เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 ณ สวนสัตว์เปิดเขาเขียว อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมส่งเสริมการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการเข้ามามีส่วนร่วมดูแลและรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate Social Responsibility: CSR) ประจำปี พ.ศ. 2569 โดยมีนายบรรณรักษ์ เสริมทอง เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ประธานกรรมการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย พร้อมด้วยผู้บริหารจากภาครัฐ, องค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) สถาบันการศึกษา ภาคเอกชน เครือข่ายด้านทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงเยาวชนจากโรงเรียนในพื้นที่จังหวัดชลบุรี เข้าร่วมงาน
การจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินงานของ “กองทุนสิ่งแวดล้อม” ซึ่งเป็นกลไกทางการเงินสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศ โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกัน แก้ไข อนุรักษ์ และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ด้วยหลักธรรมาภิบาลและความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเสริมสร้างความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งเป็นวาระพิเศษเนื่องในโอกาสครบรอบ 48 ปี แห่งการก่อตั้งสวนสัตว์เปิดเขาเขียว ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นแบบด้านการอนุรักษ์วิจัยสัตว์ป่าและความหลากหลายทางชีวภาพ และการพัฒนาต่อยอดให้เป็นสวนสัตว์สีเขียว ที่ได้สร้างความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อมให้แก่ประชาชนมาอย่างยาวนาน ซึ่งภายในงานประกอบด้วยนิทรรศการแสดงผลการดำเนินงานจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายที่ได้รับเงินสนับสนุนจากกองทุนสิ่งแวดล้อม นำเสนอการเปลี่ยนผ่านสู่การพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน โดยนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เน้นย้ำให้กองทุนสิ่งแวดล้อม เป็นสะพานเชื่อมการดำเนินงานในพื้นที่จริงกับนโยบายของประเทศ โดยยกระดับความร่วมมือกับภาคเอกชน ภาคประชาสังคม สถาบันการศึกษา เพื่อขยายผลให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะการปลดล็อคทางการเงิน และพัฒนากระบวนการเข้าถึงงบประมาณให้สะดวก รวดเร็ว และโปร่งใส เพื่อเปิดโอกาสให้องค์กรหรือชุมชนในระดับพื้นที่สามารถขอรับการสนับสนุนไปใช้จัดการสิ่งแวดล้อมตามความต้องการจริง ขณะเดียวกัน ภาคเอกชนก็สามารถเข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุนและแบ่งปันศักยภาพร่วมกับเครือข่ายภาคประชาชน เพื่อสร้างผลประโยชน์สูงสุดให้แก่พี่น้องประชาชนและระบบนิเวศได้อย่างยั่งยืน “
ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมงานรวมกว่า 400 คน ซึ่งการผนึกกำลังในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมไทยให้ก้าวไปสู่การเป็นสังคมที่ใส่ใจและรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนต่อไป

















