วันศุกร์, พฤษภาคม 8, 2026
หน้าแรกสืบเศรษฐกิจสสว. เปิดผลศึกษา SME มวยไทย ณ จังหวัดชลบุรี ชี้กฎหมายล้าสมัย–ขั้นตอนซ้ำซ้อน ฉุด Soft Power ไทยโตไม่เต็มศักยภาพ

Related Posts

สสว. เปิดผลศึกษา SME มวยไทย ณ จังหวัดชลบุรี ชี้กฎหมายล้าสมัย–ขั้นตอนซ้ำซ้อน ฉุด Soft Power ไทยโตไม่เต็มศักยภาพ

วันนี้ (7 พฤษภาคม 2569) เวลา 09.00 น. สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ สสว. จัดการประชุมเผยแพร่ผลการศึกษา “ปัญหาและข้อจำกัดที่เป็นอุปสรรคต่อการอยู่รอด เติบโต และการแข่งขันของผู้ประกอบการ SME ในกลุ่มอุตสาหกรรม Soft Power ของประเทศไทย” ณ ห้องนพเก้า ชั้น 3 โรงแรมรัตนชล จังหวัดชลบุรี โดยมีนายณัฐพล ลีลาวัฒนานันท์ ที่ปรึกษาโครงการฯ บริษัท เอ็กเซลเลนท์ บิสเนส แมเนจเม้นท์ จำกัด, ดร.พร้อมพรรณ แจ้งการดี อาจารย์ประจำสาขาวิชาธุรกิจเกมและอีสปอร์ต มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และที่ปรึกษาโครงการฯ, ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ, ภาคเอกชน, ผู้ประกอบการ และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนข้อเสนอแนะ

การประชุมครั้งนี้มีการนำเสนอผลการศึกษาเกี่ยวกับสถานการณ์ ปัญหาด้านกฎหมาย กฎระเบียบ และข้อจำกัดเชิงนโยบายที่กระทบต่อผู้ประกอบการ SME ในอุตสาหกรรม Soft Power โดยเฉพาะ “ธุรกิจบริการมวยไทย” ซึ่งถือเป็นหนึ่งในทุนวัฒนธรรมสำคัญของประเทศ ที่สามารถต่อยอดเป็นธุรกิจได้หลากหลาย ทั้งค่ายมวย ยิมมวยไทย การฝึกสอน การจัดการแข่งขัน สื่อ คอนเทนต์ สินค้าเกี่ยวเนื่อง และการท่องเที่ยวเชิงกีฬา

ผลการศึกษาระบุว่า มวยไทยมีศักยภาพสูงในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยประเทศไทยมีค่ายมวยในประเทศประมาณ 5,000 แห่ง และมีค่ายมวยในต่างประเทศมากกว่า 5,700 แห่ง ในกว่า 50 ประเทศทั่วโลก ขณะที่ตลาดมวยไทยในปี 2567 มีมูลค่าประมาณ 1 แสนล้านบาท สะท้อนให้เห็นว่ามวยไทยไม่ใช่เพียงกีฬา แต่เป็น Soft Power ที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ การท่องเที่ยว และภาพลักษณ์ของประเทศ

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการ SME มวยไทยยังเผชิญข้อจำกัดหลายด้าน โดยเฉพาะกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องหลายฉบับ เช่น พ.ร.บ.กีฬามวย พ.ศ. 2542 กฎหมายแรงงาน กฎหมายคุ้มครองเด็ก กฎหมายคนเข้าเมือง กฎหมายภาษี ทรัพย์สินทางปัญญา และกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งบางส่วนยังไม่สอดคล้องกับรูปแบบธุรกิจยุคใหม่ เช่น ยิมมวยเพื่อสุขภาพ การสอนมวยออนไลน์ การจัดคอนเทนต์ดิจิทัล และแฟรนไชส์มวยไทยในต่างประเทศ

ข้อเสนอสำคัญจากการศึกษา ได้แก่ การปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัย การจัดระบบอนุญาตแบบ One Stop Service การแยกประเภทกิจกรรมมวยไทยตามระดับความเสี่ยง การพัฒนามาตรฐานครูมวย การผลักดันวีซ่าเฉพาะสำหรับผู้เรียนมวยไทย การคุ้มครองแบรนด์ “Muay Thai” ในระดับสากล รวมถึงการจัดตั้งกลไกสนับสนุน SME มวยไทยให้เข้าถึงทุน ความรู้ด้านธุรกิจ และตลาดต่างประเทศได้มากขึ้น

ทั้งนี้ สสว. จะนำข้อเสนอแนะจากการประชุมไปประกอบการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อปรับปรุงกฎหมาย ลดอุปสรรค และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตของผู้ประกอบการ SME ในอุตสาหกรรม Soft Power ของไทย โดยมีเป้าหมายให้มวยไทยและธุรกิจสร้างสรรค์ของประเทศเติบโตได้อย่างยั่งยืน และแข่งขันได้ในเวทีโลก

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

spot_img

Latest Posts