กรุงเทพฯ, 4 ส.ค. (ซินหัว) — เมื่อวันจันทร์ (3 ส.ค.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่าไทยมียอดขอรับส่งเสริมการลงทุนในโครงการด้านเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง มูลค่าราว 9 แสนล้านบาท ในช่วงสามปีที่ผ่านมา ขณะที่ผู้ผลิตเดินหน้ากระจายฐานการผลิตออกจากศูนย์กลางการผลิตเดิม
สำนักงานฯ ระบุว่ามีการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนในโครงการเทคโนโลยีขั้นสูง 880 โครงการ ระหว่างปี 2023 ถึงกลางปี 2026 โดยโครงการผลิตแผงวงจรพิมพ์ (PCB) มีสัดส่วนมากที่สุด จำนวน 224 โครงการ มูลค่าราว 3.29 แสนล้านบาท ซึ่งเม็ดเงินลงทุนดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากความต้องการของตลาดโลกที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) เซมิคอนดักเตอร์ยุคใหม่ ยานยนต์ไฟฟ้า และการประมวลผลสมรรถนะสูง
นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการบีโอไอ ระบุว่าไทยได้ก้าวขึ้นเป็นฐานการผลิตแผงวงจรพิมพ์ชั้นนำของโลกท่ามกลางการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานโลก โดยผู้ผลิตแผงวงจรพิมพ์ชั้นนำของโลกมากกว่าครึ่งหนึ่งเลือกไทยเป็นฐานการผลิตและกำลังขยายการดำเนินงานในประเทศ เพื่อเชื่อมซัพพลายเออร์ในไทยสู่ระบบนิเวศเทคโนโลยีระดับโลก
อนึ่ง สำนักงานฯ คาดการณ์ว่าตลาดอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงของไทยจะมีมูลค่าราว 1.6-1.74 ล้านล้านบาท ในปี 2026
พิธาน องค์โฆษิต นายกสมาคมแผ่นวงจรพิมพ์ไทย เปิดเผยว่าธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์และการบรรจุชิปขั้นสูง คาดว่าจะเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 15-20 ต่อปี ขณะที่ความต้องการที่เกี่ยวข้องกับเซิร์ฟเวอร์เอไอและโครงสร้างพื้นฐานของศูนย์ข้อมูล (Data Center) เพิ่มขึ้นร้อยละ 22 ต่อปี ซึ่งสะท้อนว่าอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงกำลังก้าวขึ้นเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจอุตสาหกรรมไทย
(แฟ้มภาพซินหัว : คนและหุ่นยนต์สุนัขที่งานมหกรรมความร่วมมือไทย-จีน ปี 2026 ในกรุงเทพฯ วันที่ 22 ก.ค. 2026)



