วันเสาร์, เมษายน 5, 2025
หน้าแรกอาชญากรรมกก.4 บก.ปทส. ลุยดับไฟพิษ หลังชาวบ้าน-รับจ้างเผา 50 ไร่ ฝุ่น PM2.5 ถล่มเมือง

Related Posts

กก.4 บก.ปทส. ลุยดับไฟพิษ หลังชาวบ้าน-รับจ้างเผา 50 ไร่ ฝุ่น PM2.5 ถล่มเมือง

ปี 2568 กก.4 บก.ปทส. ทนไม่ได้! ชาวบ้านพิจิตรฝ่าฝืนเผากันหนัก สร้างฝุ่น PM 2.5 ลอยคลุ้ง – ลุยลงพื้นที่ปราบปรามก่อนสถานการณ์บานปลาย

จังหวัดพิจิตรเผชิญปัญหาหนัก หลังพบการลักลอบเผาในที่โล่งอย่างต่อเนื่อง แม้มีประกาศห้ามเด็ดขาดเพื่อควบคุมปริมาณฝุ่นละออง PM 2.5 ที่เป็นภัยต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม กองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (กก.4 บก.ปทส.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.วัชรินทร์ พูสิทธิ์ ผบก.ปทส. และ พ.ต.อ.ณัทกฤช น้อยคำปัน ผกก.4 บก.ปทส. จึงเร่งลงพื้นที่ปราบปรามและตรวจสอบอย่างเข้มข้น

ตรวจพบเคสแรก “ริมถนน เสี่ยงอุบัติเหตุ-ควันคลุ้งการจราจร” เมื่อเวลา 15.23 น. วันที่ 4 เมษายน 2568 เจ้าหน้าที่ กก.4 บก.ปทส. นำโดย พ.ต.ท.หญิง ภิษัชกร เลิศวิลัย สว.(สอบสวน) พร้อมกำลัง ออกตรวจพื้นที่ริมถนนโพทะเล–บางลาย หมู่ 3 ต.ท้ายน้ำ อ.โพทะเล จ.พิจิตร พบกลุ่มควันจำนวนมากลอยจากพื้นที่การเกษตร ห่างจากถนนไม่เกิน 500 เมตร ซึ่งเป็นระยะอันตรายต่อผู้ขับขี่

เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและพบ นายสุชาติ ผู้กระทำผิด ซึ่งยอมรับว่าเป็นผู้จุดไฟเผาตอซังข้าวจริง เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา “เผาหรือกระทำด้วยประการใดให้เกิดควันในระยะที่กระทบต่อความปลอดภัยของการจราจร” ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 130 โดยดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมาย

เคสต่อมา “ลุกลามใหญ่ รับจ้างจุดไฟ – กว่า 50 ไร่ ฝุ่นคลุ้งชุมชน” ในช่วงเย็นเวลา 19.00 น. ของวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ชุดเดียวกันร่วมกับฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัยอำเภอบางมูลนาก ได้ลงพื้นที่ ต.หอไกร อ.บางมูลนาก หลังพบกลุ่มควันหนาทึบพวยพุ่งจากพื้นที่นาอย่างต่อเนื่อง เมื่อเข้าตรวจสอบพบว่าเป็นการเผาตอซังข้าวในพื้นที่กว่า 50 ไร่ ที่ลุกลามอย่างรวดเร็ว ครอบคลุมแนวต้นไม้ ถนน และใกล้แหล่งชุมชน

น่าเป็นห่วงยิ่งขึ้นเมื่อพบว่า ผู้ก่อเหตุไม่ใช่ชาวนาเจ้าของพื้นที่ แต่เป็นบุคคลภายนอกที่รับจ้างมาจุดไฟโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นการกระทำที่มีเป้าหมายชัดเจนและรู้แก่ใจว่าผิดกฎหมาย กลุ่มควันหนาทึบจากเหตุการณ์นี้กระจายไกลออกไปหลายกิโลเมตร ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนทั้งในพื้นที่อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร และพื้นที่ใกล้เคียงอย่างชัดเจน

เจ้าหน้าที่ควบคุมตัว นายกฤษณะ ขณะกำลังจุดไฟโดยใช้ไฟแช็ค พร้อมแจ้งข้อหา “กระทำการอันอาจก่อให้เกิดสาธารณภัย” ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังตรวจพบแนวโน้มการลักลอบเผาในช่วงเวลากลางคืนมากขึ้น โดยผู้กระทำมักเลือกเวลามืดค่ำเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ หลายครั้งเมื่อเจ้าหน้าที่เข้าถึงพื้นที่เกิดเหตุ พบว่าผู้ก่อเหตุมีพฤติกรรมรีบหลบหนี บางรายถึงขั้นวิ่งหนีหายไปในความมืด ทิ้งไฟที่กำลังลุกไหม้ไว้เบื้องหลัง พฤติกรรมเหล่านี้สะท้อนชัดว่า ผู้กระทำรู้ว่าการกระทำของตนผิดกฎหมาย แต่ยังคงฝ่าฝืนด้วยความตั้งใจ นับเป็นความท้าทายสำคัญในการควบคุมสถานการณ์ฝุ่นพิษที่ไม่ควรมองข้าม

ด้าน พ.ต.อ.ณัทกฤช น้อยคำปัน ผกก.4 บก.ปทส. กล่าวว่า “การเผาในที่โล่งทุกกรณีสร้างผลกระทบทั้งทางอากาศ การจราจร และสุขภาพประชาชน เราจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องและจริงจัง เพื่อไม่ให้คนกลุ่มเล็กสร้างความเดือดร้อนให้กับคนทั้งจังหวัด ใครฝ่าฝืนกฎหมายจะถูกดำเนินคดีทันที”

จึงขอฝากถึงพี่น้องประชาชนว่า ถึงแม้จะมีเพียงคนไม่กี่คนที่จุดไฟเผาโดยไม่คิดถึงส่วนรวม แต่นั่นอาจก่อผลกระทบเป็นวงกว้าง ทั้งฝุ่นควัน สารพิษ โรคระบบทางเดินหายใจ และอุบัติเหตุบนท้องถนน ซึ่งไม่เพียงแต่เสี่ยงต่อชีวิตของตนเองและผู้อื่นเท่านั้น แต่ยังมีความผิดตามกฎหมายที่มีอัตราโทษสูง เช่น การก่อให้เกิดสาธารณภัย หรือการกระทำที่ทำให้เกิดอันตรายต่อการจราจร

การแก้ไขปัญหา PM 2.5 จึง ไม่ใช่เรื่องของเจ้าหน้าที่เพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกคนในสังคม

หากพบการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แจ้งสายด่วน บก.ปทส. 1136

“พิทักษ์ผืนป่า รักษาสิ่งแวดล้อม ถนอมชีวิตสัตว์”

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

spot_img

Latest Posts