“การลักลอบนำเข้ามะพร้าวเถื่อนจากต่างประเทศ เข้ามาตีตลาดในไทย ทำให้ผลผลิตล้นและราคาดิ่งลง ราคารับซื้อหน้าสวนร่วงลงอย่างหนัก จากเดิม 18 บาท เหลือเพียงลูกละ 3 บาท ซึ่งผมเคยส่งหนังสือให้รัฐบาลตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 เพื่อเรียกร้องให้แก้ไขปัญหามะพร้าวราคาตกต่ำ เนื่องจากการมีการลักลอบนำเข้ามะพร้าวจากต่างประเทศจำนวนมาก ทำให้มะพร้าวเกษตรกรไทยราคาตกต่ำ จนปัจจุบันเหลือเพียงราคาลูกละ 3 บาท แต่รัฐบาลไม่แก้ไข กลับไปเร่งอนุมัติโครงการต่างๆซึ่งส่อไปในทางทุจริตจำนวนนับพันล้านบาท ทั้งที่เกษตรกรสวนมะพร้าวกำลังเดือดร้อนอย่างหนัก”
นายวัชระ เพชรทอง อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงราคามะพร้าวในปัจจุบัน เป็นราคาตกต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ ในยุคที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะมะพร้าวอำเภอปากพนัง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ปัจจุบันขายได้เพียงราคาลูกละ 3 บาท ซึ่งตนเคยส่งหนังสือให้รัฐบาลตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 เพื่อเรียกร้องให้แก้ไขปัญหามะพร้าวราคาตกต่ำ เนื่องจากนายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ได้รับการร้องเรียนเรื่องมะพร้าวราคาตกต่ำ จากการลักลอบนำเข้ามะพร้าวจากต่างประเทศจำนวนมาก ทำให้ราคามะพร้าวเกษตรกรไทยตกต่ำ จนปัจจุบันเหลือเพียงราคาลูกละ 3 บาท ซึ่งรัฐบาลไม่สามารถแก้ไขได้ แต่รัฐบาลกลับเร่งอนุมัติโครงการต่างๆซึ่งส่อไปในทางทุจริตจำนวนนับพันล้านบาท ตนจึงขอให้เร่งรีบแก้ปัญหาราคามะพร้าวที่กำลังเดือดร้อนอย่างเร่งด่วนด้วย
ในช่วงที่ผ่านมา มีการลักลอบนำเข้า “มะพร้าวเถื่อน” จากต่างประเทศ (โดยเฉพาะอินโดนีเซีย) เข้ามาตีตลาดในไทย จนทำให้ผลผลิตล้นและราคาดิ่งลง ราคารับซื้อหน้าสวนร่วงลงอย่างหนัก จากเดิม 18 บาท เหลือเพียง 10–12 บาทต่อลูก บางพื้นที่ดิ่งลงเหลือ 3 บาท ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเศรษฐกิจของเกษตรกร จนกลุ่มชาวสวนมะพร้าวภาคใต้ ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อนายชวน หลีกภัย และนายวัชระ เพชรทอง อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งนายวัชระ ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ กระทรวงพาณิชย์ ให้แก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน โดยมีข้อเรียกร้องหลักคือ ปราบปรามขบวนการมะพร้าวเถื่อน โดยขอให้บูรณาการร่วมกันระหว่างกระทรวงเกษตรฯ, กระทรวงพาณิชย์, กรมเจ้าท่า, กองทัพเรือ, กองทัพอากาศ, กรมศุลกากร และตำรวจน้ำ ในการตั้งด่านกวดขันและลาดตระเวนจับกุมการลักลอบขนส่งมะพร้าวผ่านทางทะเลและชายแดน รวมทั้งให้ลงโทษข้าราชการที่เกียร์ว่างหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ปล่อยให้มีการลักลอบนำเข้า หากไม่มีความคืบหน้า จะยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อเอาผิดตามกฎหมายต่อไป



