วันอังคาร, กุมภาพันธ์ 3, 2026
หน้าแรกต่างประเทศจีนปรับบทบาท “ไทย–จีน” ก้าวข้ามมิติ “คู่ค้า” รับมือเศรษฐกิจโลกผันผวน

Related Posts

ปรับบทบาท “ไทย–จีน” ก้าวข้ามมิติ “คู่ค้า” รับมือเศรษฐกิจโลกผันผวน

ท่ามกลางโลกการค้าที่กำลังเผชิญแรงสั่นสะเทือนจากสงครามการค้า สงครามเทคโนโลยี และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ความสัมพันธ์ไทย–จีน กำลังก้าวข้ามมิติ “คู่ค้า” ไปสู่บทบาทที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น ทั้งในฐานะพันธมิตร และกลไกสำคัญต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชีย การทำความเข้าใจจีนในเชิงโครงสร้าง นโยบาย และทิศทางการพัฒนา จึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นเงื่อนไขสำคัญของการอยู่รอดของผู้ประกอบการไทย และเป็นปัจจัยที่ผู้บริโภคไทยไม่อาจมองข้าม

นายจาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย กล่าวปาฐกถาพิเศษในพิธีเปิดหลักสูตร วิทยาการผู้นำไทย–จีน รุ่นที่ 8 โดยสถาบันวิทยาการผู้นำไทย-จีน มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ว่า ความสัมพันธ์ไทย–จีนในปัจจุบัน กำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ ภายใต้การนำเชิงยุทธศาสตร์ของผู้นำทั้งสองประเทศ โดยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุการณ์สำคัญที่มีความหมายยิ่ง ต่อความสัมพันธ์ทวิภาคี เมื่อประธานาธิบดีสี จิ้นผิง แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ และต่อมา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ได้เสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศจีนอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก สะท้อนถึงความไว้วางใจ ความเคารพซึ่งกันและกัน และสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศ การแลกเปลี่ยนการเยือนในระดับผู้นำสูงสุดดังกล่าว เป็นหมุดหมายสำคัญที่ยกระดับความสัมพันธ์จีน–ไทย ให้ก้าวไปสู่การสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันอย่างแท้จริง และวางรากฐานที่มั่นคงให้กับความร่วมมือในทุกมิติ ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการพัฒนาที่ยั่งยืนในระยะยาว

นอกจากนี้ ยังชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของเศรษฐกิจจีนว่า ในปี 2025 ที่ผ่านมา  เศรษฐกิจจีนยังคงรักษาอัตราการเติบโตที่แข็งแกร่ง ได้ถึงร้อยละ 5 ซึ่งสูงกว่าประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้วส่วนใหญ่ นอกจากนี้ จีนยังมีกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลางมากกว่า 400 ล้านคน ซึ่งตลาดขนาดใหญ่นี้ คือขุมพลังสำคัญที่จะสร้างโอกาสใหม่ให้กับโลก ในบริบทเช่นนี้ จีนยังคงยึดมั่นการพัฒนาอย่างมีคุณภาพ  เดินหน้าการเปิดประเทศในระดับสูง และส่งเสริมโลกาภิวัตน์ทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุมและทั่วถึง

เอกอัครราชทูตจาง ยังอธิบายถึงความสำคัญของ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 15 (ปี 2026–2030)  ซึ่งเป็นกรอบยุทธศาสตร์ 5 ปีของจีน ในระยะต่อไป โดยเน้นการพึ่งพาตนเองด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การพัฒนาอุตสาหกรรมสมัยใหม่ และการเติบโตอย่างยั่งยืน

โดยแผนพัฒนาในอีก 5 ปีข้างหน้าของจีน มีความสอดคล้องอย่างยิ่งกับยุทธศาสตร์การพัฒนาของประเทศไทย นำมาซึ่งโอกาสใหม่ ๆ สำหรับความร่วมมือจีน–ไทย ทั้งในด้านการค้า การลงทุน และการพัฒนาอุตสาหกรรม ในมุมของความสัมพันธ์ทวิภาคี จีนมองประเทศไทยไม่เพียงในฐานะหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ แต่เป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ในภูมิภาค จีนและไทยเป็นมิตรประเทศที่มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นยาวนาน จีนพร้อมแบ่งปันโอกาสการพัฒนา และยินดีทำงานร่วมกับไทย ในการเสริมสร้างเสถียรภาพของห่วงโซ่อุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทาน เพื่อสร้างการเติบโตที่สมดุลและยั่งยืนให้กับภูมิภาค

ด้าน นายอรัญ เอี่ยมสุรีย์ ประธานกรรมการบริหารสถาบันวิทยาการผู้นำไทย–จีน กล่าวถึงหลักสูตรวิทยาการผู้นำไทย–จีน หรือ วทจ. ว่า เป็นหลักสูตรเชิงยุทธศาสตร์ที่ตอบโจทย์โลกยุคใหม่  ไม่ใช่หลักสูตรที่สอนให้รู้จีนแบบผิวเผิน แต่เป็นหลักสูตรที่สร้างผู้นำซึ่งเข้าใจจีนอย่างรอบด้าน ทั้งเชิงนโยบาย เศรษฐกิจ เทคโนโลยี และโครงสร้างอำนาจ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในวันที่จีนมีบทบาทกำหนดทิศทางเศรษฐกิจโลกมากขึ้น การเดินหน้าหลักสูตรอย่างต่อเนื่องตลอด 7 รุ่นที่ผ่านมา สะท้อนว่าประเด็นจีนไม่เคยหยุดนิ่ง ขณะที่บริบทโลกเปลี่ยนเร็วเกินกว่าหลักสูตรแบบเดิมจะตามทัน วทจ. รุ่นที่ 8 จึงถูกออกแบบมาโดยตรงเพื่อรับมือกับสงครามการค้า การเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจจีน และความท้าทายของผู้ประกอบการไทยยุคใหม่ เราไม่ได้มุ่งให้ผู้เรียน ‘รู้มากขึ้น’ อย่างเดียว แต่ต้อง ‘คิดเป็น ตัดสินใจเป็น และเชื่อมโยงเครือข่ายได้จริง’ ในวันที่จีนยังคงเป็นทั้ง “โอกาส” และ “ความท้าทาย” ของไทย ในการเตรียมพร้อมรับมือกับโลกเศรษฐกิจใหม่ และไม่ตกขบวนท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

spot_img

Latest Posts