วันเสาร์, มกราคม 10, 2026
หน้าแรกการเมือง“วัชระ” เปิดหน้าชน “บ้านใหญ่” สุราษฎร์ฯ ชูธง “อภิสิทธิ์” ฟื้นศรัทธา ปชป.เดิมพันศึกศักดิ์ศรีปักษ์ใต้

Related Posts

“วัชระ” เปิดหน้าชน “บ้านใหญ่” สุราษฎร์ฯ ชูธง “อภิสิทธิ์” ฟื้นศรัทธา ปชป.เดิมพันศึกศักดิ์ศรีปักษ์ใต้

“…สนามเลือกตั้งสุราษฎร์ธานีเดือดระอุ “วัชระ เพชรทอง” ขุนพลฝีปากกล้าพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศกลับถิ่นฐานบ้านเกิด ท้าชนระบบ “บ้านใหญ่” และ “ทุนสีเทา” อย่างเป็นทางการ ปลุกกระแสคนคอนเนกชันศิษย์เก่าและพลังเงียบ หวังใช้ “คะแนนบริสุทธิ์” พลิกเกมสู้กระสุนดินดำ พร้อมชู “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” เป็นจุดขายหลัก หวังฟื้นศรัทธาค่ายสีฟ้าในพื้นที่ไข่แดงปักษ์ใต้…”

วันนี้ 9 มากราคม 2569 ความเคลื่อนไหวล่าสุดในสนามเลือกตั้งภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดสุราษฎร์ธานี เขต 1 เริ่มส่งสัญญาณการแข่งขันที่รุนแรง เมื่อ นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกจดหมายเปิดผนึกถึงเครือข่ายศิษย์เก่าและคนในพื้นที่ ประกาศตัวลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ในนามพรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 4 พร้อมประกาศจุดยืนที่ชัดเจนในการต่อสู้กับโครงสร้างอำนาจเดิมในพื้นที่

โดยนายวัชระระบุในจดหมายว่า “เพื่อนๆ รุ่นพี่รุ่นน้อง รร.มานิตา เพื่อนๆ รุ่นพี่รุ่นน้อง รร.จังหวัด ชาวชมพู-เขียว เพื่อน รร.กุนนทีฯ เพื่อนพี่น้องชาวรามคำแหงที่นายวัชระไม่เคยทำให้ลูกพ่อขุนฯ ผิดหวัง และเพื่อนทนายความที่รักและคิดถึงยิ่งครับ

ผม “แจ๊ค วัชระ เพชรทอง” ลงสมัคร สส.พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 4 บัตรสีเขียวครับ ขอฝาก ท่านอาจารย์อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ บัตรสีชมพู เบอร์ 27 ในวันเลือกตั้ง สส. 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ด้วยนะครับ ผมขอรับประกันในความดีงามของอาจารย์อภิสิทธิ์ เพราะเคยทำงานร่วมกันในฐานะ สส.พรรคประชาธิปัตย์กว่า 6 ปีครับ

สุดแท้แต่เพื่อนๆจะพิจารณานะครับ ว่าจะให้โอกาสวัชระ “เปลี่ยน” สุราษฎร์ธานีหรือไม่? จะหนุนท่านอาจารย์อภิสิทธิ์เป็น “นายกรัฐมนตรี” หรือไม่”

ยุทธศาสตร์ “ลูกหลานกลับบ้าน” งัดข้อ “บ้านใหญ่”

สาระสำคัญของจดหมายเปิดผนึกฉบับนี้ ไม่ใช่เพียงการแนะนำตัวผู้สมัคร แต่เป็นการ “ประกาศสงครามตัวแทน” ทางความคิด โดยนายวัชระเลือกใช้สโลแกน “สู้บ้านใหญ่เพื่อบ้านเรา สู้เงินเทาเพื่อบ้านเมือง” ซึ่งสะท้อนนัยทางการเมืองที่แหลมคม โดยพุ่งเป้าไปที่คู่แข่งทางการเมืองในพื้นที่ที่อาจยึดโยงกับระบบอุปถัมภ์หรือกลุ่มทุน

การที่พรรคประชาธิปัตย์ส่งนายวัชระ ซึ่งมีภาพลักษณ์เป็นนักตรวจสอบและ “สายเหยี่ยว” กลับมาลงสมัครในเขต 1 สุราษฎร์ธานี ถือเป็นการปรับหมากรบที่น่าสนใจ โดยพยายามดึงอารมณ์ร่วมของคนในท้องถิ่นผ่านความเป็น “ศิษย์เก่า” (โรงเรียนมานิตานุเคราะห์ และโรงเรียนสุราษฎร์ธานี) เพื่อเจาะฐานเสียงชนชั้นกลางและกลุ่มอนุรักษ์นิยมเดิมที่อาจปันใจไปให้พรรคคู่แข่งในการเลือกตั้งครั้งก่อน

ชู “แบรนด์อภิสิทธิ์” การันตีความสุจริต

นอกจากตัวบุคคลแล้ว นายวัชระยังเน้นย้ำถึงจุดขายสำคัญคือการสนับสนุน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ เบอร์ 27) ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยใช้คำว่า “ขอรับประกันในความดีงาม” จากประสบการณ์ที่เคยร่วมงานกันกว่า 6 ปี

การดึงชื่อนายอภิสิทธิ์กลับมาเป็นธงนำในการหาเสียงสะท้อนให้เห็นว่า ในสายตาของแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ แบรนด์ของอภิสิทธิ์ยังคงมีความขลังและเป็น “จุดขายด้านความซื่อสัตย์” ที่สามารถต่อกรกับกระแสการเมืองแบบประชานิยมหรือการเมืองระบบบ้านใหญ่ในภาคใต้ได้ โดยเฉพาะในกลุ่มโหวตเตอร์ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องจริยธรรมทางการเมือง

ระดม “คะแนนจัดตั้งธรรมชาติ” สู้ “กระสุน”

เนื้อหาในจดหมายยังสะท้อนถึงความกังวลต่อปัญหา “การซื้อสิทธิ์ขายเสียง” ในพื้นที่ โดยนายวัชระยอมรับกลายๆ ว่าต้องต่อสู้กับ “พวกใช้เงินซื้อคน” จึงได้ใช้กลยุทธ์แบบดาวกระจาย ขอแรงสนับสนุนจากเครือข่ายเพื่อนฝูงในลักษณะ “1 คน หาเพิ่ม 10-20 เสียง” ซึ่งเป็นยุทธวิธีการหาเสียงแบบออร์แกนิก เพื่อสร้างกำแพงกั้นกระสุนดินดำในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569

เดิมพันด้วย “หัวใจ” สู้ภัย “ทุนผูกขาด” ศึกศักดิ์ศรีที่คนสุราษฎร์ฯ ต้องเลือก

การหวนคืนสนามเลือกตั้งครั้งนี้ของ “แจ๊ค วัชระ” เปรียบเสมือนการเดินหน้าเข้าสู่สมรภูมิที่ไร้แต้มต่อ เพราะต้องเผชิญหน้ากับ “กำแพงบ้านใหญ่” ที่สูงตระหง่านและเพียบพร้อมด้วยทรัพยากร ทั้งอำนาจรัฐและกระสุนดินดำที่ถูกสาดเทลงมาอย่างหนักหน่วง ในขณะที่วัชระเลือกที่จะสู้ด้วยมือเปล่า โดยมีเพียง “อุดมการณ์” และ “ความซื่อสัตย์” ที่ยึดถือมาตลอดชีวิตการเมืองเป็นอาวุธเพียงชิ้นเดียว

โจทย์หินครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่เรื่องของวัชระที่จะฝ่าด่านหินเข้าไปในสภาฯ แต่คือ บทพิสูจน์หัวใจของคนสุราษฎร์ธานี ว่าจะยอมปล่อยให้นักสู้ที่ยืนหยัดท้าชนกับความไม่ถูกต้อง ต้องพ่ายแพ้ให้กับอำนาจเงินตราและระบบอุปถัมภ์หรือไม่

ในวันที่ภูมิทัศน์การเมืองภาคใต้กำลังถูกกลืนกินด้วยทุนสีเทา วัชระอาจเป็น “กำแพงด่านสุดท้าย” ของค่ายสีฟ้าที่ยังหลงเหลือจิตวิญญาณของการต่อสู้เพื่อความถูกต้อง การกาบัตรครั้งนี้จึงมีความหมายมากกว่าแค่การเลือกผู้แทน แต่คือการส่งสัญญาณว่า “ศักดิ์ศรีของคนใต้… ซื้อไม่ได้ด้วยเงิน” และคนทำงานที่ซื่อสัตย์ไม่ควรถูกทิ้งให้โดดเดี่ยวในสนามรบ.

#สืบจากข่าว รายงาน

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

spot_img

Latest Posts