กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.มนตรี เทศขันรอง ผบช.ก., พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ปคม., พ.ต.อ.พัฒนา ฉายาวัฒน์, พ.ต.อ.ณรงค์ เทศวิบูลย์, พ.ต.อ.มารุต กาญจนขันธกุล, พ.ต.อ.ทองศูนย์ อุ่นวงค์, พ.ต.อ.เถกิงวุฒิ กิตติศุภคุณ, พ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ รอง ผบก.ปคม., พ.ต.อ.วริษฐ์ ปทุมารักษ์ ผกก.2 บก.ปคม., พ.ต.ท.เกียรติก้อง ทองคำ และ พ.ต.ท.เสริมศักดิ์ น้อยหัวหาด รอง ผกก.2 บก.ปคม. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.กฤษดา จิระวาณิชกุล, พ.ต.ท.ณรงค์เวช จิวเดช สว.กก.2 บก.ปคม. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปคม.
เจ้าหน้าที่ชุดช่วยเหลือเด็กผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ โดย เจ้าหน้าที่ พมจ.ระยอง, พมจ.ชลบุรี, องค์กร Free a girls, GIRU, องค์กร Destiny Rescue, องค์กร Our Rescue Thailand, องค์กร The scientia program และ องค์กร LIFT International
ร่วมกันจับกุม นายนฤเบศฯ หรือ เช็คฯ อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 3772/2569 ลงวันที่ 7 กรกฎาคม 2569
ต้องหาว่ากระทำผิดฐาน
1. ค้ามนุษย์ด้วยการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการค้าประเวณี โดยเป็นธุระจัดหา พามาจาก หรือส่งไปยังที่ใด หรือรับไว้ซึ่งเด็กอายุเกินสิบห้าปี แต่ไม่ถึงสิบแปดปี (พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พุทธศักราช 2551 มาตรา 4, 6, 52 วรรคสอง)
2. เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือชักพาไปซึ่งบุคคลใด เพื่อให้บุคคลนั้นกระทำการค้าประเวณีแม้บุคคลนั้นจะยินยอมก็ตาม เป็นการกระทำแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปี (พระราชบัญญัติป้องกันปราบปรามการค้าประเวณี พุทธศักราช 2539 มาตรา 4, 9 วรรคสอง)
3. เป็นเจ้าของกิจการการค้าประเวณี ผู้ดูแล หรือผู้จัดการกิจการการค้าประเวณี หรือเป็นผู้ควบคุมผู้กระทำการค้าประเวณีในสถานค้าประเวณี กระทำแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปี ทำการค้าประเวณีอยู่ด้วย (พระราชบัญญัติป้องกันปราบปรามการค้าประเวณี พุทธศักราช 2539 มาตรา 4, 11)
4. ชักจูง ยุยง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร หรือน่าจะทำให้เด็กมีความประพฤติเสี่ยงต่อการกระทำผิด และกระทำการอันมีลักษณะลามกอนาจาร เพื่อให้ได้มาซึ่งค่าตอบแทน หรือเพื่อการใด และชักจูง ยุยง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร หรือน่าจะทำให้เด็กมีความประพฤติเสี่ยงต่อการกระทำผิด และกระทำการอันมีลักษณะลามกอนาจาร เพื่อให้ได้มาซึ่งค่าตอบแทน หรือเพื่อการใด (พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กพุทธศักราช 2546 มาตรา 4) 26 (3), (9) และมาตรา 78)
5. เพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือชักพาไปเพื่อการอนาจารซึ่งชายหรือหญิงแม้ว่าบุคคคลนั้นจะยินยอมก็ตาม ซึ่งเป็นการกระทำแก่บุคคลอายุเกินสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปี (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 282)
6. กระทำด้วยประการใด ๆ โดยการช่วยเหลือ ให้ความสะดวก หรือคุ้มครองการค้าประเวณีของผู้อื่น
รับประโยชน์ไม่ว่ารูปแบบใดจากการค้าประเวณี ซึ่งผู้อื่น หรือจากผู้ซึ่งค้าประเวณีและจัดให้มีการค้าประเวณีระหว่างผู้ซึ่งค้าประเวณีกับผู้ให้บริการ (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 286)
7. โดยทุจริตรับไว้ จำหน่าย เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือพาไปซึ่งบุคคลอายุเกินสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปี แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 312 ตรี)
พฤติการณ์ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.2 บก.ปคม. ได้รับแจ้งจากสายลับ ว่ามีกลุ่มบุคคลได้เปิดค่ายฝึกสอนมวยไทย และมีการแอบบังคับให้นักมวย (ชาย) ที่เป็นเด็กค้าประเวณีให้กับบุคคลที่มีรสนิยมรับร่วมเพศ (ชายรับชาย) เพื่อแสวงหาประโยชน์ ซึ่งจากการสืบสวน ทราบว่ามีนายเช็คฯ เป็นผู้ดูแลค่ายมวยดังกล่าว สามารถเป็นธุระจัดหานักมวยที่เป็นเด็ก เพื่อค้าประเวณีกับลูกค้าได้ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนฯ จึงได้วางแผนให้สายลับแฝงตัวเป็นนักเรียนฝึกมวย เพื่อพิสูจน์ทราบการกระทำผิด จึงทราบว่าค่ายมวยดังกล่าวตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดระยอง
โดยจะมีนักมวยทั้งชาย และหญิง ซึ่งมีทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ อายุต่ำกว่า 18 ปี ไปจนถึง 35 ปี มีทั้งหมดประมาณ 30 คน
จากนั้นสายลับได้ทำทีสอบถามนายเช็คฯ เพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับการขายบริการทางเพศของเด็กนักมวย
ในค่าย ซึ่งนายเช็คฯ ได้อธิบายว่าตนเองสามารถจัดหานักมวยที่ขายบริการทางเพศให้ได้หากมีคนต้องการ โดยมีราคาตั้งแต่ 2,000 บาท ขึ้นไป (เด็กจะเป็นฝ่ายรุก) และอ้างว่าเด็กที่ขายบริการจะเป็นเด็กที่เกเร หรือเด็กมีปัญหาครอบครัว และต้องการเงินไปเที่ยวเตร่ และได้ส่งภาพเด็กที่ขายบริการ มาในไลน์ให้ดูก่อนตัดสินใจ และยังอธิบายอีกว่าการซื้อบริการทางเพศเด็กนักมวยนั้นจะทำในลักษณะการออรัลเซ็ก (อมอวัยวะเพศ) เด็กให้สำเร็จความใคร่ หรือให้เด็กเป็นฝ่ายรุก และได้ให้ข้อมูลอีกว่ามีนักมวยที่ขายบริการทางเพศลักษณะดังกล่าวอีกกว่า 15 คน พร้อมแจ้งรายชื่อ และข้อมูลภาพถ่ายเด็กให้ทราบ
เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปคม. สนธิกำลังร่วมกับ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง โดยเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดระยอง, บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดระยอง, ป้องกันจังหวัดระยอง, ฝ่ายปกครองอำเภอบ้านฉางจังหวัดระยอง, เจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชลบุรี, องค์กร Free a girls, GIRU, องค์กร Destiny Rescue, องค์กร Our Rescue Thailand, องค์กร The scientia program, องค์กร LIFT International ลงพื้นที่เป้าหมาย เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง และคุ้มครองเด็กตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 ว่าอาจเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์หรือไม่ โดยปฏิบัติการดังกล่าว ถูกแบ่งออกเป็น 2 จุด คือ
จุดที่ 1 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปคม. ร่วมกับ ทีมสหวิชาชีพ วางแผนปฏิบัติการอำพราง (ล่อซื้อ) เพื่อเข้าจับกุมนายเช็คฯ และเข้าช่วยเหลือผู้เสียหาย ซึ่งเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 3 ราย คือ 1. ด.ช.วอแหวน อายุ 16 ปี 2. ด.ช.มอม้า อายุ 15 ปี และ 3. ด.ช.มีนา อายุ 13 ปี เมื่อสายลับได้ปฏิบัติการขอซื้อบริการทางเพศกับผู้เสียหายสำเร็จ โดยเป็นการคุยตกลงกันผ่านนายเช็คฯ ในราคาคนละ 3,000 บาท ซึ่งจะแบ่งให้กับผู้เสียหายจำนวน 2,000 บาท และแบ่งให้กับตนเอง 1,000 บาท จากนั้นนายเช็คฯ และผู้เสียหายเดินทางมาถึงบริเวณห้องพักของรีสอร์ตแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี พร้อมกับผู้เสียหาย เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้นำกำลังเข้าจับกุมและช่วยเหลือผู้เสียหายภายในรีสอร์ตดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แสดงตัว และได้แสดงความบริสุทธิ์ใจก่อนทำการจับกุม จากนั้นได้แจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับ พร้อมทั้งแจ้งสิทธิของผู้ต้องหาให้ทราบ ซึ่งในชั้นจับกุมนายเช็คฯ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จากนั้นจึงควบคุมตัวมาที่ สภ.พลูตาหลวง เพื่อทำบันทึกจับกุม และนำตัวมาควบคุมยังที่ทำการ กก.2 บก.ปคม. และ ส่งมอบตัว ให้พนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปคม. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
จุดที่ 2 เจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมด้วยทีมสหวิชาชีพ ลงพื้นที่ไปยังค่ายมวยในจังหวัดระยอง เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและเข้าคุ้มครองเด็ก ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 โดยนำเด็กจำนวน 12 คน มาคัดกรองว่าอาจเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์หรือไม่ ณ บ้านพักเด็ก และครอบครัวจังหวัดระยอง ปรากฏรายละเอียด ดังนี้
1. พบกลุ่มเด็กและเยาวชนชาย ช่วงอายุระหว่าง 11 – 19 ปี จำนวน 15 คน รวมกันอยู่บริเวณค่ายมวย ไม่พบผู้ปกครองของเด็ก เนื่องจากอยู่ในช่วงฝึกซ้อมมวย พนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 และนักสังคมสงเคราะห์จากสำนักงานพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดระยอง และบ้านพักเด็ก และครอบครัวจังหวัดระยอง ได้คุ้มครองเด็กจำนวนทั้งสิ้น 12 ราย และเชิญมาสัมภาษณ์คัดกรอง/คัดแยกตามกระบวนการ NRM ว่าอาจตกเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์หรือไม่ ณ บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดระยอง
2. จากการสอบข้อเท็จจริง โดยพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ค้ามนุษย์ฯ และนักสังคมสงเคราะห์นิติกร ณ บ้านพักเด็ก และครอบครัวจังหวัดระยอง พบว่า เด็กจำนวนทั้งสิ้น 12 คน ให้ข้อมูลในทางเดียวกันว่า พบพฤติการณ์ทำนองเดียวกันว่า เดิมทีค่ายมวยดังกล่าวจะมีชายชาวต่างชาติ Mr Kim (นามสมมุติ) ชาวนอร์เวย์ เป็นผู้สนับสนุนค่าใช้จ่ายหลักในการดำเนินการของค่าย นับตั้งแต่เปิดทำการค่าย มีพฤติการณ์คือเมื่อ Mr.Kim มาที่ค่ายมวย โดยจะมีเลขาฯ ชื่อนางบี (นามสมมติ) เรียกเด็กชาย ไปพบเป็นการส่วนตัวที่ห้องรับรองภายในค่ายมวย และดำเนินการละเมิดทางเพศ, อนาจารทางเพศ ด้วยวิธีที่แตกต่างกันทั้งให้เด็กทำกันเอง และกระทำต่อเด็ก ในแบบสวิงกิ้ง และมีการถ่ายภาพถ่ายคลิปไว้ เมื่อเสร็จกิจแล้วจะให้ค่าตอบแทนคราวละ 500 – 5,000 บาท และกำชับให้เด็กๆ ห้ามบอกเรื่องนี้กับใคร หากถูกใจเด็กคนไหนก็จะให้การสนับสนุนเป็นสิ่งของอื่นๆ เช่น โทรศัพท์มือถือ, ชุดนักเรียน ฯลฯ ในกรณีที่ครอบครัวเด็กยากจนจะให้การสนับสนุนค่าใช้จ่ายภายในบ้าน และค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองของเด็กคนนั้นด้วย
3. เด็กบางคนให้ข้อมูลว่าเจ้าของค่ายมวย รับทราบเรื่องที่เกิดขึ้น แต่นิ่งเฉยไม่ได้ว่ากล่าว หรือห้ามสิ่งใด และการสอบถามจากครอบครัวเด็ก ก็ทราบว่าครอบครัวก็ทราบแต่ก็เห็นว่า Mr. Kim มีบุญคุณกับครอบครัวให้การสนับสนุนช่วยเหลือครอบครัว และเด็กเองก็ได้รับเงินมาใช้จ่ายสุขสบายขึ้น
4. สรุปผลการคัดกรอง จากทีมสหวิชาชีพ และพนักงานสอบสวนของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ลงความเห็นว่าพบข้อบ่งชี้ที่เด็กทั้ง 6 ราย ถูกละเมิดทางเพศจาก Mr.Kim จริง และจะได้ดำเนินการสืบสวนขยายผลในคดีดังกล่าวต่อไป
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เตือนภัยแก่พี่น้องประชาชนทั่วไปดังนี้
1. ฝากเตือนผู้ปกครองทั่วไปที่มีบุตรหลานเริ่มเข้าสู่วัยรุ่น และหากิจกรรมให้กับเด็กๆ ทำในช่วงหลังเลิกเรียน หรือช่วงปิดเทอม ขอให้ตรวจสอบ และสังเกตพฤติกรรมของบุตรหลานว่ามีการใช้จ่ายเงินฟุ่มเฟือยเกินตัวกว่ารายได้ที่ผู้ปกครองมอบให้หรือไม่ และควรหมั่นตรวจสอบการใช้สื่อออนไลน์ของบุตรหลานว่ามีความผิดปกติน่าสงสัยหรือไม่ อย่างไร ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เด็กถูกล่วงละเมิดเช่นนี้
2. ฝากเตือนผู้ที่เป็นเจ้าของสถานให้บริการต่างๆ ให้กวดขันเด็กๆ ที่เข้ามาร่วมกิจกรรม, เล่นกีฬา, ออกกำลังกาย ไม่ให้มีการกระทำการในลักษณะค้าประเวณีฯ หรือค้ามนุษย์ฯ ซึ่งเป็นความผิดที่มีอัตราโทษสูง
ช่องทางการติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม พ.ต.ท.กฤษดา จิระวาณิชกุล สว.กก.2 บก.ปคม.
โทร. 081 – 8832325











