@suebjarkkhao “หวังอี้” ซัด “ขาใหญ่” อำนาจนิยม..ไร้อนาคต ย้ำ! เอเชียต้องเป็นเขตปลอดการกลั่นแกล้ง “หวังอี้” ขุนพลทางการทูตเบอร์หนึ่งของจีน ส่งสัญญาณเตือนแรงถึงพวกชอบใช้อำนาจตามอำเภอใจ ชี้ชัด “การเมืองเชิงอำนาจ” มีแต่ทางตันและไม่มีวันชนะใจใคร พร้อมจับมือเวียดนามปักหมุดสร้าง “ป้อมปราการเอเชีย” ที่แข็งแกร่งกว่าเดิม ในการปิดฉากการเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมา หวังอี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีน ได้กล่าวถ้อยแถลงที่สั่นสะเทือนวงการทูต โดยชี้ให้เห็นว่าโลกกำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนผ่านที่อันตรายที่สุด ซัดแรง! “มหาอำนาจบางกลุ่ม” คือตัวการทำโลกปั่นป่วน หวังอี้ไม่ได้อ้อมค้อมในการวิพากษ์วิจารณ์สถานการณ์โลก โดยระบุว่าในขณะที่ความขัดแย้งระดับภูมิภาคกำลังลุกเป็นไฟ แต่กลับมี “มหาอำนาจบางส่วน” เลือกใช้กำลังและการกลั่นแกล้งรังแกอยู่ฝ่ายเดียว มาเป็นเครื่องมือตัดสินปัญหา พร้อมย้ำชัดว่า “การเมืองเชิงอำนาจแบบนี้ไม่สามารถครองใจคนได้ และที่สำคัญที่สุดคือ… มันไม่มีอนาคต!” ผนึกกำลังเวียดนาม ปฏิบัติการ “ป้องบ้านหลังใหญ่” จีนมองว่าสันติภาพในเอเชียไม่ใช่ “ของฟรี” ที่ได้มาง่ายๆ แต่ต้องแลกมาด้วยความร่วมมือที่เหนียวแน่น โดยในการเยือนเวียดนามครั้งนี้ จีนและเวียดนามเตรียมยกระดับความสัมพันธ์สู่ศักราชใหม่ โดยจีนจะเป็นเจ้าภาพ APEC ปี 2026 และส่งไม้ต่อให้เวียดนามในปี 2027 แสดงถึงอำนาจนำในเชิงเศรษฐกิจของภูมิภาค พร้อมเปิดโต๊ะเจรจาเชิงยุทธศาสตร์ทั้งด้านการทูต-กลาโหม-ความมั่นคง เพื่อขจัดการแทรกแซงจากภายนอก รวมถึงยกระดับความร่วมมือ ล้านช้าง-แม่โขง ให้เป็นโมเดลต้นแบบของ “ประชาคมที่มีอนาคตร่วมกัน” เอเชียต้องกำหนดชะตาตนเอง ท่าทีของหวังอี้ในครั้งนี้คือการประกาศกร้าวว่า “เอเชียคือบ้านของเราทุกคน” และจีนพร้อมจะเป็นพลังหลักในการค้ำจุนความยุติธรรม โดยไม่ยอมให้ใครหน้าไหนเข้ามาแผ่อิทธิพลครอบงำหรือทำลายเสถียรภาพที่สร้างกันมาอย่างยากลำบาก การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ใช่แค่การทูตปกติ แต่คือการประกาศจุดยืนว่า “หมดยุคที่ใครจะมาชี้นิ้วสั่งเอเชียได้ตามใจชอบ” และอนาคตหลังจากนี้จะถูกกำหนดโดยความร่วมมือพหุภาคีที่เท่าเทียมเท่านั้น
♬ original sound – Suebjarkkhao – Suebjarkkhao
“หวังอี้” ขุนพลทางการทูตเบอร์หนึ่งของจีน ส่งสัญญาณเตือนแรงถึงพวกชอบใช้อำนาจตามอำเภอใจ ชี้ชัด “การเมืองเชิงอำนาจ” มีแต่ทางตันและไม่มีวันชนะใจใคร พร้อมจับมือเวียดนามปักหมุดสร้าง “ป้อมปราการเอเชีย” ที่แข็งแกร่งกว่าเดิม
ในการปิดฉากการเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมา หวังอี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีน ได้กล่าวถ้อยแถลงที่สั่นสะเทือนวงการทูต โดยชี้ให้เห็นว่าโลกกำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนผ่านที่อันตรายที่สุด
ซัดแรง! “มหาอำนาจบางกลุ่ม” คือตัวการทำโลกปั่นป่วน
หวังอี้ไม่ได้อ้อมค้อมในการวิพากษ์วิจารณ์สถานการณ์โลก โดยระบุว่าในขณะที่ความขัดแย้งระดับภูมิภาคกำลังลุกเป็นไฟ แต่กลับมี “มหาอำนาจบางส่วน” เลือกใช้กำลังและการกลั่นแกล้งรังแกอยู่ฝ่ายเดียว มาเป็นเครื่องมือตัดสินปัญหา พร้อมย้ำชัดว่า “การเมืองเชิงอำนาจแบบนี้ไม่สามารถครองใจคนได้ และที่สำคัญที่สุดคือ… มันไม่มีอนาคต!”
ผนึกกำลังเวียดนาม ปฏิบัติการ “ป้องบ้านหลังใหญ่”
จีนมองว่าสันติภาพในเอเชียไม่ใช่ “ของฟรี” ที่ได้มาง่ายๆ แต่ต้องแลกมาด้วยความร่วมมือที่เหนียวแน่น โดยในการเยือนเวียดนามครั้งนี้ จีนและเวียดนามเตรียมยกระดับความสัมพันธ์สู่ศักราชใหม่ โดยจีนจะเป็นเจ้าภาพAPECปี 2026 และส่งไม้ต่อให้เวียดนามในปี 2027 แสดงถึงอำนาจนำในเชิงเศรษฐกิจของภูมิภาค พร้อมเปิดโต๊ะเจรจาเชิงยุทธศาสตร์ทั้งด้านการทูต-กลาโหม-ความมั่นคง เพื่อขจัดการแทรกแซงจากภายนอก รวมถึงยกระดับความร่วมมือ ล้านช้าง-แม่โขงให้เป็นโมเดลต้นแบบของ “ประชาคมที่มีอนาคตร่วมกัน”
เอเชียต้องกำหนดชะตาตนเอง
ท่าทีของหวังอี้ในครั้งนี้คือการประกาศกร้าวว่า “เอเชียคือบ้านของเราทุกคน” และจีนพร้อมจะเป็นพลังหลักในการค้ำจุนความยุติธรรม โดยไม่ยอมให้ใครหน้าไหนเข้ามาแผ่อิทธิพลครอบงำหรือทำลายเสถียรภาพที่สร้างกันมาอย่างยากลำบาก
การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ใช่แค่การทูตปกติ แต่คือการประกาศจุดยืนว่า “หมดยุคที่ใครจะมาชี้นิ้วสั่งเอเชียได้ตามใจชอบ” และอนาคตหลังจากนี้จะถูกกำหนดโดยความร่วมมือพหุภาคีที่เท่าเทียมเท่านั้น
Post Views: 10