วันที่ 21 มีนาคม 2569 นายวัชระ เพชรทอง อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เมื่อ พ.ศ. 2564 ได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องชาวกระบี่ จึงเดินทางไปสำรวจพื้นที่ป่าสงวนป่าเขาขวาง-ป่าโคกยาง-ป่าช่องบางเหรียง ที่ ต.ห้วยยูง อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ว่า นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สส.กระบี่ เขต 1 พรรคภูมิใจไทยบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติทำสวนปาล์ม 100 ไร่จริงหรือไม่ และตรวจสอบเทียบเคียงกับบัญชีทรัพย์สินที่ยื่น ปปช. ว่าตรงกันหรือไม่
เมื่อได้หลักฐานครบในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2564 จึงไปยื่นหนังสือให้ ปปช.สอบนายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สส.กระบี่ เขต 1 พรรคภูมิใจไทย ว่าแจ้งบัญชีทรัพย์สินเท็จหรือไม่ บุกรุกป่าสงวนหรือไม่ ผิดจริยธรรมร้ายแรงหรือไม่และปิดเส้นทางถนนดินที่ชาวบ้านย่านนั้นใช้เป็นถนนมาแต่บรรพบุรุษหรือไม่
เมื่อเรื่องเงียบหายไป 3 ปี นายวัชระ เพชรทอง จึงไปยื่นหนังสือทวงถามคดีล่าช้าเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2568 ว่ามีการประวิงเวลาหรือไม่ ต่อมาวันที่ 20 มีนาคม 2569 คณะกรรมการ ปปช.ชี้มูลความผิดนายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง อดีต สส.พรรคภูมิใจไทย ว่าฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ข้อ 7 ข้อ 8 และข้อ 17 ประกอบข้อ 3 และข้อ 27 วรรคหนึ่งและวรรคสอง ส่งสำนวนให้ศาลฎีกาพิพากษาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 235 พรป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2661 มาตรา 87 และมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ พ.ศ. 2561 ต่อไป รวมเวลาที่คณะกรรมการ ปปช.ทำงานคดีนี้ทั้งสิ้น 4 ปี 4 เดือนนับแต่วันยื่นคำร้องจึงมีมติชี้มูลความผิด
นายวัชระ เพชรทอง อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า “ผมไม่ได้ขัดแย้งใดๆเป็นการส่วนตัวกับ สส.พรรคภูมิใจไทย ทำหน้าที่ผู้แทนนอกสภาตามที่ชาวบ้านร้องเรียน ช่วงนี้สังเกตเห็นได้ว่า ปปช.ชี้มูลความผิดนักการเมืองบ่อย แต่กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ผิดจริยธรรม ปปช.กลับเป่าคดีหรือแช่เรื่องดองเอาไว้จนนานผิดสังเกต”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวัชระ เพชรทอง เป็นอดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ 2 สมัย จบการศึกษานิติศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง ประธานบัณฑิตรามคำแหงรุ่น 25 และประธานทนายความรุ่น 16 สภาทนายความ
#สืบจากข่าว รายงาน



