เหตุการณ์ไฟไหม้ผับย่านลาดพร้าว สร้างความสับสนต่อคนในสังคมว่า ทำไมรัฐต้องเยียวยาผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ ในเมื่อเป็นความผิดของสถานประกอบการ นอกจากไฟไหม้ผับแล้ว เหตุการณ์แบบไหนที่รัฐต้องจ่าย และในแต่ละปีรัฐใช้งบประมาณเพื่อการนี้ปีละเท่าไหร่
ในกรณีไฟไหม้สถานบันเทิง หลายคนอาจเข้าใจว่า ความหวังเดียวของผู้ประสบภัยคือการรอเงินชดเชยจากเจ้าของผับ แต่ในความเป็นจริง ภาครัฐมีโครงสร้างงบประมาณเยียวยา ที่จัดสรรไว้รองรับผู้ประสบภัยจากเหตุอาชญากรรม โศกนาฏกรรม และภัยพิบัติอยู่แล้วปีละหลายพันล้านบาท เรียกว่า “เงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน”
โดยเมื่อเกิดเหตุไฟไหม้ในสถานบันเทิง ซึ่งเข้าข่ายคดีอาญา (ความประมาท/ละเลยมาตรการความปลอดภัย) ภาครัฐจะดึงเงินจาก 3 กองทุนหลักเข้ามาเยียวยาเบื้องต้นทันที คือ
1. กระทรวงยุติธรรม (พ.ร.บ. ค่าตอบแทนผู้เสียหายในคดีอาญาฯ) ซึ่งเป็นหลักประกันสำคัญของผู้บริสุทธิ์ อัตราปัจจุบันกรณีเสียชีวิต (รับสูงสุดไม่เกิน 200,000-300,000 บาท/ราย) กรณีบาดเจ็บค่ารักษาพยาบาล จ่ายตามจริงไม่เกิน 40,000-80,000 บาท ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายและจิตใจ ไม่เกิน 20,000-50,000 บาท ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้ คิดตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำของพื้นที่ (สูงสุดไม่เกิน 1 ปี) กรณีทุพพลภาพ/สูญเสียอวัยวะ ชดเชยสูงสุด 30,000-300,000 บาท
2. เงินสงเคราะห์สาธารณภัย (ปภ. / กทม. / ท้องถิ่น) อัคคีภัยใหญ่จัดเป็นสาธารณภัย รัฐจึงมีงบฉุกเฉินเข้ามาเติมเต็ม ประกอบด้วย ค่าจัดการศพ รายละประมาณ 29,700-50,000 บาท (หากผู้เสียชีวิตเป็นหัวหน้าครอบครัว จะได้เงินชดเชยเพิ่มอีก 29,700 บาท) ค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้น อุดหนุนตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินสำรองจ่ายฉุกเฉิน
3. สิทธิกองทุนแรงงาน / ประกันสังคม (สำหรับพนักงานร้าน) กรณีเสียชีวิต ค่าทำศพ 50,000 บาท + เงินทดแทน 70% ของค่าจ้าง จ่ายยาวนานถึง 10 ปี ให้แก่ทายาท กรณีบาดเจ็บ รักษาฟรีตามสิทธิ และรับเงินทดแทนการขาดรายได้ 70% ตลอดระยะเวลาที่ต้องหยุดพักรักษาตัว
ไม่ใช่แค่ “ผับไหม้” เหตุการณ์แบบไหนที่รัฐต้องจ่าย
หลักการจ่ายเงินเยียวยาของรัฐไทย ไม่ได้ผูกอยู่เฉพาะเหตุไฟไหม้ผับ แต่ผูกอยู่กับฐานกฎหมายคดีอาญา และ ภัยพิบัติ/สาธารณภัย ในทุกพื้นที่สาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นเหตุกราดยิงในพื้นที่สาธารณะ, คดีทำร้ายร่างกาย, อุบัติเหตุชนแล้วหนีที่หาคู่กรณีไม่ได้, เหตุวินาศกรรม และคดีฆาตกรรม ภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม, แผ่นดินไหว, อุบัติภัยร้ายแรง (โรงงานระเบิด, สะพานถล่ม, ถนนยุบ, เรืออัปปาง)
เปิดงบประมาณแผ่นดิน รัฐต้องจ่ายปีละเท่าไร?
ในแต่ละปี รัฐบาลต้องจัดสรรงบประมาณเพื่อการเยียวยาผู้เสียหายจากคดีอาญาและสาธารณภัยรวมกันตั้งแต่หลักพันล้านบาทไปจนถึงหลักหมื่นล้านบาท แบ่งเป็น 3 หมวดงบประมาณหลัก คือ งบเยียวยาผู้เสียหายในคดีอาญา ของ กระทรวงยุติธรรม งบประมาณตั้งไว้ประมาณ 300 – 500 ล้านบาทต่อปี หากปีใดมีโศกนาฏกรรมใหญ่จนงบหมด กระทรวงยุติธรรมจะทำเรื่องขออนุมัติ “งบกลาง” เพิ่มเติม 2. งบเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ (ปภ. / กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น) งบประมาณจัดสรรประมาณ 3,000 – 10,000+ ล้านบาทต่อปี (แปรผันตามระดับความรุนแรงของภัยพิบัติ) และ 3. กองทุนประกันสังคม / กองทุนเงินทดแทน (กระทรวงแรงงาน) ใช้งบประมาณมากกว่า 10,000 ล้านบาทต่อปี สำหรับจ่ายค่ารักษาพยาบาล ค่าทำศพ และเงินทดแทนการขาดรายได้แก่ลูกจ้างและผู้ประกันตนทั่วประเทศ
แม้วงเงินเยียวยาจากภาครัฐจะขยับสูงขึ้นตามการปรับปรุงกฎหมาย เพื่อให้ประชาชนอุ่นใจว่าในวันที่เกิดฝันร้าย รัฐจะมี “เบาะรองรับ” ความสูญเสียเบื้องต้นเสมอ ทว่าในความเป็นจริง บาดแผลจากโศกนาฏกรรมไฟไหม้และอาชญากรรมร้ายแรงมักต้องการการรักษาต่อเนื่องยาวนาน ภาระค่าใช้จ่ายที่แท้จริงจึงยังคงต้องพึ่งพาการบังคับคดีและเงินชดเชยทางแพ่งจาก “ผู้ก่อเหตุหรือเจ้าของสถานประกอบการ” เป็นหลัก ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ที่สังคมไทยต้องร่วมกันผลักดันให้เกิดการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดและเป็นธรรมยิ่งขึ้นในอนาคต




