วันอังคาร, กรกฎาคม 21, 2026
หน้าแรกสืบจากข่าวสืบวิเคราะห์ข่าววัดใจ!นายกฯ ชน “มาเฟีย-ตำรวจ”...

วัดใจ!นายกฯ ชน “มาเฟีย-ตำรวจ” ล้างบาง “ผับบาร์เถื่อน” “หรือ” จะปล่อยเกียร์ว่างซ้ำซาก

“….ความสูญเสีย 33 ชีวิตที่โรงเบียร์ลาดพร้าว คือการวัดใจความกล้าหาญทางการเมืองของนายกรัฐมนตรี “ชนกับกลุ่มทุนทุจริต” การแก้ปัญหาแบบเดิมๆ ประเภท “ไฟไหม้ที-สั่งตรวจที-ย้ายตำรวจประจาน” ไม่สามารถหยุดวงจรนี้ได้ ในฐานะประธาน ก.ตร. นายกรัฐมนตรีต้องใช้ “ยาแรง” เพื่อทลายเครือข่ายผลประโยชน์ทับซ้อนในวงการสีกากี เช็กบิลตำรวจผู้ใหญ่และ ‘ตำรวจหุ้นลม’ ใช้หน่วยงานที่เป็นกลาง เช่น ดีเอสไอ หรือ ป.ป.ท. เข้าจับกุมผับเถื่อนแทนตำรวจท้องที่ หากพื้นที่ใดโดนจับ ให้สั่งย้ายตำรวจระดับสูงในพื้นที่และผู้บังคับการจังหวัดทันที โดยไม่มีข้อละเว้น นอกจากนี้ต้องประสานสำนักงาน ปปง. เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงิน และใช้มาตรการ “ยึดทรัพย์” ทั้งเจ้าของผับเถื่อนและนายตำรวจที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ต้องปรับแก้กฎหมาย ดึงอำนาจการออกใบอนุญาตในเขตกรุงเทพฯ ออกจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) แล้วโอนย้ายไปให้กระทรวงมหาดไทยหรือกรุงเทพมหานครเป็นผู้ดูแล โดยให้ฝ่ายตำรวจทำหน้าที่บังคับใช้กฎหมายและจับกุมเพียงอย่างเดียว เพื่อลดการผูกขาดผลประโยชน์…”

เหตุการณ์โศกนาฏกรรมเพลิงไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าวที่คร่าชีวิตผู้คนไปถึง 33 ศพ ไม่เพียงแต่สร้างความสะเทือนใจให้แก่คนในชาติ แต่ยังส่งแรงสั่นสะเทือนไปถึงภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัยในระดับสากล  ปฏิเสธไม่ได้ว่าเบื้องหลังซากปรักหักพังนี้คือภาพสะท้อนของปัญหา “ผับบาร์เถื่อน การจ่ายส่วย และการละเลยหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ” ที่ฝังรากลึกในสังคมไทยมาอย่างยาวนาน

หัวใจของปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวบทกฎหมาย เนื่องจาก พระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. 2509 มีข้อบังคับและบทลงโทษที่ชัดเจนอยู่แล้ว แต่อยู่ที่ “ผู้บังคับใช้กฎหมาย” ที่จงใจเกียร์ว่างเพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่กลุ่มทุนสีเทา ดังนั้น การแก้ปัญหาแบบเดิมๆ ประเภท “ไฟไหม้ที-สั่งตรวจที-ย้ายตำรวจประจาน” จึงไม่สามารถหยุดวงจรนี้ได้ รัฐบาลและนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) จำเป็นต้องดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อ “รื้อโครงสร้างและถอนรากถอนโคน” ระบบส่วยอย่างเร่งด่วน

รัฐบาลต้องยุติการอ้างข้อจำกัดทางกฎหมาย แล้วหันมาจัดระเบียบการบังคับใช้อย่างจริงจัง ปฏิรูประบบอนุมัติการเปิดสถานบริการด้วย e-Licensing และ Open Data เปลี่ยนการขอใบอนุญาตสถานบริการให้เป็นระบบออนไลน์ 100% เพื่อลดการใช้ดุลพินิจและการเรียกรับเงินของเจ้าหน้าที่ พร้อมทั้งเปิดเผย “แผนที่สถานบริการถูกกฎหมาย” ให้ประชาชนร่วมตรวจสอบ หากพบร้านใดดัดแปลงเป็นผับเถื่อนจะเกิดการแจ้งเบาะแสจากภาคสังคมทันที

ต้องปรับแก้กฎหมาย ดึงอำนาจการออกใบอนุญาตในเขตกรุงเทพฯ ออกจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) แล้วโอนย้ายไปให้กระทรวงมหาดไทยหรือกรุงเทพมหานครเป็นผู้ดูแล โดยให้ฝ่ายตำรวจทำหน้าที่บังคับใช้กฎหมายและจับกุมเพียงอย่างเดียว เพื่อลดการผูกขาดผลประโยชน์ ส่วนในต่างจังหวัดต้องเพิ่มอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัด สามารถกำกับดูแลและสั่งการฝ่ายตำรวจในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ต้องปล่อยให้เป็นภาระของฝ่ายปกครองเพียงลำพัง

ในฐานะประธาน ก.ตร. นายกรัฐมนตรีต้องใช้ “ยาแรง” เพื่อทลายเครือข่ายผลประโยชน์ทับซ้อนในวงการสีกากี เช็กบิลตำรวจผู้ใหญ่ และ ‘ตำรวจหุ้นลม’ ใช้หน่วยงานที่เป็นกลาง เช่น ดีเอสไอ หรือ ป.ป.ท. เข้าจับกุมผับเถื่อนแทนตำรวจท้องที่ หากพื้นที่ใดโดนจับ ให้สั่งย้ายตำรวจระดับสูงในพื้นที่และผู้บังคับการจังหวัดทันที โดยไม่มีข้อละเว้น นอกจากนี้ต้องประสานสำนักงาน ปปง. เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงิน และใช้มาตรการ “ยึดทรัพย์” ทั้งเจ้าของผับเถื่อนและนายตำรวจที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

ความสูญเสีย 33 ชีวิตที่โรงเบียร์ลาดพร้าว คือการวัดใจความกล้าหาญทางการเมืองของนายกรัฐมนตรี  “ชนกับกลุ่มทุนทุจริต” การทลายสายส่งส่วยและเปลี่ยนระบบให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ คือหนทางเดียวที่จะกอบกู้ระบบยุติธรรม และทวงคืนความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนกลับมาได้อย่างแท้จริง

Get notified whenever we post something new!

spot_img

Create a website from scratch

Just drag and drop elements in a page to get started with Newspaper Theme.

Continue reading

เซี่ยงไฮ้! เปลี่ยนประวัติศาสตร์โลก AI “โอเพนซอร์ส” ทลายกำแพง “กล่องดำ” ปิดยุคผูกขาด เปิดความเท่าเทียมระดับโลก

“งานประชุม AI โลก ครั้งที่ 7 ณ นครเซี่ยงไฮ้ ไม่ใช่แค่เรื่องของพลังประมวลผล แต่คือจุดเปลี่ยนประวัติศาสตร์ เมื่อ 30 ประเทศทั่วโลก ผนึกกำลังลงนามในฉันทามติ ทลายการผูกขาดเทคโนโลยีจาก “กล่องดำ” ของยักษ์ใหญ่ สู่ยุค “โมเดลแบบเปิด” ที่ทุกคนเข้าถึงและพัฒนาร่วมกันได้ ตั้งแต่เกษตรกรในแอฟริกา สตาร์ทอัพในอาเซียน ไปจนถึงอุตสาหกรรมในยุโรป ปลุกกระแสปลดล็อกขีดจำกัดปัญญาประดิษฐ์ ให้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานของมนุษยชาติอย่างแท้จริง” กลางปี ค.ศ. 2026 ภายในศูนย์นิทรรศการโลกเซี่ยงไฮ้ที่เต็มไปด้วยแสงสี งานประชุมปัญญาประดิษฐ์โลก (WAIC) ครั้งที่ 7 ได้ปิดม่านลงอย่างเป็นทางการ ทว่าสิ่งที่แตกต่างจากปีก่อน ๆ อย่างชัดเจน คือสัญญาณที่ทรงพลังที่สุดจากงานนี้ มิใช่ความก้าวหน้าด้านพลังประมวลผลที่น่าตื่นตะลึง หรือการทำลายสถิติของพารามิเตอร์ตัวใดตัวหนึ่ง หากแต่เป็นฉันทามติอันหนักแน่นที่ว่า...

“ไทย-จีน” คลอดกลไก 2+2 ถอนรากอาชญากรรมออนไลน์ ดึง AI ปักธงเศรษฐกิจยุคใหม่

“ไทย-จีน เปิดประตูความร่วมมือรอบใหม่ ดึง AI การลงทุน และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต สร้างโอกาสใหม่ให้เศรษฐกิจไทย ร่วมห่วงโซ่เทคโนโลยีขั้นสูง พร้อมยกระดับความมั่นคงผ่านกลไก 2+2 โดยมีภารกิจเร่งด่วนคือ ถอนรากถอนโคนอาชญากรรมออนไลน์ แลกเปลี่ยนข่าวกรองเชิงลึก รับมือภัยคุกคามรูปแบบใหม่และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เคลียร์ปมร้อนเมียนมา-กัมพูชา พลิกเกมเศรษฐกิจภูมิภาคเต็มรูปแบบ” เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ณ นครเซี่ยงไฮ้ เกิดภาพประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของการทูตและการค้าไทย-จีน เมื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าเยี่ยมคารวะ นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ณ โรงแรม Xijiao State Guest Hotel การพบกันครั้งนี้ไม่ใช่แค่การกระชับมิตรตามธรรมเนียม แต่คือการ “เปิดประตูความร่วมมือรอบใหม่”...

ระวัง “เสียค่าโง่” จ่ายเงินเยียวยาเหยื่อ “ไฟไหม้โรงเบียร์” อุ้มเพื่อ “มนุษยธรรม” หรือ “ข่าวดัง”

“ตำรวจยังสอบไม่เสร็จ แต่รัฐรีบควักเปย์รายละ 3 แสน! สังคมตั้งคำถามไฟไหม้บ้านคนจนทำไมไม่จ่าย? เจาะรอยต่อกฎหมายสุดเปราะบาง อุบัติเหตุ หรือ อาชญากรรมกันแน่ ตาม พ.ร.บ. ค่าตอบแทนผู้เสียหายฯ เงินนี้จะจ่ายได้ก็ต่อเมื่อผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บหรือตาย "เนื่องจากการกระทำความผิดอาญาของบุคคลอื่น ปัญหาคือ ณ วันที่กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ประกาศจ่ายเงิน เหตุการณ์เพิ่งเกิดได้เพียง 5 วัน ตำรวจยังสอบสวนไม่เสร็จเลยว่าเกิดจากความประมาทของใคร หรือเป็นเหตุสุดวิสัย เช่น ฟ้าผ่า หากผลสอบสวนตอนท้ายสรุปว่าเป็น "เหตุสุดวิสัยที่ไม่มีใครต้องรับผิดชอบในทางอาญาเลย" เงินที่รัฐจ่ายไปล่วงหน้าจะกลายเป็นการจ่ายเงินที่ "ผิดเงื่อนไขกฎหมาย" ทันที ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาเรื่องการเรียกเงินคืนหรือเจ้าหน้าที่รัฐโดนข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ความเสี่ยงที่ 2 หากรัฐตีความว่าไฟไหม้ร้านอาหาร คือ คดีอาญา และจ่ายให้รายละ 300,000 บาท...

Enjoy exclusive access to all of our content

Get an online subscription and you can unlock any article you come across.