นายกรัฐมนตรีเดินทางมาติดตามความคืบหน้าคดีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยมีผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม เพื่อติดตามความคืบหน้าการสืบสวนและการดำเนินคดี
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยว่า ขณะนี้พยานหลักฐานเชื่อมโยงผู้ต้องหา 3 คน ซึ่งมีบทบาทปลอมแปลงข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์และแก้ไขผลการสอบ จนนำไปสู่การออกหมายจับ โดยผู้ต้องหาทั้ง 3 คนยังให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา อย่างไรก็ตาม ตำรวจยังอยู่ระหว่างขยายผลไปถึงผู้บงการและผู้ร่วมขบวนการรายอื่น จากพยานหลักฐานที่ได้จากการตรวจค้น 9 จุด รวมทั้งเอกสาร พยานดิจิทัล และคำให้การของผู้เกี่ยวข้อง
ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยอีกว่า จากการสอบปากคำ หนึ่งในผู้ต้องหาให้การว่าเคยเข้าพบบุคลากรของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร ตำรวจจึงอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงและความเชื่อมโยงว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือไม่ พร้อมย้ำว่าเป็นเพียงคำให้การของผู้ต้องหาและยังไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะกล่าวหาบุคคลดังกล่าว ขณะเดียวกันยังไม่พบหลักฐานเชื่อมโยงเจ้าหน้าที่รัฐ แต่หากพบผู้ใดมีส่วนเกี่ยวข้อง จะดำเนินคดีและส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. ดำเนินการในส่วนคดีทุจริต
นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยผลการตรวจสอบผู้สอบผ่านการคัดเลือก พบว่ามีผู้รายงานตัวแล้ว 14,988 คน จากผู้สอบผ่านทั้งหมด 15,520 คน เมื่อนำคะแนนดิบจากกระดาษคำตอบมาเปรียบเทียบกับคะแนนที่ประกาศผล พบคะแนนไม่ตรงกัน 5,814 คน แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 3,621 คน เป็นผู้ที่ควรสอบตกแต่ถูกแก้ไขคะแนนจนสอบผ่าน 1,713 คน เป็นผู้สอบผ่านอยู่แล้วแต่คะแนนถูกเพิ่มเพื่อเลื่อนลำดับ และ 480 คน เป็นกรณีคะแนนคลาดเคลื่อนจากการสแกน ซึ่งต้องตรวจสอบกับกระดาษคำตอบที่ ป.ป.ช. อายัดไว้เพื่อยืนยันข้อเท็จจริง
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้ทักท้วง คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) และขอให้ชะลอการรายงานตัวของผู้สอบผ่าน เพื่อรอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่เมื่อเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการแล้ว ทุกอย่างต้องดำเนินไปตามกฎหมายและอำนาจของคณะกรรมการ ไม่สามารถใช้อำนาจฝ่ายบริหารสั่งระงับได้ อย่างไรก็ตาม ในความเห็นส่วนตัวเห็นว่าหากพิสูจน์ได้ว่าการสอบมีการทุจริตตั้งแต่ต้น ก็ควรเพิกถอนหรือยกเลิกการบรรจุผู้สอบผ่านที่เกี่ยวข้องทั้งหมด พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลจะดำเนินการทุกแนวทางที่กฎหมายเปิดช่องไว้ และจะหารือฝ่ายกฎหมายเพื่อให้ความเป็นธรรมกับผู้สอบที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต
นอกจากนี้นายกรัฐมนตรียังมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการติดตามคดีอีกชุดหนึ่ง โดยมี นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ร่วมกับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้แทน ป.ป.ช. ป.ป.ท. สำนักงาน ปปง. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และอัยการสูงสุด เพื่อเร่งรัดการสืบสวนและติดตามความคืบหน้าคดีอย่างใกล้ชิด โดยไม่มีตัวแทนกระทรวงมหาดไทยร่วมเป็นกรรมการ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปด้วยความโปร่งใสและเป็นไปตามพยานหลักฐาน
ภายหลังการประชุม พนักงานสอบสวนได้นำตัวผู้ต้องหา 2 คนไปขออำนาจศาลอาญาฝากขัง โดยผู้ต้องหาทั้งสองไม่ตอบคำถามสื่อมวลชนระหว่างถูกควบคุมตัว.


















