ถูกการ์ดร้านดังธีม “อุโมงค์” ซัดหน้า อ้างถูกเหยียดเพศกลางวอล์กกิ้งสตรีท คดีไม่คืบ
“หนูเป็นลูกค้าค่ะ ไม่ได้มีเรื่องอะไรในร้านกับใครเลย ไปเที่ยวกันปกติ… แต่ถูกซัดหน้าสองรอบ พร้อมคำพูดว่า ‘มึงเป็นกะเทย ทำไมกูจะตีไม่ได้’” นี่ไม่ใช่บทละคร แต่คือข้อความร้องเรียนที่ส่งถึงสื่อ
เหตุเกิดภายในร้านดังธีม “อุโมงค์” ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดถ่ายรูปยอดนิยมของนักท่องเที่ยวบน Walking Street พัทยา
จากคำบอกเล่า…คืนเที่ยวธรรมดา กลายเป็นคืนบาดเจ็บ ผู้เสียหายเล่าว่า เพื่อนมีอาการมึนเมาและทำพื้นเลอะเธอเพียงพยายามช่วยทำความสะอาด
“การ์ดสองคนเดินเข้ามาไล่ให้ออกด้วยน้ำเสียงก้าวร้าว… หนูแค่บอกว่าเมื่อก่อนเป็นนักมวย แข็งแรงกว่านี้พอจะยกได้ แต่ตอนนี้ยกใครไม่ไหว”
ไม่นานหลังจากนั้น “มีการ์ดอีกคนอ้อมมาจากด้านหลัง ซัดหน้าหนูสองรอบ… หนูบอกว่า พี่ไม่มีสิทธิ์ทำร้ายร่างกายหนู แต่เขาตอบว่า ‘มึงเป็นกะเทย ทำไมกูจะตีไม่ได้’”
ถ้อยคำลักษณะนี้ หากเป็นจริง ไม่ใช่เพียงการใช้ความรุนแรง แต่คือการเหยียดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างชัดเจน
บาดแผลที่เห็นได้ชัด ฟันกระแทกจนเหล็กจัดฟันหลุด 1 ซี่ ฟันไม่เสมอกัน มีภาพเปรียบเทียบก่อน–หลังการถูกทำร้ายและอยู่ระหว่างรักษา
ผู้เสียหายยังระบุว่า ไม่มีการเรียกรถพยาบาลไม่มีการพาไปแจ้งความพนักงานหลายคน “ยืนดู ไม่มีใครช่วยห้าม”
คดีเดินถึงไหน? มีการแจ้งความแล้วที่สถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา แต่เจ้าของร้านกลุ่มนี้และนายกสมาคมกลุ่มนี้ คือผู้อุปการะหรือไม่อย่างไร
มีใบแจ้งความมีคลิปจากบริเวณ Pattaya City Hall
แต่ผู้เสียหายระบุว่า “คดียังไม่คืบหน้า” และผู้ถูกกล่าวหายังคงทำงานตามปกติ
นี่คือ Walking Street หรือพื้นที่ไร้กฎหมาย พื้นที่ไร้กฎหมาย เมื่อเป็นที่ปรึกษาที่ใดที่หนึ่ง อุปการะหน่วยงานใดหรือหน่วยงานหนึ่งก็ทำอะไรได้
Walking Street คือหน้าตาของเมืองท่องเที่ยวระดับโลกนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติมาที่นี่เพราะเชื่อมั่นในความปลอดภัย
คำถามคือ หากลูกค้าถูกทำร้ายและถูกเหยียดเพศกลางร้านดัง มาตรฐานอยู่ตรงไหน?
นี่คือความขัดแย้งส่วนบุคคล หรือคือช่องโหว่ของระบบกำกับดูแล? เรียกร้องอย่างตรงไปตรงมา
ขอเรียกร้องให้หน่วยงานกำกับดูแลรวมถึงสมาคมผู้ประกอบการ Walking Street เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างจริงจัง
ความเงียบ ไม่ใช่คำตอบ และการปล่อยให้ภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยวเสียหายไม่ใช่สิ่งที่ใครควรยอมรับ
ผู้เสียหายเตรียมขอความช่วยเหลือ ผู้เสียหายระบุว่า มีความกังวลเรื่องความปลอดภัย และเตรียมยื่นเรื่องต่อภาคประชาชน เช่น
สายไหมต้องรอด
ทุกฝ่ายยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
แต่สิ่งหนึ่งที่สังคมตั้งคำถามได้ทันที คือ “ความรุนแรงและการเหยียดเพศ ควรมีที่ยืนในเมืองท่องเที่ยวหรือไม่?”
Walking Street ควรเป็นพื้นที่แห่งสีสัน ไม่ใช่พื้นที่ที่ใครถูกทำร้ายเพียงเพราะอัตลักษณ์ของตัวเอง








