะที่ สหรัฐอเมริกา ตกเป็นเป้าหมายที่มีมูลค่าความเสียหายรวมสูงที่สุดในโลกในแง่เม็ดเงิน หลายหมื่นล้านดอลลาร์ต่อปี เนื่องจากประชากรมีกำลังทรัพย์สูงและใช้ระบบการเงินดิจิทัล/คริปโทเคอร์เรนซีอย่างแพร่หลาย

ทางออกและการปิดเกมข้ามชาติ

การปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ยุคใหม่ ไม่สามารถทำได้ด้วยกฎหมายของประเทศใดประเทศหนึ่งเพียงลำพัง ตราบใดที่ช่องว่างทางภูมิรัฐศาสตร์ เช่น พื้นที่สงครามกลางเมืองในเมียนมา หรือเขตเศรษฐกิจพิเศษที่การบังคับใช้กฎหมายเอื้อมไม่ถึง ยังคงทำหน้าที่เป็นเกราะกำบังให้กลุ่มทุนเทา ความร่วมมือในการตัดสัญญาณโทรคมนาคมข้ามแดน การแกะรอยเส้นทางการเงินดิจิทัล และการปราบปรามเครือข่ายบัญชีม้า-ซิมม้า คือแนวรบสำคัญในการทำลายสายพานอุตสาหกรรมมืดนี้ก่อนที่จะขยายตัวไปมากกว่าเดิม

Get notified whenever we post something new!

spot_img

Create a website from scratch

Just drag and drop elements in a page to get started with Newspaper Theme.

Continue reading

ศตวรรษ 21 “ความเป็นจีนที่โลกพึงมี” ถอดรหัส “ศูนย์ถ่วง” โลก “ตะวันออกลอยสูง ตะวันตกคล้อยต่ำ”

“ในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ ทุกยุคสมัยย่อมมี "ศูนย์ถ่วง" ของตัวเอง คริสต์ศตวรรษที่ 19 เป็นของยุโรป ศตวรรษที่ 20 เป็นของสหรัฐอเมริกา และศตวรรษที่ 21 กำลังกลายเป็นของจีนอย่างไม่อาจปฏิเสธได้ หัวข้อ "ความเป็นจีนที่โลกพึงมี" จึงไม่ใช่คำถามเชิงอุดมการณ์ว่าโลก "ควร" จะเป็นจีนหรือไม่ หากแต่เป็นคำถามเชิงพรรณนาว่า โลกในปัจจุบัน "มี" จีนเป็นปัจจัยกำหนดอยู่แล้วในระดับใด และโลก "จำเป็น" ต้องปรับตัวต่อความจริงข้อนี้อย่างไร” บทความโดย  สันติ ตั้งรพีพากร ข้อเสนอที่ว่า "ตะวันออกลอยสูง ตะวันตกคล้อยต่ำ" (东升西降) มิใช่คำขวัญชวนเชื่อ หากแต่เป็นคำอธิบายภาวะวิสัย (objective condition) ที่ตั้งอยู่บนข้อมูลเชิงประจักษ์ และการที่ภาษาจีนจะกลายเป็นเครื่องมือสื่อสารร่วมของชาวโลก ก็เป็นผลสืบเนื่องเชิงตรรกะจากความจริงทางเศรษฐกิจและการเมือง มิใช่ความปรารถนาทางวัฒนธรรมเพียงลำพัง จีนกลายเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของโลก เมื่อวัดด้วย...

ล่อ ลวง หลอก สร้าง “ความกลัว” ก่อน “ตบทรัพย์” เรื่องจริงของสแกมเมอร์ใน “อเมริกา”

หากใครยังคิดว่าสแกมเมอร์กระจุกตัวหรือมีต้นทางมาจากประเทศใดประเทศหนึ่ง คงต้องเปลี่ยนความเชื่อนี้ เพราะในความเป็นจริง กลุ่มสแกมเมอร์กระจายตัวอยู่ในหลายภูมิภาคทั่วโลก ภาพจำที่ว่าขบวนการหลอกลวงมีอยู่เฉพาะในดินแดนห่างไกลหรือประเทศกำลังพัฒนา กำลังถูกลบล้างด้วยข้อเท็จจริงที่น่าตกใจ “สแกมเมอร์มีอยู่ทุกที่ทั่วโลก” และนี่คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในประเทศที่เพียบพร้อมด้วยระบบความปลอดภัยอันดับหนึ่งของโลกอย่างสหรัฐอเมริกา โดยเอฟบีไอเปิดเผยกรณีนี้เมื่อเดือนพฤษภาคม 2026 เหยื่อรายนี้เป็นหญิงอเมริกันอายุ 70 กว่า มีบ้านเป็นของตัวเอง มีเงินเก็บ และที่สำคัญเธอไม่ใช่คนที่ไม่รู้เรื่องอาชญากรรม ตรงกันข้ามเธอเป็นถึงอาจารย์ด้านอาชญวิทยา มีความรู้เรื่องอาชญากรรม มีความรู้เรื่องเหยื่อ และน่าจะเป็นคนกลุ่มสุดท้ายที่จะโดนมิจฉาชีพหลอก แต่วันหนึ่งมีคนโทรมาหาเธอ บอกว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลสหรัฐฯ รู้ชื่อ รู้ข้อมูลบางอย่างของเธอ และบอกว่าชื่อกับหมายเลขประกันสังคมของเธอ กำลังเชื่อมโยงกับบัญชีที่เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด และการฟอกเงิน ที่หนักกว่านั้นคือตอนนี้มีหมายจับเธอแล้ว แน่นอนว่าแม้เธอจะแน่ใจว่าไม่ได้ทำอะไรผิด  แต่ก็ใจหายและเกิดความวิตกกังกลแบบฉับพลัน มิจฉาชีพรู้ว่าเหยื่อกำลังสับสน แต่แทนที่จะเพิ่มความกลัวให้กับเหยื่อ คนที่โทรมากลับเปลี่ยนบทบาท โดยบอกว่า “เราเชื่อว่าคุณไม่ได้เป็นอาชญากร จริงๆแล้วคุณต่างหากที่เป็นเหยื่อ ข้อมูลส่วนตัวของคุณน่าจะถูกขโมยไป” พอฟังมาถึงตรงนี้ จากคนที่ทำให้เธอกลัว กลายเป็นคนที่กำลังจะช่วยเธอ และนี่คือจุดเริ่มต้นของหายนะ เธอถูกสั่งว่าห้ามบอกใคร ห้ามปรึกษาคนอื่น แม้แต่เจ้าหน้าที่เอฟบีไอ...

“หยิน-หยาง” แห่งอนาคต จาก “อารยธรรม 5,000 ปี” สู่ปฏิบัติการขับเคลื่อน ‘จีนยุคใหม่’

“ภาพลักษณ์ของจีนในเวทีโลกปัจจุบัน เป็นภาพของมหาอำนาจทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ทว่าสิ่งที่ทำให้จีนแตกต่างจากมหาอำนาจสมัยใหม่อื่น ๆ คือการที่ความก้าวหน้านั้นตั้งอยู่บนรากฐานของอารยธรรมต่อเนื่องยาวนานกว่า 5,000 ปี ส่องแนวทาง "สองขั้ว" แห่งความเป็นจีน ความทันสมัยและมรดกอารยธรรม หล่อหลอมบทบาทของจีนในฐานะประเทศก้าวหน้ายุคใหม่อย่างไร” บทความโดย สันติ ตั้งรพีพากร อารยธรรมจีนมิได้เป็นเพียงมรดกทางพิพิธภัณฑ์ หากแต่ทำหน้าที่เป็นกรอบความคิด (conceptual framework) ที่กำหนดวิธีที่จีนมองโลกและมองตนเอง โดยมีองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ ลัทธิขงจื่อและระบบคุณธรรมการปกครอง เน้นความสัมพันธ์ระหว่างผู้ปกครองกับราษฎร บนพื้นฐานของคุณธรรมและความไว้วางใจ ซึ่งสะท้อนในวาทกรรมการปกครองสมัยใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ "ความผาสุกของประชาชน" (民生) แนวคิด "ไท่จี๋/หยินหยาง" และความกลมกลืน ส่งผลต่อวิธีคิดแบบเปี้ยนเจิ้งฝ่า​ (辩证法) ที่มองว่าความขัดแย้งสามารถนำไปสู่ความสมดุล มิใช่การทำลายกัน แนวคิด "เทียนเซี่ย" (天下) แผ่นดินใต้ฟ้า ที่ให้กรอบคิดเรื่องความเป็นสากลนิยม (universalism) ของจีน...

Enjoy exclusive access to all of our content

Get an online subscription and you can unlock any article you come across.