“บางคนมีมอเตอร์ไซค์คันเดียว ก็มีประวัติว่ามีรถ 2 คัน..ทั้งๆที่ตัวเองมีคันเดียวเท่านั้น..ต้องมายืนเถียงกับเจ้าหน้าที่ขนส่งทางบก ซึ่งก็ทำหน้าที่ได้แค่ปริ้นประวัติออกมาให้เท่านั้น แต่ข้อมูลลึกกว่านั้นไม่สามารถชี้แจงได้ คงต้องไปตามต่ออีกว่าตัวเองมีรถเพิ่มมาได้อย่างไร บางคนเคยร่วมซื้อมอเตอร์ไซค์กับน้องชาย ผ่านมา 20 ปีแล้ว แยกกับน้องชายมานานแล้วก็ปรากฏหลักฐานอยู่ ทั้งๆที่วันนี้เหตุการณ์เปลี่ยนไปแล้ว และต้องขาดสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ จนชาวบ้านหลายคนตั้งคำถามด้วยความสงสัยว่า..รัฐทำอย่างนี้เพราะไม่อยากแจกเงินคนจนหรือเปล่า?”
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ที่กำลังเป็นประเด็นร้อนในขณะนี้ เกิดขึ้นหลังจากกระทรวงการคลังเปิดให้ประชาชน ตรวจสอบสิทธิและสถานะคุณสมบัติรอบใหม่ (เริ่ม 17 กรกฎาคม 2569) ซึ่งทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์และปัญหาทางเทคนิคหลายประการ กลายเป็นวันชี้ชะตาครั้งสำคัญของกลุ่มผู้มีรายได้น้อยทั่วประเทศ กระหึ่มขึ้นในโลกออนไลน์และชุมชนต่าง ๆ ทั่วประเทศ
ไม่ใช่เพียงแค่ปัญหาระบบล่มหรือการเข้าถึงที่ยากลำบาก แต่คำถามสำคัญที่เกิดขึ้นในใจของใครหลายคนคือ “ทำไมคนจนจริง ๆ ถึงสอบตกเกณฑ์ในรอบนี้?” เกณฑ์คัดกรองที่เข้มงวดเกินไป จนเบียดบังกลุ่มเปราะบาง ทำให้ผู้มีรายได้น้อยตัวจริงจำนวนมากต้องหลุดจากระบบอย่างน่าเสียดาย โดยเฉพาะใน 3 ประเด็นหลัก คือ
1.กับดักหนี้สินหมุนเวียน (วงเงินกู้) : กลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย พ่อค้าแม่ค้าแผงลอย หรือเกษตรกร ที่จำเป็นต้องกู้เงินนอกระบบหรือกู้สินเชื่อรายย่อย เกิน 100,000 บาท เพื่อมาหมุนเวียนต่อลมหายใจ กลับถูกระบบตีความว่าเป็น “ผู้มีศักยภาพในการกู้” และถูกตัดสิทธิ์ทันที ทั้งที่ความจริงพวกเขามีแต่หนี้สินท่วมตัว
2.ถือครองที่ดินมรดกที่ไร้ราคา : ประชาชนในต่างจังหวัดหลายคนมีชื่อเป็นผู้ถือครองที่ดิน (มรดกตกทอด) เกิน 10 ไร่ แต่สภาพจริงเป็นพื้นที่แห้งแล้ง ทำการเกษตรไม่ได้ หรือไม่มีเอกสารสิทธิ์ในการซื้อขายทำกำไร แต่ระบบคำนวณจากตัวเลขบนหน้าโฉนดทำให้พวกเขา “ไม่ผ่านเกณฑ์”
3.ปัญหายานพาหนะ : ข้อจำกัดเรื่องการครอบครองรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ กลายเป็นอุปสรรคใหญ่สำหรับผู้ที่ใช้ยานพาหนะเหล่านี้เป็นเครื่องมือทำมาหากิน เช่น วินมอเตอร์ไซค์ หรือคนขับรถส่งของ ซึ่งข้อมูลคลาดเคลื่อน ไม่ตรงกับความเป็นจริง ผู้ลงทะเบียนหลายรายพบว่าระบบปฏิเสธสิทธิ์ด้วยเหตุผลแปลก ๆ เช่น “เป็นเจ้าของรถยนต์” ทั้งที่ชาตินี้ไม่เคยมีรถ หรือ “มีรายได้เกินเกณฑ์” ทั้งที่ตกงานมานานแล้ว ซึ่งเกิดจากฐานข้อมูลเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงาน (เช่น กรมการขนส่งทางบก, กรมสรรพากร) ไม่ได้รับการอัปเดตให้เป็นปัจจุบัน
จากการลงพื้นที่ของ “สืบจากข่าว” สำรวจบรรยากาศในกรมขนส่งทางบกแห่งหนึ่ง พบว่ามีประชาชนจำนวนมากเข้ามาพบเจ้าหน้าที่เพื่อขอข้อมูลนำไปยืนยันสิทธิ์ บางคนมีมอเตอร์ไซค์คันเดียว ก็มีประวัติว่ามีรถ 2 คัน..ทั้งๆที่ตัวเองมีคันเดียวเท่านั้น..ต้องมายืนเถียงกับเจ้าหน้าที่ขนส่งทางบก ซึ่งก็ทำหน้าที่ได้แค่ปริ้นประวัติออกมาให้เท่านั้น แต่ข้อมูลลึกกว่านั้นไม่สามารถชี้แจงได้ คงต้องไปตามต่ออีกว่าตัวเองมีรถเพิ่มมาได้อย่างไร บางคนเคยร่วมซื้อมอเตอร์ไซค์กับน้องชาย ผ่านมา 20 ปีแล้ว แยกกับน้องชายมานานแล้วก็ปรากฏหลักฐานอยู่ ทั้งๆที่วันนี้เหตุการณ์เปลี่ยนไปแล้ว และต้องขาดสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ จนชาวบ้านหลายคนตั้งคำถามด้วยความสงสัยว่า..รัฐทำอย่างนี้เพราะไม่อยากแจกเงินคนจนหรือเปล่า?
หมายเหตุ : ผู้ไม่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐสามารถยื่นขอทบทวนสิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 17-31 กรกฎาคม 2569 ผ่าน 4 ช่องทางหลัก ได้แก่ เว็บไซต์ โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ, แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ”, แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”, หรือติดต่อธนาคารรัฐ
วิธียื่นผ่านเว็บไซต์หลัก มีขั้นตอนดังนี้:
- เข้าไปที่ เว็บไซต์โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ แล้วเลือก “ตรวจสอบสถานะการลงทะเบียน”
- ตรวจสอบข้อมูลแล้วกดที่ปุ่ม “ผลการตรวจสอบ”
- กรอกข้อมูลส่วนตัวเพื่อยืนยันตัวตน เช่น หมายเลข Laser ID หลังบัตรประจำตัวประชาชน
- ระบบจะแจ้งเหตุผลที่ไม่ผ่านเกณฑ์ จากนั้นให้กดปุ่ม “ยืนยันการทบทวนสิทธิ”
- กดยืนยันอีกครั้งเพื่อเสร็จสิ้นการขอยื่นทบทวนสิทธิ
หลังจากยื่นทบทวนสิทธิแล้ว คุณจะต้องนำเอกสารไปติดต่อแก้ไขข้อมูลกับหน่วยงานตรวจสอบคุณสมบัติที่ไม่ผ่านเกณฑ์ด้วยตนเองภายในวันที่ 16 สิงหาคม 2569




