วันจันทร์, กรกฎาคม 13, 2026
หน้าแรกอาชญากรรมเหยื่อร้องกองปราบ ‘บจ.บริหารสินทรัพย์ ICBG’ ตุ๋นฮุบที่ดิน-เหรียญทิพย์สูญนับ 100 ล้าน ซ้ำอ้างบิ๊กสีทำเหยื่อเครียดปลิดชีพ

Related Posts

เหยื่อร้องกองปราบ ‘บจ.บริหารสินทรัพย์ ICBG’ ตุ๋นฮุบที่ดิน-เหรียญทิพย์สูญนับ 100 ล้าน ซ้ำอ้างบิ๊กสีทำเหยื่อเครียดปลิดชีพ

เวลา 10.00 น. วันที่ 13 ก.ค.69 ที่ศูนย์รับแจ้งความ บช.ก. อี้แทนคุณ จิตต์อิสระ ประธานชมรมสันติประชาธรรม พากลุ่มผู้เสียหายเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอศ.) เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ นายช.(สงวนนามสกุล) และ บริษัท บริหารสินทรัพย์แห่งหนึ่ง ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน หลังถูกหลอกลวงให้ร่วมลงทุนและสูญเสียทรัพย์สิน มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 100 ล้านบาท ซ้ำร้ายผู้เสียหายบางรายเครียดหนักจนถึงขั้นจบชีวิตตัวเอง

อี้ แทนคุณ เปิดเผยว่า พฤติการณ์ของขบวนการนี้มีลักษณะเป็นอาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่แยบยล โดยอาศัยช่องว่างทางกฎหมายจัดฉากสร้างความน่าเชื่อถือ ซึ่งมีกลโกงหลัก 3 รูปแบบ คือ

-อาศัยชื่อบริษัทสร้างความสับสน มีการตั้งชื่อบริษัทโดยใช้คำว่า “บริษัท บริหารสินทรัพย์” เพื่อจงใจให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจผิดว่าเป็นสถาบันการเงินที่น่าเชื่อถือ ก่อนจะเสนอตัวเป็นผู้จัดหาแหล่งเงินกู้ ออกหนังสือค้ำประกัน หรืออาวัลตั๋วสัญญาใช้เงิน รวมถึงออกตั๋วค้ำประกันงานราชการเพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจำนวนมาก

-ปั้นเหรียญคริปโตทิพย์แสนล้าน จัดฉากสร้างเหรียญดิจิทัล (Cryptocurrency) ขึ้นมาเอง ซึ่งในความเป็นจริงเป็นเหรียญที่ไม่มีมูลค่าและซื้อขายไม่ได้ แต่กลับนำไปสร้างเรื่องราวอ้างว่าบริษัทเป็นเจ้าของเหรียญที่มีมูลค่านับแสนล้านบาท ซ้ำยังนำเอกสารไปจดแจ้งกับกระทรวงพาณิชย์เพื่อให้ ออกหนังสือรับรองหลักประกันมูลค่าเหรียญ นำมาใช้ตบตาเหยื่อ

-ใช้ความน่าเชื่อถือลวงเหยื่อโอนทรัพย์สิน นำหนังสือรับรองมูลค่าหลักประกันแสนล้านและชื่อบริษัท ไปอ้างกับประชาชนว่าเป็นสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่เพื่อหลอกลวงเหยื่อ

สำหรับกลุ่มผู้เสียหายที่เดินทางมาในวันนี้ ถูกหลอกลวงในลักษณะถูกขอให้โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้ทางบริษัทก่อน โดยบริษัทจะจ่ายผลตอบแทนเป็นตั๋วสัญญาใช้เงินที่ได้รับการอาวัล (รับรอง) โดย บริษัท บริหารสินทรัพย์ดังกล่าว แต่เมื่อตั๋วสัญญาใช้เงินถึงกำหนด กลับไม่สามารถนำไปขึ้นเงินได้จริง เท่ากับว่ากลุ่มผู้เสียหายต้องสูญเสียที่ดินไปฟรี ๆ โดยไม่ได้รับเงินแม้แต่บาทเดียว

นอกจากนี้ กลุ่มผู้บริหาร ยังมีการแอบอ้างชื่อของบุคคลมีสี ทั้งเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจระดับสูงเพื่อข่มขู่และสร้างความยำเกรง ทำให้ผู้เสียหายเกิดความหวาดกลัว ไม่กล้าขัดขืน หรือแจ้งความดำเนินคดีในตอนแรก จนเป็นเหตุให้ผู้เสียหายบางรายเกิดความเครียดสะสมอย่างรุนแรงและตัดสินใจทำลายชีวิตตัวเองในที่สุด

ด้าน นายหนุ่ม (นามสมมุติ) อายุ 62 ปี อดีตกรรมการบอร์ดบริหารบริษัทโบรกเกอร์ชื่อดังในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้เสียหายที่เดินทางมาในวันนี้ เปิดเผยว่า ตนเองได้เคยมาร้องทุกข์กล่าวโทษและแจ้งความดำเนินคดีไว้ก่อนหน้านี้แล้วที่ สน.มีนบุรี เมื่อช่วงเดือนมีนาคม 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งในครั้งนั้นทางพนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี ได้ตรวจสอบเบื้องต้นและมีความเห็นว่า พฤติการณ์ของขบวนการนี้มีความผิดปกติและเข้าข่ายการกระทำความผิดจริง
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากคดีดังกล่าวมีความสลับซับซ้อนเป็นอย่างมาก เพราะไม่ได้มีเพียงแค่ประเด็นการหลอกลวงฮุบที่ดินธรรมดา แต่ยังโยงใยไปถึงเรื่องการจัดฉากสร้างเหรียญคริปโตเคอร์เรนซีทิพย์มูลค่าแสนล้านบาทเพื่อใช้ตบตา ซึ่งต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในการตรวจสอบเส้นทางการเงินและระบบดิจิทัล ทางพนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี จึงได้ให้คำแนะนำแก่ตนว่า ควรจะรวบรวมกลุ่มผู้เสียหายรายอื่น ๆ ที่ถูกฉ้อโกงในลักษณะเดียวกัน แล้วนำเอกสารหลักฐานทั้งหมดมาร้องเรียนที่ บก.ปอศ.เนื่องจากเป็นหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญ มีเครื่องมือ และหน้างานที่ถนัดในการทำคดีอาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่มีความซับซ้อนและมีมูลค่าความเสียหายสูงมากกว่าตำรวจท้องที่ ตนและกลุ่มผู้เสียหายจึงได้ประสานดร.แทนคุณ เพื่อเข้ายื่นเรื่องในวันนี้

ตัวแทนผู้เสียหายและ อี้ แทนคุณ จึงได้นำพยานหลักฐานทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเอกสารการโอนที่ดิน ตั๋วสัญญาใช้เงิน และหลักฐานการทำธุรกรรมต่าง ๆ ส่งมอบให้พนักงานสอบสวน บก.ปอศ. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด และเร่งรัดให้มีการยึดทรัพย์สินมาเฉลี่ยคืนให้แก่ผู้เสียหายโดยเร็วต่อไป

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

spot_img

Latest Posts