วันศุกร์, มกราคม 16, 2026
หน้าแรกอาชญากรรมตร.ไซเบอร์รวบยกแก๊ง หลอกขายกระเป๋าแบรนด์เนมออนไลน์ เหยื่อโอน 4 หมื่นรอรับของ โจรอ้างรถยางแตกแล้วเท

Related Posts

ตร.ไซเบอร์รวบยกแก๊ง หลอกขายกระเป๋าแบรนด์เนมออนไลน์ เหยื่อโอน 4 หมื่นรอรับของ โจรอ้างรถยางแตกแล้วเท

สืบเนื่องจากเมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2568 ได้มีผู้เสียหายรายหนึ่งเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจไซเบอร์จากกรณีโอนเงินสั่งซื้อสินค้าแบรนด์เนมผ่านทางออนไลน์แล้วไม่ได้รับสินค้า โดยผู้เสียหายรายดังกล่าวได้บัญชีเฟซบุ๊กชื่อโปรไฟล์ “Ploy Polyy” ได้โพสต์ประกาศขายกระเป๋าแบรนด์เนมราคาถูก ผู้เสียหายสนใจจึงได้ทักข้อความสอบถามราคาของกระเป๋ายี่ห้อ “CHRISTIAN DIOR” สุดท้ายสามารถตกลงซื้อขายกันได้ที่ราคา 44,000 บาท โดยผู้ขายแจ้งว่าหลังโอนเงินแล้วจะส่งสินค้าให้ทางไรเดอร์ขนส่งสินค้า ผู้เสียหายจึงโอนเงินเต็มจำนวนทั้ง 44,000 บาท ไปยังบัญชีธนาคารชื่อ นายจีรศักดิ์

หลังจากโอนเงินเรียบร้อยแล้ว ผู้เสียหายจึงรอรับสินค้า เมื่อเวลาผ่านไปซักระยะจึงได้สอบถาม ผู้ขายแจ้งว่าไรเดอร์ยางแตกจึงทำให้ได้รับสินค้าล่าช้า ผู้เสียหายจึงรออีกประมาณ 18 นาที แล้วได้ติดต่อไปอีกครั้ง ปรากฏว่าไม่สามารถติดต่อได้ ติดต่อผ่านทางเฟซบุ๊กก็ไม่มีผู้ตอบรับ เมื่อโทรศัพท์หาปลายทางก็ได้ปิดเครื่องหนี จึงรู้ตัวว่าได้ถูกหลอกลวง และได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีในที่สุด

จากการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ นำโดย พ.ต.อ.รุ่งเลิศ คันธจันทร์ ผกก.1 บก.สอท.1 ได้นำทีมชุดสืบสวนแกะรอยจากโซเชียล รวมทั้งเส้นทางการเงิน จนพบการแบ่งหน้าที่กันทำในการหลอกลวงเหยื่อ และกลุ่มม้ากดเงินที่มีการควบคุมการถอนเงินสด โดยจากหลักฐานกล้องวงจรปิดของตู้ ATM พบว่า หลังจากเหยื่อโอนเงินเพียง 19 นาที คนร้ายได้เดินทางมายังตู้ ATM และถอนเงินสด จำนวน 3 ครั้งติดต่อกัน รวม 42,500 บาท ภายในเวลาเพียง
3 นาที

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนจนพบพยานหลักฐานว่า ผู้ที่ทำหน้าที่กดเงินสดคือ นายจีระศักดิ์ อายุ 47 ปี โดยมีนายฉัตรธวัช อายุ 28 ปี คอยยืนชี้นิ้วควบคุมการถอนเงินอยู่ข้างๆ และรับเงินสดไปทันทีหลังถอนเงินเสร็จ ส่วนผู้ที่ใช้เฟซบุ๊ก “Ploy Polyy” ในการแชทหลอกลวง คือ นางสาวทิพย์สุดา อายุ 30 ปี และเชื่อว่าเป็นเฟซบุ๊กอวตารที่สร้างขึ้นมาใหม่เพื่อใช้หลอกลวงเหยื่อโดยเฉพาะ โดยเชื่อว่าทั้ง 3 รายรู้จักกัน และพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี

ต่อมา พนักงานสอบสวน บก.สอท.1 จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับผู้ต้องหาในกระบวนการได้ทั้งหมด จำนวน 3 ราย ดังกล่าว โดยเมื่อวันที่ 15 ม.ค.69 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.สอท.1 สามารถจับกุม นางสาวทิพย์สุดา อายุ 30 ปี เจ้าของเฟซบุ๊กหลอกลวงดังกล่าว และล่าสุดวันนี้
(16 ม.ค.69) สามารถจับกุม นายจีระศักดิ์ อายุ 47 ปี เจ้าของบัญชีและผู้ทำหน้าที่กดเงิน ส่วนนายฉัตรธวัช อายุ 28 ปี ผู้สั่งการ ขณะนี้ถูกจำคุกอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครในคดีอื่น เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้อายัดตัวแจ้งข้อกล่าวหาเพื่อดำเนินคดี

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” เบื้องต้นผู้ต้องหายังให้การภาคเสธ

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างเร่งสืบสวนขยายผลไปยังผู้ที่อาจร่วมขบวนการเพิ่มเติม เนื่องจากพบเบาะแสผ่านเว็บไซต์ร้องเรียนการหลอกลวงขายสินค้า จึงเชื่อว่าอาจยังมีผู้เสียหายอีกหลายราย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งสืบสวนสอบสวนเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

spot_img

Latest Posts