วันเสาร์, กรกฎาคม 11, 2026
หน้าแรกคอลัมนิสต์วัชระ เพชรทอง"ทักษิณ" ลัลล้าไปดูไบ "วัชระ" ยื่นอธิบดีกรมสรรพากร ครั้งที่ 2 ให้ยึดทรัพย์อายัดทรัพย์ 17,629 ล้าน ตามคำพิพากษา

Related Posts

“ทักษิณ” ลัลล้าไปดูไบ “วัชระ” ยื่นอธิบดีกรมสรรพากร ครั้งที่ 2 ให้ยึดทรัพย์อายัดทรัพย์ 17,629 ล้าน ตามคำพิพากษา

เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 นายวัชระ เพชรทอง อดีตสส.พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือถึงอธิบดีกรมสรรพากร เรื่องขอให้ยึดทรัพย์ อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สินของนายทักษิณ ชินวัตร (ฉบับที่ ๒)

หนังสือระบุว่า ตามที่ได้มีหนังสือเรียนอธิบดีกรมสรรพากร เรื่อง ขอให้ยึดทรัพย์ อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สินของนายทักษิณ ชินวัตร ฉบับที่ ๑ เมื่อวันที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๖๙ นั้น ตามหนังสือแจ้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภงด. ๑๒ ลงวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๖๐) ของนายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งต่อมาได้มีการดำเนินคดี โดยบัดนี้ คดีถึงที่สุดแล้วตามคำพิพากษาฎีกาที่ ๖๘๙๐/๒๕๖๘ นั้น และด้วยเหตุที่สิทธิเรียกร้องของรัฐในหนี้ภาษีอากร ให้มีกำหนดอายุความ ๑๐ ปี โดยเมื่อนับแต่ขณะที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้เป็นต้นไปตามที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๙๓/๑๒ กำหนดไว้ อันหมายถึงภายใน ๓๐ วันนับแต่ได้รับการแจ้งประเมินตามหนังสือแจ้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภงด ๑๒) เลขที่ ภงด ๑๒ – ๐๓๐๒๕๒๕๐-๒๕๖๐๐๓๒๘-๐๐๑-๐๐๐๐๕ ลงวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๖๐ ซึ่งได้แก่วันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๐ ทั้งนี้ ตามที่ประมวลรัษฎากร มาตรา ๑๘ ตรี กำหนดไว้

ด้วยเหตุดังกล่าวข้างต้น ปรากฏว่า การบังคับคดีภาษีอากรเอาแก่นายทักษิณ ชินวัตร จนปัจจุบันไม่เป็นที่ชัดแจ้ง (โดยข่าวว่าบังคับภาษีเรียกเก็บได้เพียง ๓๕๐ ล้านบาทเท่านั้น) ทั้งที่ในประเด็นเกี่ยวกับการภาษีอากรนั้น ได้กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๕๐(๙) ไว้ว่า บุคคลมีหน้าที่เสียภาษีตามที่กฎหมายบัญญัติ ประกอบกับนายทักษิณ ชินวัตร เป็นผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งทางการเมืองมาก่อน ย่อมตกอยู่ภายใต้บังคับที่จะต้องแสดงบัญชีทรัพย์สิน หนี้สิน และธุรกรรมต่างๆ ซึ่งรวมถึงแบบแสดงรายการภาษีและการเสียภาษีอากร ย่อมเป็นส่วนหนึ่งที่จะต้องยื่นแสดงให้ชัดเจนด้วย

ดังนั้น ข้าพเจ้า นายวัชระ เพชรทอง ในฐานะชาวไทย อันมีหน้าที่ตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๕๐ ในที่นี้จึงขอเรียนถามมาโดยหนังสือฉบับนี้ เพื่อให้มีการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดเอาแก่อธิบดีกรมสรรพากร อันเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของเจ้าพนักงานที่มีหน้าที่เรียกเก็บภาษีอากร เพื่อให้ทำการให้ถูกต้องครบถ้วนในการเรียกเก็บภาษีอากร ตามหนังสือแจ้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภงด ๑๒) เลขที่ ภงด ๑๒ – ๐๓๐๒๕๒๕๐-๒๕๖๐๐๓๒๘-๐๐๑-๐๐๐๐๕ ลงวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๖๐ เป็นจำนวนเงิน ๑๗,๖๒๙ ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย

นอกจากนี้ ด้วยยังไม่เป็นที่กระจ่างชัดว่า นับแต่วันที่ นายทักษิณ ชินวัตร เดินทางกลับมายังประเทศไทย เมื่อประมาณวันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๖๖ จนถึงปัจจุบัน (ณ วันนี้ เดือน กรกฎาคม ๒๕๖๙) โดยไม่ปรากฏว่ามีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักรเกินกว่า ๑๘๐ วันนั้น ซึ่งทำให้นายทักษิณ ชินวัตร มีหน้าที่ต้องยื่นแสดงรายการและเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับปีภาษี พ.ศ. ๒๕๖๗ และ ปีภาษี ๒๕๖๘ นั้น ได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้และเสียภาษีถูกต้องครบถ้วนแล้วหรือไม่ จึงใคร่ขอความกระจ่างชัดในข้อนี้มา ณ ที่นี้ด้วย

ดังนี้ จึงขอใคร่ขอเรียนมายังอธิบดีกรมสรรพากร เพื่อได้โปรดใช้อำนาจสั่งยึดหรืออายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สินของนายทักษิณ ชินวัตรต่อไปโดยด่วนที่สุด เพื่อมิให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ และเป็นหน้าที่โดยตรงของอธิบดีกรมสรรพากรในการเรียกเก็บภาษีอากรให้ถูกต้องครบถ้วนตามกฎหมายต่อไป

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

spot_img

Latest Posts