วันอังคาร, ตุลาคม 20, 2026
หน้าแรกต่างประเทศจีนจีนเปิดสูตร "ทันสมัยโดยไม่เสียอธิปไตย" ปั้น “ระเบียบโลกใหม่” อุดมการณ์กู้โลก หรือกลยุทธ์ครองอำนาจแบบไร้ปืน

Related Posts

จีนเปิดสูตร “ทันสมัยโดยไม่เสียอธิปไตย” ปั้น “ระเบียบโลกใหม่” อุดมการณ์กู้โลก หรือกลยุทธ์ครองอำนาจแบบไร้ปืน

“จีนยืนยันว่าการฟื้นฟูชาติจะสมบูรณ์ได้ก็ต่อเมื่อเอื้อต่อสันติภาพและการพัฒนาของโลก และในทางกลับกัน สภาพแวดล้อมระหว่างประเทศที่เอื้ออำนวย คือเงื่อนไขจำเป็นของการพัฒนาภายในประเทศ จีนจึงปฏิเสธเส้นทางแห่งการขยายอาณานิคมและการแผ่ขยายอำนาจแบบมหาอำนาจเดิม   ด้วยการเน้น “สันติภาพ” นี่เป็นจุดยืนเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญในการสร้างความชอบธรรมระหว่างประเทศ พร้อมเสนอทางเลือกต่อประเทศกำลังพัฒนา ที่ต้องการความทันสมัยโดยไม่เสียอธิปไตย ซึ่งต้องพิสูจน์ว่า แนวคิด ชุมชนร่วมชะตากรรมของมนุษยชาติ จะสัมฤทธิ์ผลจริง หรือเป็นเพียงวาทกรรรม”

บทความโดย สันติ ตั้งรพีพากร

แนวคิด “ฐานคิดเชิงทฤษฎี ความเชื่อมโยงระหว่างชาติกับโลก” ของจีน ตั้งอยู่บนสมมติฐานสามประการ ประการแรก ความเป็นเอกภาพวิภาษวิธี ระหว่างผลประโยชน์แห่งชาติและส่วนรวมระดับโลก จีนยืนยันว่าการฟื้นฟูชาติจะสมบูรณ์ได้ก็ต่อเมื่อเอื้อต่อสันติภาพและการพัฒนาของโลก และในทางกลับกัน สภาพแวดล้อมระหว่างประเทศที่เอื้ออำนวยคือเงื่อนไขจำเป็นของการพัฒนาภายในประเทศ  ประการที่สอง ความทันสมัยมิใช่การผูกขาดของตะวันตก จีนเสนอว่าความทันสมัยเป็นกระบวนการที่หลากหลาย แต่ละอารยธรรม สามารถบรรลุได้ตามเงื่อนไขทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของตน ประการที่สาม หลัก “ชุมชนร่วมชะตากรรมของมนุษยชาติ” ทำหน้าที่เป็นกรอบกำกับบรรทัดฐานที่แปลงผลประโยชน์แห่งชาติ ให้สอดคล้องกับผลประโยชน์ร่วมของมนุษยชาติ

จีนกำหนดลักษณะเฉพาะของเส้นทางความทันสมัยของตนไว้ห้าประการ ซึ่งล้วนมีมิติระหว่างประเทศแฝงอยู่ ได้แก่ (1) ความทันสมัยของประชากรมหาศาล เน้นการพัฒนาที่มีคนเป็นศูนย์กลางและแบ่งปันผลประโยชน์ (2) ความทันสมัยที่ประชาชนทุกคนมีส่วนร่วม (3) ความทันสมัยที่วัสดุและจิตใจประสานกัน (4) ความทันสมัยที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างกลมกลืน สอดคล้องกับวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน  และ (5) ความทันสมัยบนเส้นทางสันติภาพ ซึ่งปฏิเสธเส้นทางแห่งการขยายอาณานิคมและการแผ่ขยายอำนาจแบบมหาอำนาจเดิม การเน้น “สันติภาพ” นี้เป็นจุดยืนเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญในการสร้างความชอบธรรมระหว่างประเทศ

ในระดับปฏิบัติ จีนได้แปลงวิสัยทัศน์ข้างต้นเป็นเครื่องมือเชิงสถาบันหลายชั้น ได้แก่ ข้อริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (BRI) ซึ่งทำหน้าที่เป็นกลไกเชื่อมโยงการพัฒนาภายในกับการเชื่อมต่อระดับโลก ผ่านโครงสร้างพื้นฐาน การค้า และการเงิน ข้อริเริ่มการพัฒนาระดับโลก (GDI) ความมั่นคงระดับโลก (GSI) และอารยธรรมระดับโลก (GCI) ซึ่งเสนอกรอบการกำกับดูแลโลกทางเลือก การมีส่วนร่วมในกลไกพหุภาคี เช่น UN, BRICS, SCO และ AIIB ตลอดจนการถ่ายทอดประสบการณ์การลดความยากจนและการพัฒนาชนบท ในฐานะสินค้าสาธารณะระดับโลก กลไกเหล่านี้สะท้อนแนวทาง “ปฏิบัติก่อนประกาศ” ที่จีนเน้นย้ำว่าตนมิใช่เพียงผู้กำหนดวาทกรรม แต่เป็นผู้ลงมือทำ

จุดแข็งของแนวทางนี้ อยู่ที่การเสนอทางเลือกต่อสถาปัตยกรรมโลกที่ตะวันตกเป็นศูนย์กลาง   ตอบสนองความต้องการของประเทศกำลังพัฒนา ที่ต้องการ “ความทันสมัยโดยไม่ต้องเสียอธิปไตย” และสร้างกรอบวาทกรรมที่ทำให้ผลประโยชน์แห่งชาติดูสอดคล้องกับส่วนรวม

ความท้าทาย ที่ต้องพิจารณาอย่างตรงไปตรงมา ได้แก่ ประการแรก ช่องว่างระหว่างวาทกรรมกับการรับรู้ ประเทศตะวันตกและบางประเทศเพื่อนบ้านมองว่า BRI และการเพิ่มบทบาทของจีน เป็นเครื่องมือขยายอิทธิพลทางภูมิรัฐศาสตร์ ประการที่สอง ความยั่งยืนทางการคลังและสิ่งแวดล้อม ของโครงการลงทุนขนาดใหญ่ ประการที่สาม ความสอดคล้องภายในระหว่างหลักการอยู่ร่วมอย่างสันติ กับการจัดการข้อพิพาทในทะเลจีนใต้และช่องแคบไต้หวัน ซึ่งเป็นประเด็นที่ประชาคมโลกระบุว่า เป็นตัวชี้วัดความน่าเชื่อถือของวาทกรรม และ ประการที่สี่ ความสมดุลระหว่างการเปิดกว้างกับการรักษาความมั่นคงแห่งชาติ ในยุคที่ภูมิรัฐศาสตร์กลับมาเป็นตัวแปรสำคัญ

สำหรับประชาคมโลก แนวคิดนี้เปิดพื้นที่ความร่วมมือในประเด็นโลกร่วมสมัย เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การเปลี่ยนผ่านพลังงาน และการปกครองระบบ AI โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การประสาน SDGs ของสหประชาชาติกับ GDI ถือเป็นจุดเชื่อมที่จับต้องได้ อย่างไรก็ตาม การจะบรรลุ “เป้าหมายร่วมกันในระยะยาว” ได้นั้น จำเป็นต้องมีสถาปัตยกรรมความไว้วางใจ ที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับ  ได้แก่ ความโปร่งใสในการให้กู้และมาตรฐานสิ่งแวดล้อมของ BRI การเจรจาเรื่องมาตรฐานการกำกับดูแลเทคโนโลยี และการรักษาช่องทางสื่อสารระดับสูงเพื่อป้องกันการตีความผิดทางยุทธศาสตร์

การฟื้นฟูสู่ความรุ่งเรืองของประชาชาติจีน กับการพัฒนาสู่ความทันสมัยของประชาคมโลก มิใช่สูตรสำเร็จที่รับประกันผลลัพธ์ แต่เป็นกรอบความคิดเชิงยุทธศาสตร์ที่ผ่านการกลั่นกรอง ซึ่งสะท้อนความพยายามของจีนในการแปลง “ความทันสมัยแบบจีน” จากประสบการณ์เฉพาะชาติ ให้เป็นข้อเสนอสาธารณะระดับโลก ความสำเร็จของกรอบความคิดนี้ จะขึ้นอยู่กับความสามารถในการปิดช่องว่างระหว่างเจตนาและการรับรู้ ระหว่างวาทกรรมและการปฏิบัติที่ตรวจสอบได้ และระหว่างผลประโยชน์แห่งชาติกับผลประโยชน์ร่วมของมนุษยชาติ ซึ่งเป็นบททดสอบที่แท้จริงของวิสัยทัศน์ “ชุมชนร่วมชะตากรรมของมนุษยชาติ” นั่นเอง

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

Latest Posts