วันพุธ, กรกฎาคม 15, 2026
หน้าแรกอาชญากรรมผกก.สภ.เมืองพัทยา สั่งเด้ง 3 ตำรวจเข้า ศปก. ตั้งกรรมการสอบทันที หลังนักท่องเที่ยวคูเวตร้องอ้างถูกเรียกเงินสด–ใช้บิลเงินสดแทนใบสั่ง

Related Posts

ผกก.สภ.เมืองพัทยา สั่งเด้ง 3 ตำรวจเข้า ศปก. ตั้งกรรมการสอบทันที หลังนักท่องเที่ยวคูเวตร้องอ้างถูกเรียกเงินสด–ใช้บิลเงินสดแทนใบสั่ง

ผกก.สภ.เมืองพัทยา สั่งเด้ง 3 ตำรวจเข้า ศปก. ตั้งกรรมการสอบทันที หลังนักท่องเที่ยวคูเวตร้องอ้างถูกเรียกเงินสด–ใช้บิลเงินสดแทนใบสั่ง ย้ำ “ผิดว่ากันตามผิด ตำรวจต้องเป็นแบบอย่าง”

พัทยา – ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา แสดงจุดยืนชัดเจนในการตรวจสอบข้อร้องเรียนกรณีนักท่องเที่ยวชาวคูเวตอ้างถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกเก็บค่าปรับเป็นเงินสด พร้อมออกเอกสารลักษณะเป็น “บิลเงินสด” แทนใบสั่ง โดยมีคำสั่งย้ายตำรวจ 3 นายเข้าปฏิบัติหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการ (ศปก.) และแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงทันที ย้ำหากพบการกระทำผิดจะดำเนินการทั้งทางวินัยและทางกฎหมายโดยไม่มีข้อยกเว้น พร้อมยืนยันว่า “เมื่อเราเป็นผู้บังคับใช้กฎหมาย ก็ต้องเป็นตัวอย่างในการเคารพกฎหมาย”

นักท่องเที่ยวคูเวตร้องสื่อ อ้างถูกจับหลายครั้งในเดือนเดียว
กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวคูเวต อายุประมาณ 20–30 ปี เปิดเผยผ่านสื่อมวลชนว่า ระหว่างเดินทางท่องเที่ยวในเมืองพัทยานานประมาณ 1 เดือน ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกตรวจและเปรียบเทียบปรับหลายครั้งจากความผิดเกี่ยวกับกฎหมายจราจร

ผู้ร้องเรียนยอมรับว่า หากกระทำผิดก็พร้อมชำระค่าปรับตามกฎหมาย แต่สิ่งที่ทำให้เกิดข้อสงสัยคือ ทุกครั้งถูกเรียกให้ชำระเป็น เงินสดเท่านั้น และไม่ได้รับใบสั่งหรือใบเสร็จราชการตามปกติ แต่ได้รับเอกสารลักษณะเป็น บิลเงินสด ที่เขียนรายละเอียดข้อหาและจำนวนเงินแทน

เมื่อได้นำเอกสารดังกล่าวไปสอบถามตำรวจนายอื่น กลับได้รับคำชี้แจงว่า ไม่ใช่เอกสารของสถานีตำรวจ จึงเกิดความสงสัยว่าการเรียกเก็บเงินดังกล่าวอาจไม่เป็นไปตามขั้นตอนของทางราชการ

อ้างถูกพาไปจ่ายค่าปรับในจุดลับตา
ผู้ร้องเรียนยังอ้างว่า หลังถูกจับกุมจะถูกพาไปยังจุดที่ห่างจากสายตาประชาชน เพื่อชำระค่าปรับ โดยมีบุคคลอีกคนเป็นผู้รับเงิน ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบยืนควบคุมสถานการณ์

หากผู้ถูกจับขอเดินทางไปชำระค่าปรับที่สถานีตำรวจ กลับได้รับการปฏิเสธ และอ้างว่าหากต้องการใบเสร็จราชการจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม อีกทั้งทุกขั้นตอนกำหนดให้ชำระเป็นเงินสดเท่านั้น

นักท่องเที่ยวยังระบุว่า บางคืนถูกเรียกตรวจถึง 2–5 ครั้ง และแม้ในบางกรณีเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชน ก็ยังถูกเรียกไปเปรียบเทียบปรับในลักษณะเดียวกัน

ส่งมอบคลิปและบิลเงินสดเป็นหลักฐาน
ผู้ร้องเรียนได้นำคลิปวิดีโอที่แอบบันทึกระหว่างการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ รวมถึงบิลเงินสดที่ได้รับ มอบให้ผู้สื่อข่าวตรวจสอบ พร้อมระบุว่า รู้สึกผิดหวัง เพราะเชื่อมั่นว่าพัทยาเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ปลอดภัย แต่กลับรู้สึกหวาดระแวงต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่บางราย

ผู้กำกับ สภ.เมืองพัทยา สั่งตรวจสอบทันที
ภายหลังเรื่องดังกล่าวเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 พันตำรวจโท โกสละ งามผ่อง รองผู้กำกับการ (สอบสวน) รักษาราชการแทนผู้กำกับการ สภ.เมืองพัทยา ได้ลงนามคำสั่งสำคัญ 2 ฉบับ ได้แก่

คำสั่งที่ 133/2569 ให้ตำรวจสายงานป้องกันและปราบปรามจำนวน 3 นาย ไปปฏิบัติหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการ (ศปก.) สภ.เมืองพัทยา ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง
คำสั่งที่ 132/2569 แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ตามมาตรา 117 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565

พร้อมกำชับให้การสอบสวนเป็นไปด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม และหากพบว่ามีการกระทำผิดจริง จะดำเนินการทั้งทางวินัยและทางอาญาโดยไม่มีข้อยกเว้น

ผกก.สภ.เมืองพัทยา ย้ำหลักนิติธรรม
ขณะที่ พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา ยืนยันจุดยืนในการบังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมา โดยระบุว่า

“หากผิดก็ว่ากันตามผิด เมื่อเราเป็นผู้บังคับใช้กฎหมาย ก็ต้องเป็นตัวอย่างในการเคารพกฎหมาย”

คำกล่าวดังกล่าวสะท้อนถึงนโยบายของผู้บังคับบัญชาที่ให้ความสำคัญกับความโปร่งใส การตรวจสอบได้ และการสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชนและนักท่องเที่ยว

การย้ายเข้า ศปก. ยังไม่ใช่บทสรุปความผิด

ทั้งนี้ การสั่งย้ายข้าราชการตำรวจไปปฏิบัติหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการ (ศปก.) เป็นมาตรการทางการบริหาร เพื่อให้การสอบสวนดำเนินไปอย่างเป็นอิสระและปราศจากผลกระทบต่อพยานหลักฐาน ยังไม่ถือเป็นการชี้ว่าผู้ถูกกล่าวหามีความผิด จนกว่าคณะกรรมการสอบสวนจะมีผลสรุปอย่างเป็นทางการ

กัดลึกทุกประเด็น ตรวจสอบทุกข้อเท็จจริง ยืนบนหลักความถูกต้อง เป็นธรรม และให้โอกาสทุกฝ่ายได้ชี้แจง

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

spot_img

Latest Posts