ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย ตำรวจทางหลวงนครปฐม โชว์ไหวพริบ เข้มงวดกวดขันวินัยจราจร เรียกตรวจกระบะไม่ติดแผ่นป้าย ได้กลิ่นยาบ้าโชย รื้อทั้งคันพบซุกยาบ้าเฉียด 300,000 เม็ด
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล, พ.ต.อ.แมน เม่นแย้ม รอง ผบก.ทล., พ.ต.อ.สุขสวัสดิ์ คูสิทธิผล รอง ผบก.ทล., พ.ต.อ.จรูญศักดิ์ โต๊ะถม รอง ผบก.ทล., พ.ต.อ.ภคพล สุชล ผกก.2 บก.ทล, พ.ต.ท.อุดมศักดิ์ สุวรรณแสง รอง ผกก.2 บก.ทล., พ.ต.ท.ณรงค์ฤทธิ์ งามแฉ่ง รอง ผกก.2 บก.ทล. ได้สั่งการให้
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม (ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล.) นำโดย พ.ต.ท.ณัฐพงศ์ อำไพจิตร์ สวญ.ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล., ร.ต.อ.ชูศักดิ์ สุนทรแสง, ร.ต.อ.อักฤทธิ์ สมพร รอง สว.ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล., ว่าที่ ร.ต.ต.สุนทร จุฬามณี, ว่าที่ ร.ต.ต.ฉัตรชัย เก้าวงษ์วาน รอง สว. ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล., ด.ต.รุ่งปัญญา ใจพันธุ์, ด.ต.ชยุต ตุ้มเล็ก, ด.ต.ภานุพันธ์ ตรีพงษ์พันธุ์, ด.ต.อมรรัตน์ ทริเพ็ง, ด.ต.ทศพล แซ่อึ้ง, ด.ต.ฐณรัช นาคนาโส, จ.ส.ต.หญิง วิวรรณดา ภู่ทอง, ส.ต.อ.พงษ์ฐกร นาคใหม่, ส.ต.อ.สิงหนาท พลับเกลี้ยง ผบ.หมู่ ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล.
ร่วมกันจับกุม นายวัชรัตน์ หรือ ลี ฯ (สงวนนามสกุล) อายุ 39 ปี โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน
“จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยมีไว้เพื่อจำหน่ายอันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในหมู่ประชาชน และทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป”
พร้อมตรวจยึดของกลาง
1. ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) บรรจุอยู่ในกระดาษสาชุบเทียนไขสีน้ำตาล มีรูปตัวอักษร Y๑ จำนวน 11 ห่อ ( 1 ห่อ ประมาณ 6,000 เม็ด ) และ 2 ห่อ บรรจุอยู่ในกระดาษสาชุบเทียนไขสีน้ำตาล ( 1 ห่อ ประมาณ 4,000 เม็ด ) รวมยาบ้าประมาณ 74,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ใต้พื้นปูกระสีดำ (แม็คไลน์เนอร์)
2. ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) บรรจุอยู่ในกระดาษสาชุบเทียนไขสีน้ำตาล มีรูปตัวอักษร Y๑ จำนวน 10 ห่อ ( 1 ห่อ ประมาณ 6,000 เม็ด ) รวมยาบ้าประมาณ 60,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในบริเวณฝาปิดท้ายกระบะ
3. ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) บรรจุอยู่ในกระดาษสาชุบเทียนไขสีน้ำตาล มีรูปตัวอักษร Y๑ จำนวน 7 ห่อ ( 1 ห่อ ประมาณ 6,000 เม็ด ) รวมยาบ้าประมาณ 42,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในช่องประตูหลังด้านซ้าย
4. ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) บรรจุอยู่ในกระดาษสาชุบเทียนไขสีน้ำตาล มีรูปตัวอักษร Y๑ จำนวน 7 ห่อ ( 1 ห่อ ประมาณ 6,000 เม็ด ) และ 1 มัด บรรจุอยู่ในกระดาษสาชุบเทียนไขสีน้ำตาล ( 1 มัด ประมาณ 2,000 เม็ด ) รวมยาบ้าประมาณ 44,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในช่องประตูหลังด้านขวา
5. ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) บรรจุอยู่ในกระดาษสีขาว มีรูปตัวอักษร A จำนวน 4 มัด ( 1 มัด ประมาณ 2,000 เม็ด ) รวมยาบ้าประมาณ 8,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในช่องประตูหน้าด้านขวาฝั่งคนขับ
6. ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) บรรจุอยู่ในกระดาษสาชุบเทียนไขสีน้ำตาล มีรูปตัวอักษร Y๑ จำนวน 1 ห่อ ( 1 ห่อ ประมาณ 6,000 เม็ด ) และ 23 มัด บรรจุอยู่ในกระดาษสีขาว มีรูปตัวอักษร A (1 มัด ประมาณ 2,000 เม็ด ) รวมยาบ้าประมาณ 52,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในคอนโซนกลางระหว่างเบาะนั่งคู่หน้า
7. ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) บรรจุอยู่ในกระดาษสีขาว มีรูปตัวอักษร A จำนวน 7 มัด (1 มัด ประมาณ 2,000 เม็ด ) รวมยาบ้าประมาณ 14,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่บนผ้าใต้หลังคารถยนต์ รวมยาบ้าจำนวนทั้งหมดประมาณ 294000 เม็ด
8. รถยนต์ยี่ห้อ ISUZU รุ่น D-MAX สีเทา ทะเบียนจังหวัดยะลา โดยรถยนต์ที่ใช้บรรจุยาเสพติด มี นายวัชรัตน์หรือลี ผู้ต้องหา เป็นผู้ขับขี่ จำนวน 1 คัน
9. โทรศัพท์เคลื่อนที่ ยี่ห้อ OPPO Reno สีเขียว ชนิดใช้ได้กับซิมการ์ด 2 ซิม นายวัชรัตน์หรือลี ผู้ต้องหา ใช้ติดต่อสื่อสารเรื่องส่วนตัว และทำธุรกรรมเกี่ยวกับยาเสพติด จำนวน 1 เครื่อง
สถานที่จับกุม บริเวณริมถนน พระราม 2 ทล.35 หลัก กม.ที่ 51 ต.นาโคก อ.เมือง จ.สมุทรสาคร
พฤติการณ์แห่งคดี
เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 18.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง สถานีตำรวจทางหลวง 1 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจทางหลวง (หน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงบางโทรัด)ร่วมกันจับกุม นายวัชรัตน์ หรือ ลี (สงวนนามสกุล) อายุ 39 ปี พร้อมของกลาง ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวนประมาณ 294,000 เม็ด, รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ยี่ห้อ อีซูซุ รุ่นดีแมกซ์ สีเทา หมายเลขทะเบียนจังหวัดยะลา จำนวน 1 คัน และโทรศัพท์มือถือ จำนวน 1 เครื่อง โดยจับกุมได้บริเวณริมถนนพระราม 2 (ทางหลวงหมายเลข 35) กม.51 ต.นาโคก อ.เมือง จ.สมุทรสาคร
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ได้ออกปฏิบัติหน้าที่กวดขันวินัยจราจรและป้องกันปราบปรามอาชญากรรมบนทางหลวงอย่างเข้มงวด ตามนโยบายของผู้บังคับบัญชาที่ให้เน้นย้ำการสอดส่องดูแลความปลอดภัยและการกระทำผิดกฎหมายบนท้องถนน ขณะเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนำรถวิทยุออกตรวจการณ์บนถนนพระราม 2 ขาออก (มุ่งหน้าภาคใต้) ได้สังเกตเห็นรถยนต์กระบะ อีซูซุ สีเทา คันดังกล่าว ขับขี่โดยไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนด้านหลัง ซึ่งเป็นการกระทำผิดกฎหมายจราจรชัดเจน เจ้าหน้าที่จึงได้ส่งสัญญาณเรียกให้หยุดรถเพื่อทำการตรวจสอบและกวดขันวินัยจราจร
จากการเข้าตรวจสอบพบ นายวัชรัตน์ เป็นผู้ขับขี่ แสดงท่าทางมีพิรุธอย่างเห็นได้ชัด เจ้าหน้าที่จึงเชิญตัวลงจากรถเพื่อขอทำการตรวจค้น และด้วย “ไหวพริบความช่างสังเกต” ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทันทีที่เปิดประตูรถ ได้กลิ่นคล้ายยาเสพติดคละคลุ้งออกมาจากภายในห้องโดยสาร ประกอบกับเจ้าหน้าที่ตาไวสังเกตเห็นพื้นปูกระบะท้าย (แม็คไลเนอร์) มีลักษณะนูนสูงผิดปกติ จึงทำการเปิดดูและพบห่อวัตถุซุกซ่อนอยู่ เมื่อสุ่มเปิดตรวจดูพบเป็นยาบ้าบรรจุอยู่ภายใน พบย้าบ้าประมาณ 8,000 เม็ด เจ้าตัวรับสารภาพว่าได้ซุกซ่อนยาบ้าไว้เท่านี้ แต่เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมนำรถยนต์มาทำการรื้อตรวจค้นอย่างละเอียดที่หน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงบางโทรัด ผลการตรวจค้นรื้อรถพบยาบ้าซุกซ่อน 7 จุดทั่วคัน พบที่ใต้พื้นปูกระบะท้าย (แม็คไลเนอร์) พบยาบ้าประมาณ 74,000 เม็ด, ฝาปิดท้ายกระบะ พบยาบ้าประมาณ 60,000 เม็ด, ช่องประตูหลังด้านซ้าย พบยาบ้าประมาณ 42,000 เม็ด, ช่องประตูหลังด้านขวา พบยาบ้าประมาณ 44,000 เม็ด, ช่องประตูหน้าด้านขวา (ฝั่งคนขับ) พบยาบ้าประมาณ 8,000 เม็ด, คอนโซลกลางระหว่างเบาะคู่หน้า พบยาบ้าประมาณ 52,000 เม็ด, ใต้ผ้าเพดานหลังขวารถยนต์ พบยาบ้าประมาณ 14,000 เม็ด รวมของกลางยาบ้าทั้งสิ้นประมาณ 294,000 เม็ด
จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า ได้รับการติดต่อจาก “นายโมบิล” (ไม่ทราบชื่อ-สกุลจริง) ผ่านแอปพลิเคชันเฟซบุ๊ก ให้ทำหน้าที่ขับรถซุกซ่อนยาบ้าจากกรุงเทพมหานคร ไปส่งมอบให้เครือข่ายที่ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส โดยตกลงค่าจ้างเป็นเงิน 150,000 บาท ซึ่งก่อนเกิดเหตุได้นำรถไปจอดทิ้งไว้ตามจุดนัดหมายย่านรามคำแหง เพื่อให้กลุ่มเครือข่ายนำยาบ้ามาซุกซ่อนตามจุดต่างๆ และวางเงินมัดจำไว้ให้ก่อน 80,000 บาท จากนั้นตนจึงขับรถออกเดินทางโดยมีนายโมบิลขับรถยนต์อีกคันนำทาง จนกระทั่งมาถูกตำรวจทางหลวงใช้ไหวพริบสกัดจับกุมได้เสียก่อน เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยมีไว้เพื่อจำหน่ายอันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในหมู่ประชาชน และทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป” ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางโทรัด ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมลุยขยายผลทลายเครือข่ายนายทุนเบื้องหลังต่อไป
หากประชาชนมีเบาะแส ผู้ค้ายาเสพติดสามารถแจ้งข้อมูลเข้ามาที่ เพจเฟซบุ๊ก ตำรวจทางหลวง หรือโทรแจ้งสายด่วนตำรวจทางหลวง 1193 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง











