“ในวันที่โลกจับตามองการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของยานยนต์ไฟฟ้าจีน อีกหนึ่งสมรภูมิสองล้อที่เคยถูกมหาอำนาจอย่างญี่ปุ่นและยุโรปผูกขาดมาอย่างยาวนาน กำลังถูกสั่นคลอนอย่างหนัก ด้วยฝีมือของ “จางเสวี่ย” อดีตช่างซ่อมผู้ผันตัวมาเป็นหัวหอกแห่ง ZXMOTO ชายผู้กล้าฉีกกรอบภาพจำเดิมๆ ของ “มอเตอร์ไซค์จีนราคาถูก” สู่การสร้างรถสปอร์ตสมรรถนะสูงระดับหลายสูบ พร้อมพิสูจน์ขุมพลังด้วยการลงฟาดฟันในสนามแข่งระดับโลกอย่าง WorldSSP ชัยชนะครั้งนี้ไม่ได้วัดกันที่คำโฆษณา แต่วัดกันด้วยวินาทีต่อรอบในสนามจริง จนกลายเป็นหมุดหมายสำคัญของการปฏิวัติอุตสาหกรรมสองล้อจีน ที่พร้อมโค่นบัลลังก์เจ้าตลาดเดิมลงอย่างเต็มภาคภูมิ”
บทความโดย สันติ ตั้งรพีพากร
จางเสวี่ยเติบโตมากับความสนใจในเครื่องยนต์และมอเตอร์ไซค์ตั้งแต่เด็ก โดยเริ่มจากการเป็นช่างซ่อมและสะสมประสบการณ์ภาคสนามในโรงงาน/อู่ซ่อม ซึ่งทำให้เข้าใจจุดอ่อนของมอเตอร์ไซค์จีนในยุคนั้น คือเครื่องยนต์ด้อยประสิทธิภาพ การประกอบหยาบ และขาดการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์
เขาก่อตั้งแบรนด์มอเตอร์ไซค์ KOVE และ ZXMOTO โดยวางตำแหน่งสินค้าไว้ที่กลุ่ม “performance” คือเน้นเครื่องยนต์หลายสูบ การออกแบบสปอร์ต และการขยายตลาดต่างประเทศ แทนการแข่งขันในกลุ่มราคาถูกภายในประเทศเพียงอย่างเดียว
จุดเปลี่ยนสำคัญคือการส่งรถลงแข่งขันในรายการระดับโลก เช่น การเข้าร่วมรายการ WorldSSP (Supersport) ซึ่งเป็นสนามที่แบรนด์ยุโรปและญี่ปุ่นครอบงำมายาวนาน การตัดสินใจครั้งนี้ทำให้แบรนด์จีนถูกจับตามองในฐานะ “ผู้ท้าชิง” ไม่ใช่เพียง “ผู้ตาม”
ผลงานในสนามแข่งขันถูกใช้เป็นเครื่องพิสูจน์คุณภาพเครื่องยนต์และช่วงล่าง ก่อให้เกิดการยอมรับในหมู่ผู้บริโภคต่างประเทศ และเปิดทางสู่การขยายตลาดในยุโรปและอเมริกาเหนือ
จุดอ่อนดั้งเดิมของมอเตอร์ไซค์จีนคือ เครื่องยนต์ขนาดใหญ่หลายสูบที่ต้องพึ่งเทคโนโลยีต่างชาติ การที่แบรนด์สามารถพัฒนาและส่งเครื่องยนต์หลายสูบลงแข่งขันได้สำเร็จ คือการพิสูจน์ความสามารถด้าน R&D ที่ไม่ต้องพึ่งต้นแบบของคนอื่น อันเป็นหัวใจของชัยชนะเชิงเทคโนโลยี
การลงแข่งขันในรายการ WorldSSP และการทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ท่ามกลางคู่แข่งจากยุโรปและญี่ปุ่น คือหลักฐานที่ผู้บริโภคทั่วโลกยอมรับได้อย่างยากจะโต้แย้ง เพราะสนามแข่งวัดกันที่เวลาและอันดับ ไม่ใช่ความรู้สึก
การที่สินค้าถูกจัดวางในกลุ่ม performance และมีราคาสูงขึ้นได้ สะท้อนว่าตลาดยอมรับคุณค่าของแบรนด์ ไม่ใช่เพียงราคา นี่คือชัยชนะเชิงภาพลักษณ์ที่ไม่ต้องมีคำอธิบาย
การขยายตลาดในยุโรปและอเมริกาเหนือ ซึ่งมีมาตรฐานการตรวจสอบเข้มงวด คือการพิสูจน์ว่าสินค้าผ่านมาตรฐานความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมระดับสากล อันเป็นเครื่องยืนยันคุณภาพที่วัดได้
ขณะที่ผลงานในสนามแข่งขันระดับโลก สะท้อนกลับมาสร้างความเชื่อมั่นในตลาดภายใน ทำให้แบรนด์จีนไม่ถูกมองเป็นเพียง “ทางเลือกสำรอง” อีกต่อไป
จุดทะลุทะลวงของจางเสวี่ยในปีนี้ ไม่ได้อยู่ที่การโฆษณาเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การเลือก “สนามที่วัดผลได้” คือสนามแข่งขันระดับโลกและมาตรฐานส่งออก มาเป็นเครื่องพิสูจน์คุณภาพ ซึ่งเป็นวิธีที่ตรงไปตรงมาและยากจะโต้แย้ง
การปรากฏตัวของ “จางเสวี่ย” ผู้บุกเบิก ZXMOTO บนเวทีสดุดีวีรกรรมเดินทัพทางไกล เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2026 กลายเป็นหมุดหมายสำคัญที่เชื่อมประวัติศาสตร์จีนเข้ากับยุคสมัยอย่างทรงพลัง ที่ชัยชนะถูกพิสูจน์ด้วยการไปถึงจุดหมายจริง มิใช่คำกล่าวอ้าง เป็นวีรกรรมยุคใหม่ที่วัดกันด้วยผลลัพธ์ที่จับต้องได้ และผู้สานต่อคือผู้ที่กล้าลงสนามที่ยากที่สุดนั่นเอง



