วันจันทร์, พฤศจิกายน 2, 2026
หน้าแรกการเมืองสืบการเมือง“ชาดา-ธรรมนัส” 'โจรปราบโจร' แค่ละครตบตา?

Related Posts

“ชาดา-ธรรมนัส” ‘โจรปราบโจร’ แค่ละครตบตา?

“…เพียงไม่กี่วัน…ประเทศถูกบีบให้ติดอยู่ใน “เขาควาย” ทางภูมิรัฐศาสตร์! การลงนาม “สันติภาพกำมะลอ” กับ “กัมพูชา หอกข้างแคร่” ที่มีมะกันเป็นฉากหน้า ตามมาด้วยดีลลับ “แร่แรร์เอิร์ธ” ที่ ดร.สมชาย แสวงการ อดีต ส.ว. ผู้รู้เกมชายแดน มองว่าคือการ “ขายชาติ” และชี้ชัดถึงความ “อ่อนหัด” ของรัฐบาล “อนุทิน” ที่ถูกล่อลวงให้เข้าสู่ “สงครามการค้าจีน-สหรัฐฯ” อย่างไม่ควรจะยุ่ง! ดร.สมชาย ไม่ทน! ออกมา “ฟันธงสุดดุดัน” แฉลึกว่านอกจากรัฐบาลที่อ่อนแอแล้ว ซ้ำเติมด้วยวาทะ “โจรปราบโจร” ในมหากาพย์ “ธรรมนัส-ชาดา” ที่ทำให้ความเชื่อมั่นในการปราบสแกมเมอร์แทบเป็นศูนย์! ยังมีพวก “พรรคดีแต่พูด” ที่ไม่ทำหน้าที่ตรวจสอบ ปล่อยให้ประเทศถูกปล้นซ้ำสอง! ท่านย้ำว่าไทยกำลังถูกอาชญากรใช้เป็น “ฐานพักพิง” และ “ศูนย์กลางฟอกเงินทองคำออนไลน์” ดูดเงินประชาชน วันละ 77 ล้านบาท โดยที่พรรคที่อ้างว่าเป็นปากเสียงประชาชนกลับ “ดีแต่พูด” และปล่อยให้ นักการเมือง-ข้าราชการเป็นพันคน อยู่เบื้องหลังอาชญากรรมนี้!

ประเด็นที่ 1 “กัมพูชา-หอกข้างแคร่” ที่ไว้ใจไม่ได้ – เสียดินแดนหรือไม่?

ดร.สมชาย เปิดประเด็นด้วยความดุดันว่า การลงนามสันติภาพกับกัมพูชาเป็นเรื่องปกติ แต่คำถามคือ “มันได้เวลาสงบราบคาบแล้วหรือไม่?” โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมื่อไทยยังยึดพื้นที่ตามแผนที่ 1:50,000 ไม่ได้ครบถ้วน ทั้ง 11 จุด รวมถึง ปราสาทตาควาย และพื้นที่ที่มีปัญหาการบุกรุกของชาวกัมพูชา

  • บุคลิกชาติที่ “ไว้ใจไม่ได้”: โดย ดร.สมชาย ย้ำชัดว่า กัมพูชามีปัญหามาตั้งแต่สมัยอดีต เป็นประเทศที่มีปัญหามากที่สุดในอาเซียนรอบประเทศไทย เป็น “เพื่อนบ้านนิสัยแย่” ที่พร้อมจะเอนเอียงไปหาเวียดนามหรือมหาอำนาจอื่น ๆ หากไทยอ่อนแอ

  • เกมการทูตที่อ่อนแอ: ดร.สมชาย มองว่าการทูตของไทย โดยเฉพาะ กระทรวงการต่างประเทศ มักมีวิธีคิดแบบ “สุภาพ นอบน้อม ชนไวน์” หรือ “ชนะโดยไม่ต้องรบ” แต่กับกัมพูชาซึ่งเปรียบเสมือน “เด็กเกเร” นั้น “มันต้องตี ต้องหวดด้วยกริพเพนบ้าง ด้วย F-16 บ้าง ถึงจะรู้เรื่อง” หากในอนาคตไทยเสียดินแดน ต้อง “ชี้นิ้วไปที่กระทรวงการต่างประเทศ”

  • มาตรา 178 ส่อขัดรัฐธรรมนูญ?: ประเด็นที่ ศรีสุวรรณ ทักท้วงเรื่องการลงนามอาจขัดรัฐธรรมนูญ ม.178 (ที่ระบุว่าหนังสือสัญญาที่มีผลเปลี่ยนแปลงอาณาเขตต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา) นั้น มีประเด็นให้พิจารณา เพราะถึงแม้ยังไม่เสียดินแดน แต่หากเริ่มมีส่วนต่อการเสียดินแดนหรือเกิดปัญหาจากการเจรจา ย่อมเป็นความรับผิดชอบ

  • คำพูดนายกฯ ที่พลาดอย่างแรง: การที่นายกรัฐมนตรีพูดว่า “เขมรรุกไทยก็มี ไทยรุกเขมรก็มี” ถือเป็นคำพูดที่ไม่ควรออกมาจากปากผู้นำประเทศ เพราะเป็นการสร้างความสับสนและลดทอนความชอบธรรมของไทยในการรักษาเขตแดน ควรให้ฝ่ายความมั่นคงเป็นผู้ชี้แจง

ประเด็นที่ 2 “แร่แรร์เอิร์ธ-ตกอยู่ในเขาควาย” สงครามการค้าจีน-สหรัฐฯ

การลงนามความร่วมมือแร่แรร์เอิร์ธกับสหรัฐฯ ที่โผล่มาพร้อมการลงนามสันติภาพ ทำให้ ดร.สมชาย ตกใจอย่างยิ่ง ชี้ว่านี่คือการเอาประเทศไทยเข้าไป “ตกอยู่ในเขาควาย” ของสงครามการค้า สหรัฐฯ-จีน

  • จีนผูกขาด 90% แต่ไทยมีมากอันดับ 4 ของโลก: ไทยถูกจัดเป็นอันดับ 6 ของโลกในด้านปริมาณแร่หายาก แต่มีศักยภาพผลิตจนทะยานเป็น อันดับ 4 ของโลก ซึ่งจีนครองตลาดถึง 90%

  • ไม่ควรเซ็นกับใครเลย!: ในภาวะ Trade War เช่นนี้ ไทย ไม่ควรเซ็นสัญญากับสหรัฐฯ โดยเฉพาะ เพราะเป็นการเปิดช่องทางให้สหรัฐฯ หาทางออกจากปัญหาที่ถูกจีนบีบเรื่องแร่หายาก ควรวางตัวเป็น “คนกลาง” และหากจะเซ็นก็ควรเซ็นกับหลายประเทศ ไม่ใช่ให้ ประธานาธิบดี ต้องมาเซ็นกับ นายกรัฐมนตรี เพราะนี่คือเรื่องของกระทรวงอุตสาหกรรม

  • หายนะแบบ “ดีบุก”: ดร.สมชาย เตือนว่า หากเราไม่รู้จักบริหารจัดการ ไม่ถ่ายทอดเทคโนโลยี และทำตัวเป็นแค่ “คนขุดขาย” แร่แรร์เอิร์ธก็จะหมดไปจากประเทศเหมือนกับกรณี “ไม้สัก” และ “ดีบุก” ที่เคยเป็นสินค้าส่งออกหลักของโลก แต่สุดท้ายก็เหลือแต่ความว่างเปล่า

ประเด็นที่ 3 “สแกมเมอร์-กองทัพอาชญากร” และการฟอกเงินผ่าน “ทองคำออนไลน์”

ปัญหาแก๊งสแกมเมอร์กำลัง “สั่นคลอนความเชื่อมั่น” ของรัฐบาลอย่างรุนแรง และทำให้ไทยเสี่ยงถูกโลกประณามว่าเป็น “ศูนย์กลางสแกมเมอร์” เหมือนเม็กซิโกหรือโคลอมเบีย

  • ไทยคือ “ฐานพักพิง” และ “ศูนย์บัญชาการ”: แก๊งสแกมเมอร์ใช้ไทยเป็น ที่หลบซ่อน/พักพิง (ซื้อบ้านหรูเป็นล็อตในนามนอมินี) และเป็น แหล่งทำกิน โดยการใช้ “เน็ตไทย” ผ่านบริษัททางอ้อม (Justel, Symphony) และการ กว้านซื้อซิมไทย เป็นหมื่นเป็นแสนซิม

  • ความเสียหาย “วันละ 77 ล้านบาท”: คนไทยถูกหลอกลวง วันละ 77 ล้านบาท และมีคดีฉ้อโกงเกี่ยวกับสแกมเมอร์ใน กทม. สูงถึง 80,000 คดี มากกว่าคดีทะเลาะวิวาทถึง 2-3 เท่า

  • เปิดเส้นทางฟอกเงิน “ทองออนไลน์”: ดร.สมชาย เปิดโปงว่า ไทยเป็น “แหล่งฟอกเงิน” ของแก๊งสแกมเมอร์ โดยใช้วิธี “ซื้อขายทองออนไลน์” แล้วมาเบิก “ทองจริง” เพื่อนำกลับไปยังกัมพูชา ทำให้ค่าเงินบาทแข็ง และเป็นการฟอกเงินได้อย่างแนบเนียน

  • ความเชื่อมั่นที่พังทลายและ “โจรปราบโจร”:

    • ดร.สมชาย ชี้ว่า มีคนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมเหล่านี้ในไทย รวมกันเป็นพันคน มีทั้ง นักการเมืองระดับชาติและท้องถิ่น รวมถึง ข้าราชการ โดยส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับ เว็บพนันออนไลน์ (อันดับ 1) การฟอกเงิน (อันดับ 2) และ การค้ามนุษย์ (อันดับ 3)

    • วาทะ “โจรปราบโจร” อาจฟังดูดีหากเป็นการปราบจริง แต่ก็มีความเสี่ยงที่อาจเป็นการ “สมรู้ร่วมคิด” เพราะ “ถ้าไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่แล้วมันช่วยกันปราบ ผมก็ว่าดี”

    • การลาออกของ รมช.คลัง ถือเป็น “สปิริตทางการเมือง” แต่ในทางการเมืองไทยนั้น “ไม่ควรมีปัญหา” ในคณะรัฐมนตรีเลย เพราะรัฐบาลปัจจุบันมาจากเสียงข้างน้อย

คำท้าทายจากอดีต ส.ว. ถึงรัฐบาล

ดร.สมชาย ย้ำว่า ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน คือปัญหาใหญ่ที่ทำให้ไทยยังเป็น “กำลังพัฒนา” ขณะที่เกาหลีใต้และเวียดนามแซงหน้าไปแล้ว หากรัฐบาลชุดนี้ต้องการเป็น “พระเอก” ต้องใช้โอกาสทองจัดการกับ แก๊งสแกมเมอร์ และความเดือดร้อนของประชาชนที่ถูกโกงกินให้สิ้นซาก ก่อนที่ประเทศจะถูกนานาชาติ “ขีดกากบาท” และกลายเป็นประเทศที่ไม่สามารถเดินทางมาเที่ยวได้อย่างปลอดภัย

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

Latest Posts