ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ 29 ส.ค.68 เวลาประมาณ 10.30 น. “จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่” จะพา นายสรคม อดีตพนักงานขับรถองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) อายุ 65 ปี ชาวจังหวัดนครพนม เข้าพบ พงส. กองบังคับการปราบปรามเพื่อร้องขอความเป็นธรรม ช่วยเหลือกรณีถูกลูกชายแท้ๆ วัย 34 ปี ปลอมแปลงเอกสารเอาไปโอนทรัพย์สินทั้งหมดของตน ซึ่งประกอบด้วยบ้านและที่ดิน รวมมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท จนตัวเองกลายเป็นคนสิ้นเนื้อประดาตัว
นายสรคม เปิดเผยด้วยน้ำตาว่า ตนทำงานขับรถ ขสมก. อย่างหนักมาทั้งชีวิตเพื่อหาเงินเลี้ยงดูและส่งเสียลูกชายเพียงคนเดียวตั้งแต่เกิด เมื่อถึงวัยเกษียณตั้งใจจะใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับบ้านและที่ดินที่ได้ซื้อไว้ แต่ไม่นานมานี้กลับพบว่าทรัพย์สินทั้งหมดที่เคยเป็นชื่อตนเองได้ถูกโอนไปเป็นชื่อของลูกชายจนหมดสิ้น โดยที่ตนไม่เคยรับรู้มาก่อน เมื่อสอบถามลูกชายกลับถูกปฏิเสธและท้าทายให้ไปแจ้งความเอาผิด
เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจและทำให้ตนเครียดหนักจนถึงขั้นคิดสั้นฆ่าตัวตาย เพราะนอกจากจะสูญเสียทรัพย์สินที่หามาด้วยน้ำพักน้ำแรงแล้ว ยังต้องเผชิญกับความเจ็บปวดจากการถูกลูกชายในไส้หักหลังอีกด้วย
เคยแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรธาตุพนม ตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม กองบัญชาการตำรวจภาค 4 เมื่อวันที่ 29 ส.ค.2567 ซึ่งวันนี้ครบรอบ 1 ปีเต็ม แต่ คดีไม่คืบหน้า ด้วยความสิ้นหวังในครั้งนี้ ตนจึงตัดสินใจเดินทางมาร้องขอความช่วยเหลือจากจ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่ เพื่อเป็นสื่อกลางนำเรื่องราวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และเตรียมพาคุณลุงสรคมเข้าแจ้งความที่กองบังคับการปราบปรามเพื่อดำเนินคดีกับลูกชายตามกฎหมายต่อไป
กรณีของลุงสรคม เป็นอุทาหรณ์ที่สะท้อนถึงปัญหาในครอบครัวและช่องโหว่ทางกฎหมายที่อาจถูกนำมาใช้เพื่อฉ้อโกงทรัพย์สินผู้สูงอายุได้
