จากกรณีมีการนำเสนอข่าวพบกลุ่มชายพารถนักท่องเที่ยวเข้าไปจอดภายในอาคาร ทั้งบริเวณชั้นล่างและชั้นสอง ของโครงการ Waterfront Pattaya โดยไม่เกรงกลัวคำสั่งห้ามใช้อาคารที่มีผลบังคับใช้มานานหลายปีนั้น
ล่าสุดวันนี้ (23 ก.พ. 69) นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา พร้อมด้วย นายมาโนช หนองใหญ่ รองนายกเมืองพัทยา นายเกียรติศักดิ์ ศรีวงษ์ชัย ปลัดเมืองพัทยา และนายสุริยา แก้วเขียว ผู้อำนวยการส่วนควบคุมอาคารเมืองพัทยา นำทีมเจ้าหน้าที่สำนักช่าง เจ้าหน้าที่ฝ่ายควบคุมอาคาร เจ้าหน้าที่นิติกร เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา และตำรวจท่องเที่ยว ลงพื้นที่จัดระเบียบการใช้พื้นที่โครงการดังกล่าว หลังมีข่าวการฝ่าฝืนคำสั่งห้ามใช้อาคาร
นายปรเมศวร์ เปิดเผยว่า โครงการคอนโดมิเนียมดังกล่าวเคยมีประเด็นก่อสร้างไม่เป็นไปตามแบบที่ได้รับอนุญาต โดยเมืองพัทยาได้มีคำสั่งห้ามใช้อาคาร (คำสั่ง ค.6) ตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม 2557 แต่ยังพบว่ามีการใช้อาคาร และยินยอมให้บุคคลนำรถเข้าไปจอดภายในอาคารที่ก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อประชาชนและนักท่องเที่ยว ทั้งนี้ มีความเห็นจาก คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ว่า การออกเอกสารสิทธิที่ดินแปลงดังกล่าวอาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขณะนี้อยู่ระหว่างรอการชี้ขาดจาก กรมที่ดิน หากผลวินิจฉัยออกมาว่าออกโดยมิชอบ อาจต้องเข้าสู่กระบวนการรื้อถอน แต่หากออกโดยชอบ ผู้ประกอบการต้องยื่นขอดัดแปลงอาคารให้ถูกต้องตามกฎหมาย
ในส่วนการฝ่าฝืนคำสั่งห้ามใช้อาคาร เมืองพัทยาได้ร้องทุกข์กล่าวโทษผู้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ต่อบริษัทเจ้าของโครงการ กรณีฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่น ห้ามใช้อาคารหรือยินยอมให้บุคคลใดใช้อาคารที่อาจเป็นอันตราย พร้อมมอบหมายให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดี และพิจารณาดำเนินการกับผู้เกี่ยวข้องทุกราย เพื่อให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม
สำหรับความผิดดังกล่าว มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมีโทษปรับรายวันเพิ่มเติมวันละ 30,000 บาท จนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย เมืองพัทยายืนยันจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและภาพลักษณ์ของเมืองท่องเที่ยว














