สุราษฎร์ธานี-วัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ นำทีม กฎหมายช่วยเหลือเหยื่อทุจริตข้อสอบท้องถิ่น จี้นายก อนุทิน ลาออก ย้ำต้องกันเหยื่อเป็นพยานเพื่อสาวถึงปลาตัวใหญ่ เชื่อรังโจร มีอยู่จริงในรัฐบาล
เมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้ (21 ก.ค. 69 )ที่ทำการสาขาพรรคประชาธิปัตย์ เขตเลือกตั้งที่ 1 อ.เมืองสุราษฎร์ธานี นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ หัวหน้าสาขาพรรคประธิปัตย์ เขต 1สุราษฎร์ธานี ร่วมกับนายกิตติชัย ใสสะอาด อดีตประธานสหภาพรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค, ร.ต.อ.อุดม สุขปาน, นายบุญทัย ศรีศุภลักษณาการ ทีมงาน พรรคประชาธิปัตย์ เปิดแถลงข่าวเกี่ยวกับการโกงการสอบท้องถิ่น ประเด็นระดมทีมนักกฎหมายเปิดศูนย์ช่วยเหลือทางกฎหมายเหยื่อสอบท้องถิ่นฟรี “ชี้ต้องกันเป็นพยาน”
โดยนายวัชระ ระบุว่า “ขออนุญาตอ้างคำพูดของ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและกฎหมายกรณีทุจริตสอบราชการส่วนท้องถิ่น ซึ่งได้กล่าวถึงขบวนการโกงสอบในครั้งนี้ว่า “มันไม่ใช่ระบบราชการ มันระบบโจร มันทำกันเสมือนเป็นรังโจร เป็นความชั่วร้ายจริงๆ ให้ตัวใหญ่ก็ต้องเอา ทำไมมันคิดร้ายกับประเทศชาติได้ร้ายขนาดนี้ เทียบกับคดีความมั่นคง มันทำลายประเทศชัด ๆ ไม่ได้เป็นคดีอาญาธรรมดา นี่มันขบวนการใหญ่ เกินกว่าที่จะเป่า ต้องจบให้ดีด้วย” นี่คือคำกล่าวของนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ตนเองขอชื่นชมท่านในฐานะที่เป็นนักกฎหมายและมีอุดมการณ์ในความยุติธรรมอย่างแท้จริง ซึ่งจากการออกมาพูดในลักษณะทำให้รู้สึกว่าประชาชนมีความหวัง ในการที่จะตรวจสอบการทุจริต และกรณีที่มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนซึ่งเป็นคนภายในทั้งสิ้น แล้วจะหาคนผิดได้อย่างไร และสอบล่าช้ายืดเยื้อส่อว่ากำลังจะหาทางออกโดยโยนบาปให้กับคนตัวเล็กๆ โดยสรุปการพูดของนายปกรณ์ได้ดังนี้คือ 1.มันไม่ใช่ระบบราชการ มันเป็นระบบโจร เสมือนเป็นรังโจร 2.เป็นความชั่วร้ายจริงๆเลย 3.ไอ้ตัวใหญ่ก็ต้องเอา 4.ทำไมมันคิดร้ายกับประเทศชาติได้มากขนาดนี้5.มันทำลายประเทศชาติชัดๆ 6.นี่เป็นกระบวนการใหญ่เกินกว่าจะเป่า 7.ต้องจบให้ดีด้วย ประชาชนชื่นชมในการกล่าวของรองนายกรัฐมนตรี ที่มาจากเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งตนเองไม่มั่นใจว่าท่านอยู่ในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีได้สักกี่วัน หรือกี่เดือน เพราะขบวนการใหญ่ที่ท่านว่าและรังโจรนั้นมันอยู่ในทำเนียบรัฐบาล ตนจึงขอให้ท่านระมัดระวังเพราะอาจจะหลุดจากตำแหน่งได้ เพราะคนที่โกงสอบท้องถิ่นนั้นจริงๆหัวขบวนใหญ่ที่สุดคือนักการเมืองแล้วใช้ข้าราชการประจำที่มีความโลภ ละโมบและไม่ใช่ข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ต้องการแสวงหาผลประโยชน์เพื่อแลกกับตำแหน่ง เป็นผู้ดำเนินการและการสอบท้องถิ่นมีมาตั้งแต่ปี 2564 แล้ว ตนเองอยากให้นายปกรณ์ดำเนินการเพื่อสอบสวนย้อนไปยังการสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่นตั้งแต่ พ.ศ.2564
นอกจากนั้นกรณีที่ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ที่ได้ประกาศว่ารับนโยบายตรงจากนายกรัฐมนตรีและกำลังจะสอบเพิกถอนข้าราชการที่สอบได้ 5,924 รายและฟันอาญาซ้ำโดยบอกว่าเป็นความร่วมมือของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ,ปปช. ปปท.และศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดต่างๆนั้นไม่มีใครเขาเชื่อการทำงานของศูนย์ดำรงธรรม และปัจจุบันองค์กรอิสระก็ถูกแทรกแซง แต่ตนเองสงสัยว่าทำไมไม่ดึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินหรือปปง.มาตรวจสอบเส้นทางการเงินด้วยในเวลาพร้อมๆกันอย่างรวดเร็ว การกระทำการดังกล่าวนั้นเป็นการมุ่งจับปลาเล็กแล้วปลาใหญ่จะหลุดรอด ปลาเล็กทั้งหลายจะร่วมมือเพื่อทำให้ปลาใหญ่หลุดรอด เพราะถ้าดำเนินคดีกับคนเหล่านี้ เขาก็จะไม่ให้ความร่วมมือกับรัฐในการสาวไปถึงปลาตัวใหญ่ 5,924 รายนี้หวาดผวาและจะไปไม่ถึงปลาใหญ่
ตนเองในฐานะอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และหัวหน้าสาขาพรรคประชาธิปัตย์เขต 1 จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งปฏิบัติตามข้อบังคับพรรคข้อ 57 (7)ในการรับเรื่องราวร้องทุกข์และดำเนินการให้ถึงที่สุด จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลจับปลาใหญ่กันปลาเล็กไว้เป็นพยาน เพราะจังหวัดสุราษฎร์ธานีนั้นมีผู้ที่ส่อว่าสอบแล้วทุจริตมากที่สุดในประเทศไทย มีรายชื่อถึง 242 รายชื่อ เมืองคนดีมีการทุจริตมากที่สุดในประเทศไทยก็เท่ากับว่ามีการโกงลูกหลานประชาชนตาดำๆมุ่งมั่นอ่านหนังสือสอบโดยไม่ได้จ่ายเงิน 350,000 – 7 แสน 8 แสนบาท แล้วเข้าสอบแล้วลูกหลานชาวบ้าน 4 แสน 5หมื่นคนที่เข้าสอบแล้วถูกโกงถูกทุจริตในการสอบแล้วความยุติธรรมอยู่ตรงไหน เพราะไปสอบอย่างสุจริต อ่านหนังสือ อดนอน ไปสอบด้วยความมุ่งมั่น แต่กลับถูกโกงการสอบใหญ่ที่สุดมโหฬารที่สุดนับตั้งแต่มีรัฐบาลมา ในยุคนายอนุทิน ชาญวีระกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ,เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
“ทั้งนี้ขอย้ำว่า สำนักงานสาขาพรรคประชาธิปัตย์เขต 1 สุราษฎร์ธานี จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายเพื่อช่วยเหลืออรรถคดีผู้ที่สอบท้องถิ่นแล้วถูกโกง ทุจริต สูญเสียเงินก้อน ไม่ได้รับการบรรจุแต่งตั้ง บรรจุจริง ไม่ได้กระทำการดังกล่าวก็อาจจะจริง ก็อาจจะถูกบิดา มารดา ไปซื้อตำแหน่งให้ถูกข่มขู่ ตบทรัพย์ ซ้ำซ้อน ก็อาจจะมี พวกเราจึงตั้งศูนย์นี้ขึ้นเพื่อขอให้น้อง ๆ ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่จำนวนทั้งหมดที่ถูกกระทำดังกล่าวจากเจ้าหน้าที่ของรัฐและนักการเมืองได้ส่งหลักฐานทั้งหมดไม่ว่าจะสลิปการโอนเงิน,แชทไลน์และการบันทึกเสียง ทางสำนักงานสาขาประชาธิปัตย์จะช่วยเหลือฟรีและเก็บเป็นความลับ เพื่อเป็นหลักฐานสาวถึงปลาตัวใหญ่ เชื่อว่าน้องเหล่านี้ต้องการที่พึ่ง ต้องการผู้ที่อาสาช่วยด้วยความจริงใจ ไม่อยากให้คนเหล่านี้ถูกดำเนินคดี ต้องการที่จะสาวไปถึงตัวการใหญ่ เพราะถ้ามุ่งดำเนินคดีกับตัวเล็กทั้งหมดจะไม่ได้ปลาตัวใหญ่ ซึ่งคนเหล่านี้พยายามที่จะตัดตอนไม่ให้ถึงปลาตัวใหญ่ ถ้าอยู่ในโซนอำเภอเมืองให้มาที่สาขาพรรคประชาธิปัตย์เขต 1 สุราษฎร์ธานี หากอยู่ในโซนอำเภอท่าชนะ ท่าฉางไชยา ให้ไปที่ร้านขนมจีนผู้พันจ๊อด ที่หน้าสำนักงานที่ดินไชยา เราจะเก็บไว้เป็นความลับและช่วยเหลือน้องๆให้ถึงที่สุด” นายวัชระ กล่าว
นายวัชระ กล่าวด้วยว่า เรื่องการโกงสอบท้องถิ่นเป็นการทุจริตมโหฬาร นายกรัฐมนตรีควรที่จะแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก
ด้านนายกิตติชัย ใสสะอาด อดีตประธานสหภาพรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กล่าวว่าวันนี้การทุจริตการสอบในวงการราชการมโหฬารมาก เป็นมหากาพย์ที่ยิ่งใหญ่มาก ไม่เคยมีมาก่อน มองว่ามองว่าจริยธรรมทางการเมืองควรมีอยู่บ้างโดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี หัวขบวนใหญ่ควรลาออก พวกตนยังเชื่อให้หลักคำสอนของท่านพุทธทาสภิกขุว่า “คนดีสำคัญกว่าทุกสิ่ง” ศีลธรรมไม่กลับมา โลกาก็จะวินาศ ศีลธรรมของเยาวชนคือสันติภาพของโลก พวกเราเป็นลูกหลานท่านพุทธทาส เป็นลูกของพ่อขุน เชื่อในวิญญาณของบรรพบุรุษ จะปกป้องบ้านเมืองไว้ให้ลูกหลานสืบไป




hw-remosaic: 0;
touch: (-1.0, -1.0);
modeInfo: ;
sceneMode: Night;
cct_value: 0;
AI_Scene: (12, -1);
aec_lux: 277.04218;
hist255: 0.0;
hist252~255: 0.0;
hist0~15: 0.0;



